เสียงเอกสารปึกใหญ่กระทบลงบนโต๊ะไม้สักทองดังทึบ ทว่าเสียงนั้นกลับเบากว่าแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายหนุ่มเบื้องหลังโต๊ะทำงานตัวนั้น รอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากของอธิคมไม่ได้สะท้อนความอบอุ่นแม้แต่น้อย หากแต่มันคือความเย้ยหยันที่กรินทร์สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบเสียดกระดูก
"นายคิดจริงๆ หรือกรินทร์ ว่ากระดาษพวกนี้จะลากโซ่ตรวนมาคล้องคอมคนอย่างฉันได้?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงในอำนาจที่ตนครอบครอง อธิคมเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสั่งทำพิเศษ ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารลับเฉพาะทางราชการที่กรินทร์เพิ่งเสี่ยงชีวิตไปเอามา มันคือหลักฐานการทุจริตระดับโครงสร้างที่โยงใยไปถึงระดับรัฐมนตรีและกลุ่มทุนข้ามชาติ
แต่สำหรับอธิคมแล้ว มันเป็นเพียงเศษกระดาษที่เขาพร้อมจะสั่งให้ใครสักคนเผาทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้
กรินทร์ยืนนิ่งสงบ ความเย็นชาในแววตาของเขาซ่อนคลื่นอารมณ์อันบ้าคลั่งไว้เบื้องลึก ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน—วันที่ครอบครัวของเขาต้องสลายหายไปเพราะอำนาจมืดแบบเดียวกันนี้—หวนกลับมาตอกย้ำหัวใจที่ด้านชา เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉยไร้รอยร้าว
"กระดาษพวกนี้อาจจะทำอะไรคุณไม่ได้ในเขตอำนาจที่คุณซื้อไว้ทั้งหมด..." กรินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดหนักแน่นราวกับค้อนที่ตอกลงบนตะปู "แต่ถ้ามันถูกกระจายออกไปพร้อมกันในสิบประเทศ และส่งตรงถึงสำนักงานอัยการสูงสุดแห่งสหประชาชาติในอีกสามวินาทีข้างหน้าล่ะครับ คุณอธิคม"
รอยยิ้มบนใบหน้าของอธิคมชะงักไปชั่วพริบตา แววตาที่เคยพินิจพิเคราะห์อย่างเหนือกว่าเริ่มมีความระแวงระวังฉายชัดขึ้นมาบ้าง นี่คือเกมที่เดิมพันด้วยความอยู่รอดของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งมีอำนาจล้นฟ้าที่สามารถเนรมิตให้คนหายไปจากแผนที่ได้ในชั่วข้ามคืน แต่อีกฝ่ายหนึ่งคือเงาทมิฬผู้ไม่มีอะไรจะเสีย และพร้อมจะดึงอีกฝ่ายลงนรกไปด้วยกัน
ในมุมมืดของห้องทำงานเดียวกัน ลลิลซ่อนตัวอยู่หลังม่านกำมะหยี่สีเข้ม ลมหายใจของเธอผ่อนออกอย่างระมัดระวัง นิ้วเรียวบางกำลังกดหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อเตรียมคำสั่งสุดท้าย หากกรินทร์ให้สัญญาณเพียงนิดเดียว เครือข่ายเซิร์ฟเวอร์กระจายตัวทั่วโลกที่เธอวางระบบไว้จะทำงานทันที และนั่นหมายถึงพายุลูกใหญ่ที่จะสั่นคลอนรากฐานของประเทศนี้จนพังครืน
"เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะยอมจำนนเพราะคำขู่เด็กๆ อย่างนั้นหรือ?" อธิคมแค่นหัวเราะในลำคอ แม้ภายในใจจะเริ่มคำนวณความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากสิ่งที่กรินทร์พูดเป็นความจริง "นายรู้ไหมว่าการจะสั่นคลอนโครงสร้างอำนาจระดับนี้ นายต้องใช้อะไรบ้าง... นายต้องใช้ทั้งประเทศเป็นเครื่องสังเวยเลยนะ"
"ผมรู้ครับ" กรินทร์ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกหนึ่งก้าว ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร "และผมก็พร้อมจะจุดไฟเผามันตั้งแต่ก้าวแรกที่ผมตัดสินใจเดินเข้ามาที่นี่แล้ว"
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของความตาย ความตึงเครียดแผ่ขยายจนแทบจะคว้ามาจับต้องได้ อธิคมจ้องมองกรินทร์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความดูแคลนกลายเป็นความระมัดระวังอย่างถึงที่สุด ชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้มาเพื่อต่อรอง แต่มาเพื่อทำลายล้าง
ทว่า ในวินาทีที่ความกดดันพุ่งสูงจนถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของอธิคมก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
อธิคมขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ปลายนิ้วที่เลื่อนหน้าจอหยุดชะงัก สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นใจมาตลอด กลับแปรเปลี่ยนเป็นความซีดเผือดในเสี้ยววินาที ดวงเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจอย่างปิดไม่มิด
กรินทร์สังเกตเห็นความผิดปกตินั้นทันที เขาส่งสัญญาณทางสายตาไปยังลลิลโดยอัตโนมัติ
"มีอะไรหรือครับ คุณอธิคม?" กรินทร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าในใจเริ่มคาดเดาถึงตัวแปรใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในกระดานนี้
อธิคมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ สายตาที่มองกรินทร์ในตอนนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง เขาอ้าปากคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตที่กำลังเร่งรีบมุ่งตรงมายังห้องทำงานนี้ ก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่ควรอยู่ที่นี่ในเวลานี้มากที่สุด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ
เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 45
กำแพงเหล็ก
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!