กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยวนในแสงสลัวจากหลอดไฟนีออนดวงเล็ก ไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องเก็บเอกสารหลังร้านหนังสือมือสองแห่งนี้ดูผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่กดทับอยู่ระหว่างคนทั้งสองกลับหนักหน่วงเสียยิ่งกว่าน้ำหนักของกองแฟ้มคดีที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สักตัวนั้น
"คุณกำลังเดินเข้าสู่ทางตัน, คุณกรินทร์"
เสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดขาดของลลิลดังขึ้น ทำลายความเงียบที่โรยตัวมานานร่วมสิบนาที เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีเขียวเข้ม สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรง The Row จ้องมองตรงไปยังชายหนุ่มที่ยืนพิงผนังห้อง กอดอก และซีกหน้าข้างหนึ่งจมอยู่ในเงาสลัว
กรินทร์ไม่ขยับเขยื้อน ร่างกายของเขานิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินแกรนิต แต่ดวงตาคู่คมที่ทอดมองเธอกลับไหววับด้วยประกายความระแวดระวัง เขารู้ดีว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดา ลลิลอ่านคนขาด ยิ่งไปกว่านั้น เธอมักจะมองทะลุปรุโปร่งถึงสิ่งที่เขาพยายามปกปิดไว้ภายใต้ท่าทีสุขุมเยือกเย็น
"คุณเอาอะไรมามั่นใจว่าผมกำลังจนมุม?" กรินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิท ปราศจากความตื่นตระหนก ทว่าแฝงไว้ด้วยความระแวงระวังอย่างเต็มเปี่ยม
ลลิลหัวנסเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความขบขัน "ความมั่นใจของฉันไม่ได้มาจากลางสังหรณ์ไร้สาระหรอกครับ... มันมาจากรอยเปื้อนคราบน้ำยาเคมีชนิดพิเศษที่ติดอยู่บนปลายปกเสื้อสูทของคุณ, รอยยับที่ผิดธรรมชาติบนกระเป๋าเอกสารฝั่งซ้ายซึ่งบ่งบอกว่าคุณเพิ่งผ่านการงัดตู้เซฟมาอย่างรีบร้อน, และที่สำคัญที่สุด..."
เธอเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาคมปลาบขึ้นประสานกับดวงตาของเขาโดยตรง
"...คือสายตาของคุณในตอนนี้ มันเป็นสายตาของคนที่สูญเสียการควบคุมไปครึ่งหนึ่งแล้ว แต่พยายามอย่างยิ่งที่จะแสดงออกว่าทุกอย่างยังอยู่ภายใต้แผนการ"
กรินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนัด เขาประเมินความสามารถของหญิงสาวตรงหน้าต่ำเกินไป เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่บรรณารักษ์หรือเจ้าของร้านหนังสือธรรมดาอย่างที่ฉากหน้าแสดงออก เธอกำลังเล่นเกมจิตวิทยาที่อันตราย และเธอกำลังกุมแต้มต่อที่เหนือกว่า
"คุณต้องการอะไร, ลลิล?" กรินทร์เปลี่ยนสรรพนาม เสียงของเขาต่ำลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ ทว่าทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องลดอุณห็ูมิลงไปอีกหลายองศา "คนอย่างคุณไม่เอาเวลาไปนั่งจัดหนังสือสะสม แต่กลับมานั่งจับผิดผมในมุมอับของร้านแบบนี้ มันต้องมีราคาที่ต้องจ่าย... หรือไม่ก็มีเป้าหมายบางอย่างที่ผลักดันให้คุณยอมเสี่ยงเข้ามาพัวพันกับเรื่องโคลนตมนี้"
ลลิลไม่สะทกสะท้านต่อท่าทีคุกคามของเขา เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย มือเรียวบางประสานกันไว้บนตัก แววตาของเธอเปลี่ยนจากความเฉียบคมเป็นความเห็นอกเห็นใจอย่างประหลาด—ซึ่งเป็นสิ่งที่กรินทร์เกลียดชังที่สุด
"ฉันไม่ได้มาเพื่อเป็นศัตรูของคุณ, กรินทร์" เธอกล่าวช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ "และฉันก็ไม่ได้ต้องการเงินทองหรืออำนาจเหมือนกับพวกสุนัขรับใช้ของบูรพา สิ่งที่ฉันต้องการ... คือการเห็นอาณาจักรจอมปลอมของมันพังทลายลงมาด้วยมือของใครสักคน และบังเอิญว่า คุณคือคนเดียวที่มีความบ้าบิ่นพอจะทำมันได้"
ชื่อของบูรพาหลุดออกมาจากปากของลลิลราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า บาดแผลที่กรินทร์ใช้เวลาหลายปีในการปิดผนึกมันด้วยความแค้นและความเงียบงัน ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีต ภาพคราบน้ำตาและการสูญเสียครอบครัวผุดวาบขึ้นมาในหัวสมองอย่างรวดเร็วจนเขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ
"คุณรู้เรื่องของบูรพามากแค่ไหน?" เสียงของกรินทร์เริ่มสั่นพร่าด้วยความโกรธที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง แม้ภายนอกเขาจะยังคงพยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ก็ตาม
"รู้มากกว่าที่คุณคิด และน้อยกว่าที่คุณต้องการ" ลลิลตอบทันควัน น้ำเสียงจริงจังไร้ซึ่งล้อเล่น "ฉันรู้ว่าเอกสารที่คุณเพิ่งขโมยออกมาจากตู้เซฟชั้นสามของตึกไพรม์ทาวเวอร์เมื่อคืนนี้ คือบัญชีลับที่เชื่อมโยงเส้นทางการเงินระหว่างบูรพากับกลุ่มนักการเมืองระดับประเทศ และฉันก็รู้ด้วยว่า... ตอนนี้ลูกน้องของมันกำลังตามล่าคุณอยู่ โดยที่คุณเหลือเวลาอีกไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงก่อนที่พวกมันจะพบตัวคุณ"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง เงียบเสียจนได้ยินเสียงหัวใจของตนเองเต้นสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท
กรินทร์จ้องมองลลิลอย่างพินิจพิเคราะห์ สมองอันฉลาดเป็นกรดของเขากำลังประมวลผลข้อมูลทุกอย่างที่เธอพูด ข้อเสนอของเธอมันช่างหอมหวานและเย้ายวนใจในยามที่เขากำลังจนตรอก แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยการหักหลังและความโลภ ความไว้วางใจคือสินค้าที่มีราคาแพงเกินกว่าจะจ่ายให้ใครง่ายๆ
"ทำไม?" กรินทร์เค้นเสียงถาม "ทำไมคุณถึงต้องเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงกับเรื่องบ้าๆ นี้ด้วย?"
ลลิลนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาของเธอไหววับด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ก่อนที่มันจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานไม้สักที่กั้นกลางระหว่างเขากับเธอ ระยะห่างที่ลดลงทำให้กรินทร์ได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าจากตัวเธอ
"เพราะความแค้นของคุณ... มีเป้าหมายเดียวกันกับความแค้นของฉัน" ลลิลกระซิบแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยมองตรงเข้ามาในดวงตาของเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง "พี่ชายของฉันเคยเป็นหนึ่งในเหยื่อของมัน... ในคดีที่ถูกปิดตายว่าเป็นอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของกรินทร์ ร่องรอยความเยือกเย็นทั้งหมดที่เขาสวมใส่ไว้พังทลายลงในพริบตา เขามองหน้าผู้หญิงตรงหน้าอีกครั้ง—ไม่ใช่ในฐานะคนแปลกหน้าที่น่าสงสัย แต่เป็นในฐานะเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ต่างฝ่ายต่างแบกรับความเจ็บปวดไว้บนบ่า
กรินทร์ผ่อนลมหายใจยาวนาน มือหนาที่กอดอกอยู่คลายออกช้าๆ รอยยิ้มหยันตัวเองปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่น่าค้นหา
"ข้อเสนอของคุณ... น่าสนใจมาก, ลลิล" กรินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลัง "แต่การจะโค่นบูรพา ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ด้วยแผนการลวกๆ เราต้องวางเดิมพันด้วยชีวิต และถ้าพลาดแม้แต่ก้าวเดียว... เราจะไม่ได้แค่ตาย แต่ศพของเราจะไร้ชื่อแม้แต่บนหลุมศพ"
ลลิลยิ้มรับ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและความเด็ดเดี่ยวที่ไม่อาจประเมินค่าได้ เธอยื่นมือขาวผ่องออกมาข้างหน้า เพื่อรอการตกลงที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเขาทั้งสองคนไปตลอดกาล
"ฉันไม่เคยเล่นเกมที่ตัวเองจะแพ้, คุณกรินทร์" เธอเอ่ยกระซิบ "คุณล่ะ... กล้าพอที่จะเดิมพันครั้งนี้กับฉันไหม?"
กรินทร์จ้องมองมือเรียวที่ยื่นมาตรงหน้า ชายหนุ่มนิ่งคิดอยู่เพียงเสี้ยววินาที—วินาทีที่โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอื้อมมือออกไปกุมมือของเธอไว้แน่น สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงคือเครื่องยืนยันว่าพันธมิตรที่ไม่อาจคาดคิดได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วในความมืดมิดนี้
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของพวกเขาสัมผัสกันสนิท เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสبيดที่ดังขึ้นจากบันไดหนีไฟด้านนอกร้าน ก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในทันที!
ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนทั่วไป—แต่มันคือเสียงรองเท้าคอมแบทของหน่วยล่าสังหารที่บูรพาส่งมา และสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือ เสียงล็อกกุญแจประตูกระจกหน้าร้านที่ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องทะลุกระจกเข้ามาในห้องเก็บเอกสาร
ลลิลเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดชั่วขณะ เธอกระชากมือกลับแล้วหันมามองกรินทร์ทันที "พวกมันมาเร็วกว่ากำหนด... ใครบางคนหักหลังเรา!"
กรินทร์ดึงตัวเธอล้มลงหลบหลังชั้นหนังสือหนาทึบในเสี้ยววินาทีที่กระจกหน้าต่างด้านข้างแตกละเอียดจากแรงกระสุนปืนที่เจาะทะลุเข้ามา!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ จากใจ "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ"
เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 6
พันธมิตรที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!