กลิ่นอายของไวน์วินเทจราคาแพงระยับ คละเคล้าไปกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลอยู่ในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลวรากุล แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนกับหน้ากากแฟนซีหลากหลายลวดลายที่ผู้มาร่วมงานสวมใส่ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอันจอมปลอม เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ ทว่ากลับไม่สามารถกลบความตึงเครียดที่แฝงอยู่ภายใต้หน้ากากเหล่านั้นได้เลย
กรินทร์ยืนนิ่งอยู่มุมมืดของระเบียงทางเชื่อม สายตาภายใต้หน้ากากสีเงินลายกางเขนเหล็กกวาดมองฝูงชนเบื้องล่างด้วยความรู้สึกสมเพชระคนระแวดระวัง ในมือหนายกแก้วแชมเปญขึ้นจิบน้อยๆ รสชาติซ่าและฝาดเฝื่อนบนปลายลิ้นไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่ร้อนรุ่มของเขาสงบลงเลยแม้แต่น้อย ภาพความทรงจำอันเลวร้ายเมื่อสิบปีก่อนยังคงย้อนกลับมาหลอกหลอน ทว่าเป้าหมายที่อยู่เบื้องหน้าในคืนนี้สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด
"ดูเหมือนคุณจะสนุกกับบรรยากาศตรงนี้นะครับ... หรือว่ากำลังคำนวณอยู่ว่า ถ้าแชนเดอเลียร์บนหัวตกลงมา จะมีสักกี่คนที่รอดชีวิต?"
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นข้างกาย น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจที่ถูกสะสมมาเนิ่นนาน กรินทร์ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเจ้าของเสียงคือใคร บูรพา—ชายผู้กุมชะตากรรมความเน่าเฟะทั้งหมดของเมืองนี้ไว้ในกำมือ บูรพากำลังสวมหน้ากากสีทองอร่ามรูปหน้าเสือดาว ดวงตาคมกริบที่ลอดผ่านช่องหน้ากากจ้องมองตรงมาที่เขาอย่างท้าทาย
กรินทร์หันไปช้าๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น
"ความตายเป็นเรื่องน่าเบื่อครับท่านบูรพา โดยเฉพาะความตายที่เกิดขึ้นจากความประมาท... แต่ถ้าเป็นความตายที่ถูกวางแผนไว้อย่างประณีต มันมักจะงดงามและน่าจดจำเสมอ คุณว่าจริงไหมครับ?"
บูรพากระตุกยิ้มมุมปาก เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายวัยกลางคนผู้นี้อย่างปิดไม่มิด มือภายใต้ถุงมือหนังสีดำหมุนแก้วบรั่นดีในมือไปมาอย่างใจเย็น
"คนหนุ่มสมัยนี้มักจะพูดจาเกินตัวเสมอ ความงดงามที่คุณว่า บางครั้งอาจจะย้อนกลับมากลืนกินตัวคุณเองเข้าสักวัน ระวังตัวหน่อยเถอะครับ หน้ากากที่คุณสอยใส่อยู่ อาจจะปกปิดตัวตนที่แท้จริงได้ แต่สายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองแบบนั้น... มันปิดไม่มิดหรอก"
กรินทร์ไม่สะทกสะท้านต่อคำขู่แฝงนัยน์นั้น เขารักษาระยะห่างอย่างสุภาพ ทว่าสายตากลับคมปลาบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก
"ความแค้นเป็นเพียงภาพลวงตาครับท่านบูรพา สิ่งที่ผมสนใจมีเพียงความจริง... และความจริงมักจะปรากฏชัดเจนที่สุด เสมอเมื่อหน้ากากถูกถอดออก หวังว่าเมื่อถึงเวลานั้น ท่านจะยังคงรักษารอยยิ้มแบบนี้เอาไว้ได้นะ"
บทสนทนาหยุดลงเพียงเท่านั้น เมื่อเสียงปรบมือดังขึ้นจากกลางห้องโถง เป็นสัญญาณของการเปิดงานเต้นรำอย่างเป็นทางการ บูรพาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกสนุก ก่อนจะเดินผละออกไปอย่างไร้เสียงฝีเท้า ทิ้งให้กรินทร์ยืนอยู่ลำพังกับความคิดของตนเอง
ในขณะเดียวกัน ลลิลที่ยืนปะปนอยู่กับกลุ่มแขกผู้มีเกียรติไม่ไกลนัก ส่งสัญญาณมือเตือนสลับกับก้มมองหน้าจอสมาร์ทโฟนในมือ ข้อมูลล่าสุดที่เธอเพิ่งเจาะเข้าระบบรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์หลังนี้ยืนยันแล้วว่า บูรพาไม่ได้มาคนเดียว และมีกองกำลังติดอาวุธซ่อนตัวอยู่ชั้นใต้ดินไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน
กรินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขารู้ดีว่าเกมนี้เดิมพันด้วยชีวิต การปะทะคารมเมื่อครู่เป็นเพียงการหยั่งเชิง แต่ศึกที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
ทันใดนั้น ไฟทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่ง เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังขึ้นระลอกหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงัดชวนขนหัวลุก กรินทร์รีบควักปืนเก็บเสียงออกมาจากสูทอย่างคล่องแคล่ว สายตาพยายามปรับให้คุ้นเคยกับความมืด
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังวิ่งตรงมายังระเบียงที่เขายืนอยู่ และก่อนที่เขาจะได้ขยับตัว แสงไฟฉายแรงสูงก็สาดส่องเข้ามาปะทะใบหน้า พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นชิดใบหูจากด้านหลัง
"เกมโอเวอร์แล้วล่ะครับ... คุณกรินทร์"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ จากใจ "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ"
เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 5
งานเลี้ยงหน้ากาก
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!