เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 22

ความสูญเสียครั้งแรก

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
"กลิ่นอายของความตายมักมาเร็วกว่าเสียงฝีเท้าเสมอ... คุณว่าจริงไหมครับคุณกรินทร์" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของนายแพทย์ชน, ศัลยแพทย์หัวใจมือหนึ่งผู้ควบคุมห้องไอซียูพิเศษแห่งนี้ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กรินทร์ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหลังกระจกใสบานหนา สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองร่างของ "ประจักษ์" พยานปากเอกที่พวกเขากว่าจะฝ่าวงล้อมกระสุนและคมดาบของมือสังหารมาได้เมื่อคืน ร่างนั้นนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงสีขาวโพลน ระโยงระยางด้วยสายน้ำเกลือและเครื่องช่วยหายใจที่ส่งเสียงกิ๊บ... กิ๊บ... เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทว่าไร้ซึ่งสัญญาณของการตอบสนองทางประสาทสัมผัส ความสำเร็จในการพาตัวพยานออกมาจากเซฟเฮาส์มรณะเมื่อตอนที่แล้ว กลายเป็นเพียงภาพลวงตาอันหอมหวานที่ถูกกระชากหน้ากากออกอย่างไร้ความปรานี "เขาไม่ได้หลับลึกหรอกครับหมอ" กรินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบพอๆ กัน แต่แฝงไว้ด้วยกระแสความเย็นยะเยือกที่ทำให้ผู้ฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย "แต่เขากำลังถูกทำให้กลายเป็นผัก... หรืออาจจะแย่กว่านั้น" ลลิลที่ยืนอยู่เคียงข้าง ชายตามองแผ่นกระดาษรายงานผลตรวจเลือดในมือที่สั่นน้อยๆ ปลายนิ้วเรียวยาวกำแผ่นกระดาษนั้นจนยับย่น ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกที่พยายามเก็บซ่อนไว้อย่างสุดความสามารถ เธอก้าวเข้าไปใกล้กรินทร์อีกนิด ราวกับหาที่ยึดเหนี่ยวจิตท่ามกลางพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำในอก "สารพิษชนิดนี้ไม่ใช่สิ่งที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป..." ลลิลสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ "มันออกฤทธิ์โดยตรงต่อระบบประสาทส่วนกลาง บล็อกสัญญาณไฟฟ้าจากสมองไปยังกล้ามเนื้อ ปิดกั้นการรับรู้ทุกอย่าง แต่ผู้ป่วยจะยังคงมีสตินึกคิดอยู่ภายใน... ช่างเป็นการลงทัณฑ์ที่เหี้ยมเกรียมและเลือดเย็นเสียจริง" "ฝีมือของบูรพา..." กรินทร์เอ่ยชื่อนั้นออกมา ราวกับบดเคี้ยวกรวดทรายในปาก "ตาแก่สารเลวนั่นรู้ดีว่า ถ้าประจักษ์ฟื้นขึ้นมาและเปิดปากพูดเรื่องบัญชีลับ โครงสร้างอำนาจทั้งหมดที่มันสร้างขึ้นมาด้วยคราบเลือดและหยาดเหงื่อของคนอื่นจะพังทลายลงในชั่วข้ามคืน ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือการทำให้พยานคนสำคัญกลายเป็น 'ความเงียบ' ที่สมบูรณ์แบบที่สุด" บรรยากาศภายในห้องโถงแคบๆ หน้าห้องผู้ป่วยอัดแน่นไปด้วยความอึดอัด กลิ่นอายของน้ำยาฆ่าเชื้อผสมผสานกับความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กรินทร์หันไปสบตากับนายแพทย์ชนอีกครั้ง แววตาคมกริบคู่นั้นฉายประกายอำมหิตที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีสุขุมลุ่มลึก "ไม่มีทางรักษาเลยหรือครับหมอ?" กรินทร์ถามย้ำ ช้าๆ ชัดๆ ทุกถ้อยคำ นายแพทย์ชนถอนหายใจยาวนาน หลบสายตาคู่นั้นด้วยความรู้สึกผิดและหวาดกลัว "ยากมากครับคุณกรินทร์... เซลล์ประสาทส่วนใหญ่ถูกทำลายไปเกือบหมดแล้ว ต่อให้เรามีเซรุ่มแก้พิษในตอนนี้ ก็สายเกินไป สมองของเขาได้รับความเสียหายอย่างถาวร หากเขาฟื้นขึ้นมาได้จริงๆ สิ่งที่เหลืออยู่ก็คงเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณที่จำแม้กระทั่งชื่อตัวเองไม่ได้" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง เงียบงันเสียจนเสียงเครื่องมือแพทย์ฟังดูน่ารำคาญหู นี่คือความสูญเสียครั้งแรก... ไม่ใช่การสูญเสียชีวิต แต่เป็นการสูญเสีย "ความจริง" ที่พวกเขาอุตส่าห์เอาชีวิตเข้าแลกมาเพื่อไขว่คว้าหาความยุติธรรม ปมปริศนาที่กำลังจะถูกคลี่คลาย กลับถูกตัดขาดสะบั้นลงต่อหน้าต่อตาอย่างไร้หนทางเยียวยา กรินทร์รู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ความทรงจำอันเลวร้ายในอดีต ภาพวันที่เขาต้องสูญเสียครอบครัวไปโดยไม่สามารถปกป้องใครได้เลยผุดขึ้นมาหลอนซ้ำ ดั่งรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เลือดสีแดงสดซึมผ่านร่องนิ้ว ทว่าความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความคับแค้นใจที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก ลลิลเหลือบมองมือที่กำแน่นของชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่าภายใต้เกราะกำบังอันเย็นชาและท่าทีที่มั่นคงราวกับหินผานี้ จิตใจของกรินทร์กำลังแตกสลายเป็นชิ้นๆ อีกครั้ง หญิงสาวเอื้อมมือไปสัมผัสหลังมือหนาแผ่วเบา สัมผัสอุ่นๆ จากเธอนี่เองที่ดึงสติของกรินทร์ให้หลุดพ้นจากหลุมดำแห่งอดีต กรินทร์หันมาสบตาเธอนิ่ง สายตาที่แข็งกร้าวค่อยๆ อ่อนลงเล็กน้อย เป็นเพียงคนเดียว... ที่ได้รับสิทธิ์ให้เห็นมุมเปราะบางนี้ "เราไม่ได้แพ้..." ลลิลกระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นในความรู้สึก "บูรพากำลังคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชนะที่กุมชัยชนะไว้ในกำมือ แต่มันลืมไปอย่างหนึ่ง... ประจักษ์อาจจะพูดไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าหลักฐานทั้งหมดจบลงแค่นี้" กรินทร์พยักหน้ารับช้าๆ แววตากลับมาคมกริบและเยือกเย็นอีกครั้ง สมองอันฉลาดเป็นกรดเริ่มคำนวณหมากตากต่อไปอย่างรวดเร็ว "ใช่... บูรพาอาจจะคิดว่ามันปิดปากพยานได้สำเร็จ แต่มันประเมินความลับที่ประจักษ์ซ่อนไว้ต่ำเกินไป หลักฐานชิ้นนั้นไม่ได้อยู่ในห้องนี้... แต่มันอยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด" ในวินาทีที่ความหวังริบหรี่กำลังถูกจุดประกายขึ้นมาใหม่ในความมืดมิด ทันใดนั้นเอง... *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... ยาวนาน* เสียงสัญญาณชีพจากเตียงผู้ป่วยแปรเปลี่ยนเป็นเสียงโทนเดียวอันน่าสะพรึงกลัว หน้าจอแสดงผลกราฟหัวใจดิ่งลงเป็นเส้นตรงอย่างไร้คลื่นชีพจร นายแพทย์ชนหน้าถอดสี รีบคว้าอุปกรณ์กระตุ้นหัวใจพุ่งเข้าไปในห้องทันที ความโกลาหลย่อมๆ เกิดขึ้นในห้องไอซียู กรินทร์และลลิลมองภาพนั้นผ่านกระจกด้วยหัวใจที่หล่นวูบ หรือว่ามือสังหารจะตามมาลงมือซ้ำถึงเตียงคนไข้? ทว่า ก่อนที่กรินทร์จะทันได้ขยับตัวเพื่อพังประตูกเข้าไป ประตูลิฟต์สุดทางเดินด้านนอกก็เปิดออกพร้อมกัน เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ก้าวตรงดิ่งมายังทิศทางที่พวกเขายืนอยู่ และสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของกรินทร์ต้องสะดุดกึก ไม่ใช่เพราะจำนวนของศัตรู... แต่เป็นร่างของชายชราในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบ ที่เดินนำหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์สวมชุดดำสนิท ใบหน้ายับย่นตามวัยนั้นประดับด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่คุ้นตาเป็นอย่างดี บูรพา... ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขาอย่างไม่คาดฝัน พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือที่โบกไปมาเบาๆ "เสียใจด้วยนะครับคุณกรินทร์..." บูรพาหยุดยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาฝ้าฟางทว่าทรงอำนาจคู่นั้นมองตรงมาที่ตัวเอกด้วยแววตาสمเพชแกมเยาะเย้ย "คุณมาช้าไปก้าวหนึ่งเสมอ... และดูเหมือนว่า ของสำคัญที่คุณกำลังตามหา ตอนนี้มันมาอยู่ในมือของผมเรียบร้อยแล้วล่ะครับ" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้และพบกันใหม่ในตอนถัดไป ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%