เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 19

คลื่นใต้น้ำ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำของกรินทร์ เช่นเดียวกับเสียงฝ่าเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ในความเงียบสงบยามวิกาล นิ้วเรียวยาวของกรินทร์เคาะลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้สักทองเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่มั่นคง สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องเอกสารในมือ ทว่าสติสัมปชัญญะทั้งหมดกลับถูกดึงดูดด้วยรายงานสายลับที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว "มันเริ่มแล้วสินะครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ ในห้องทำงานที่เปิดเพียงโคมไฟสลัว ลลิลที่ยืนกอดอกอยู่ริมหน้าต่าง หันกลับมามองด้วยแว่นตาที่สะท้อนแสงไฟ เธอขยับตัวเล็กน้อย เผยให้เห็นร่องรอยความกังวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "ไม่ใช่แค่เริ่มต้นหรอกค่ะ—เอ๊ย... ไม่ใช่แค่เริ่มต้นหรอกครับคุณกรินทร์" ลลิลรีบแก้คำพูดเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิดพลาด ชั่วขณะหนึ่งรอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของกรินทร์ แม้ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ "ข่าวกรองจากฝั่งท่าเรือยืนยันตรงกัน บูรพาไม่ได้แค่ส่งคนไปข่มขู่ แต่เขาเริ่มกวาดล้าง... ทุกคนที่เคยมีชื่ออยู่ในสำนวนคดีเมื่อสิบปีก่อน ถูกเก็บเรียบอย่างไร้ร่องรอย" กรินทร์ไม่ตอบทันที เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะ ช้าๆ ราวกับต้องการชั่งน้ำหนักของข้อมูลแต่ละแผ่นในใจ การกวาดล้ำเส้นของบูรพาในครั้งนี้รวดเร็วและเด็ดขาดเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส ิบปีที่ผ่านมา บูรพาซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังความมืดและอำนาจเงิน แต่การที่อีกฝ่ายกล้าลุกขึ้นมาฆ่าปิดปากพยานและผู้เกี่ยวข้องรอบตัวในคันธนูเดียว แสดงว่าความอดทนของเสือร้ายตัวนั้นได้หมดลงแล้ว และมันพร้อมจะเหยียบย่ำทุกซากศพเพื่อปกปิดความเน่าเฟะในอดีต "เขาประมาท หรือกำลังเร่งรีบกันแน่นะครับ..." กรินทร์พึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบ "คนอย่างบูรพาไม่เคยประมาทครับ" ลลิลเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน วางมือลงบนขอบไม้ "แต่เขากำลังกลัว... กลัวว่าเอกสารชิ้นสุดท้ายที่คุณถืออยู่จะถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน เขาก็เลยเลือกวิธีที่สกปรกที่สุด เพื่อตัดวงจรทั้งหมดก่อนที่มันจะสาวมาถึงตัวเขา" กรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาว แววตาของเขาลุ่มลึกราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไม่มีวันหยั่งถึง ลลิลคือคนเดียวที่เข้าใจความเจ็บปวดในอดีต คนเดียวที่รู้ว่ารอยแผลเป็นบนหัวใจของเขานั้นแลกมาด้วยอะไรบ้าง ครอบครัวที่ถูกพรากไป ความยุติธรรมที่ถูกเหยียบย่ำ ทุกอย่างถูกฝังกลบไว้ใต้พรมแห่งความโลภของคนเพียงไม่กี่คน "ถ้าเขาอยากเล่นเกมเลือด... เราก็พร้อมจะจัดให้เขานะครับ" กรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาทอดonผนังห้องราวกับปีศาจที่ตื่นจากการหลับใหล "เตรียมรถให้ผม เราจะไปเยี่ยม... สหายเก่าสักหน่อย" *** ณ คฤหาสน์โอ่อ่าริมชานเมือง แสงไฟสว่างไสวแต่กลับไร้ซึ่งความอบอุ่น บูรพานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพง มือขวาถือแก้ววิสกี้ชั้นดีที่มีก้อนน้ำแข็งกลิ้งไปมา ขณะที่สายตากวาดมองรายงานความคืบหน้าบนแท็บเล็ตด้วยความพึงพอใจ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก่อนที่ชายชุดดำรูปร่างกำยำจะก้าวเข้ามาด้วยความเคารพ "จัดการเรียบร้อยแล้วครับนายท่าน เก็บกวาดหมดจด ไม่เหลือร่องรอยให้ตำรวจหรือใครหน้าไหนสาวมาถึงเราได้เลย" ลูกน้องคนสนิทรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดต่อชีวิตมนุษย์ที่เพิ่งถูกพรากไป บูรพายกยิ้มมุมปาก ความเย่อหยิ่งฉายชัดบนใบหน้า "ดี... พวกเศษสวะที่ชอบขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆ สมควรได้รับจุดจบแบบนี้อยู่แล้ว โลกนี้ไม่มีที่ยืนให้คนอ่อนแอหรอก นายคิดว่าไงล่ะ เจ้าเด็กนั่น... กรินทร์ มันจะเริ่มรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ แล้วหรือยัง?" "มันคงกำลังนั่งตัวสั่นอยู่ในห้องมืดๆ แน่นอนครับนายท่าน" ทว่า... รอยยิ้มบนใบหน้าของบูรพายังไม่ทันจางหาย เสียงสัญญาณเตือนภัยความปลอดภัยรอบคฤหาสน์ก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งอาคาร! ไฟในห้องกะพริบวูบวาบก่อนจะดับลงเหลือเพียงแสงไฟสำรองสีแดงฉานที่สาดส่องลงมาบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดในเสี้ยววินาที ลูกน้องคนสนิทชักปืนพกออกจากซองข้างเอวทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "เกิดอะไรขึ้น? ใครบุกรุก!" บูรพาขมวดคิ้วแน่น ลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้ภายในใจจะเริ่มระแคะระคายถึงความผิดปกติ ระบบรักษาความปลอดภัยของเขาเชื่อมต่อกับดาวเทียมและถูกออกแบบมาอย่างแน่นหนา ไม่มีทางที่จะถูกเจาะได้ง่ายๆ ยกเว้นแต่จะมี... คนวงใน หรืออัจฉริยะที่ก้าวล้ำไปไกลกว่า หน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่บนผนังห้องที่เคยดับมืด จู่ๆ ก็ติดขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่ง ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าประตูคฤหาสน์ปรากฏขึ้น ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนัก ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ภายใต้ร่มสีดำสนิท แต่แววตาที่มองตรงมายังกล้องนั้น... เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของบูรพาเย็นเฉียบ กรินทร์ไม่ได้พังประตูเข้ามาอย่างป่าเถื่อน เขาเพียงแค่ก้าวเดินอย่างสง่างาม ทว่าทุกย่างก้าวกลับกดดันจนคนมองแทบหายใจไม่ออก "นายท่านครับ..." ลูกน้องคนสนิทกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "มัน... มันมาคนเดียวครับ" บูรพาแค่นเสียงในลำคอ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนความหวาดหวั่นที่พยายามซ่อนไว้ "คนเดียวงั้นเหรอ? ดี... ในเมื่อมันรนหาที่ตายถึงที่ ก็เปิดประตูต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์คนนี้ให้สมเกียรติหน่อยสิ!" แต่ก่อนที่ลูกน้องคนนั้นจะทันได้ก้าวเท้าออกจากห้อง ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ แรงกระแทกทำให้บานไม้สักราคาแพงกระแทกผนังเสียงดังสนั่น กรินทร์ยืนอยู่ที่ธรณีประตู หยดน้ำฝนไหลตามกรอบหน้าคมคายและไหลลงสู่ปกเสื้อสูท เขากวาดสายตามองบูรพาด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ราตรีสวัสดิ์นะครับ... คุณบูรพา หวังว่าคุณจะยังไม่ลืมของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ผมตั้งใจเอามาคืนให้นะครับ" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้และพบกันใหม่ในตอนถัดไป "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ"
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%