เสียงกราวของเศษแก้วที่แตกละเอียดใต้พื้นรองเท้าหนังราคาแพงดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักชั้นสี่ โรงแรมม่านรูดเก่าแก่ย่านชานเมือง กลิ่นอับชื้นของพรมปูพื้นและกลิ่นจางๆ ของควันบุหรี่ลอยวนอยู่ในอากาศที่แทบไม่มีออกซิเจนเพียงพอจะหายใจ กรินทร์ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องน้ำ แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ จากป้ายโฆษณานอกหน้าต่างสาดส่องเข้ามาเป็นจังหวะ ทา1บเงาทอดยาวของชายหนุ่มให้ดูราวกับปีศาจผู้หิวกระหายในความยุติธรรม
"เขาเริ่มเคลื่อนไหวแล้วครับคุณกรินทร์... ทางนั้นส่งทีมชุดดำเข้ามาปิดตึกตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว"
เสียงกระซิบผ่านหูฟังไร้สายของลลิลดังขึ้น เจือด้วยความร้อนรนที่เจ้าตัวพยายามควบคุมไว้อย่างสุดความสามารถ กรินทร์ไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบเงาสลัวมองลอดช่องบานเกล็ดประตูห้องน้ำที่แง้มอยู่ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทพนักงานบัญชี สภาพเนื้อตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย นั่งคุดคู้กอดเข่าตัวเองอยู่มุมห้อง น้ำตานองหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
นั่นคือ "ประจักษ์" พยานปากเอกคนสุดท้าย ผู้ถือครองบัญชีลับที่สามารถลากคอ 'บูรพา' ลงจากบัลลังก์อำนาจได้ แต่เวลานี้ สภาพจิตใจของเขากำลังพังทลายลงอย่างสมบูรณ์
กรินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ชิดชายผู้หวาดกลัว ฝ่ามือหนาวางลงบนบ่าสั่นเทานั้นเบาๆ สัมผัสที่เย็นเยียบทำให้ประจักษ์สะดุ้งสุดตัวเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
"คุณ... คุณจะฆ่าผมไหม" เสียงของประจักษ์แหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน
"ถ้าผมอยากฆ่าคุณ คุณคงไม่หายใจอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะครับท่านประจักษ์" กรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มันกลับทรงพลังและเยือกเย็นจนทำให้อีกฝ่ายสงบลงได้ชั่วขณะ "แต่ถ้าคุณยังนั่งร้องไห้แล้วปล่อยให้เวลาผ่านไปอีกแค่ห้านาที ลูกน้องของบูรพาจะเข้ามาเจาะกะโหลกคุณและเอาหลักฐานทั้งหมดไปเผาทิ้ง... เลือกเอาครับ ว่าจะลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ครอบครัวของคุณ หรือจะตายอย่างสุนัขข้างถนนที่ไม่มีใครจดจำ"
ประจักษ์กลืนน้ำลายลงคออ้าปากพะงาบๆ ความลังเลฉายชัดในแววตาคู่นั้น กรินทร์รู้ดีว่าจิตวิทยาเชิงบีบคั้นเป็นวิธีเดียวที่จะดึงสติของเหยื่อผู้หวาดกลัวให้กลับคืนมา เขายื่นมือออกไปฉุดรั้งข้อมือของพยานปากเอกให้ลุกขึ้นยืนด้วยเรี่ยวแรงอันเด็ดเดี่ยว
"ลลิล สถานการณ์ข้างล่างเป็นอย่างไรบ้าง" กรินทร์กดไมโครโฟนสื่อสารที่ปกเสื้อ
"พวกมันกระจายกำลังปิดทางออกทุกด้านแล้วค่ะ... ทางหนีไฟหลักถูกตัดขาด มีคนร้ายอย่างน้อยสี่คนกำลังขึ้นมาทางบันไดหนีไฟ พวกมันใช้เวลาอีกไม่ถึงสองนาทีก็จะถึงหน้าห้องคุณ" เสียงของลลิลตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "คุณต้องหาทางอื่น..."
"ไม่มีทางอื่นแล้ว" กรินทร์ตัดบท ดวงตาสีเข้มหันไปมองหน้าต่างที่มองลงไปเบื้องล่าง ความสูงสี่ชั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับการเอาชีวิตรอด แต่ปัญหานคือประจักษ์ไม่มีทักษะและสภาพร่างกายที่จะโรยตัวลงไปได้เลย
ในขณะที่สมองของกรินทร์กำลังประมวลผลทางเลือกนับร้อยอย่างรวดเร็ว เสียงฝุบฝับหนักๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก เสียงเหล็กกระทบกันเบาๆ จากการงัดแงะกลอนประตูกำลังดำเนินไปอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว
"พวกมันมาถึงแล้ว..." ประจักษ์หวีดร้องออกมาเบาๆ ด้วยความตื่นตระหนกจนแทบขาดใจ มือข้างที่ถือแฟลชไดรฟ์ข้อมูลสั่นเทารุนแรงจนเกือบหลุดมือ
กรินทร์ดึงตัวประจักษ์มาหลบหลังฉากกั้นห้องอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มชักปืนพกเก็บเสียงกระบอกโปรดออกจากซองใต้แขนเสื้อ เลื่อนสไลด์ขึ้นลำด้วยความคุ้นชินและเงียบเชียบ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของคนทั้งคู่ สมาธิของกรินทร์จดจ่ออยู่กับเงาดำที่ทาบทับลงบนบานประตูไม้เก่าๆ
*คลิก!*
กลอนประตูด้านนอกถูกดีดหลุดด้วยอุปกรณ์เฉพาะกิจ ประตูห้องค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า ปลายกระบอกปืนติดลำกล้องเก็บเสียงโผล่พ้นขอบประตูเข้ามาเป็นสิ่งแรก ตามด้วยรองเท้าคอมแบตของมือสังหารในชุดยุทธวิธีสีดำสนิท ไร้ซึ่งตราสัญลักษณ์ใดๆ บ่งบอกสังกัด แต่รู้ได้ทันทีว่าเป็นมืออาชีพที่ถูกส่งมาเก็บกวาดงานสกปรกให้บูรพา
กรินทร์กลั้นหายใจ นิ้วชี้ทาบบนไกปืน รอจังหวะที่เป้าหมายก้าวเข้ามาในรัศมีสังหาร...
ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่กระสุนนัดแรกจะลั่นออกจากลำกล้อง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของประจักษ์ก็แผדเสียงริง톤ดังลั่นทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ!
สีหน้าของมือสังหารคนแรกเปลี่ยนไปทันที มันหันขวับมาทางต้นเสียงพร้อมกับยกกระบอกปืนเล็งตรงมายังจุดที่กรินทร์และประจักษ์ซ่อนตัวอยู่
"ซวยแล้ว..." กรินทร์สบถในใจอย่างหัวเสีย
ปัง! ปัง!
เสียงกระสุนเจาะทะลุฉากกั้นไม้สนราคาถูกเศษไม้กระเด็นว่อน กรินทร์ไม่รอช้า พุ่งตัวออกไปสวนกระสุนกลับทันทีในมุมอับสายตา กระสุนนัดแรกพุ่งเข้าเป้าที่หัวไหล่ของมือสังหารจนมันเซถอยหลังไปชนวงกบประตู แต่พรรคพวกอีกสามคนที่เหลือด้านนอกกลับระดมยิงปูพรมเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต กระสุนน逸เฉียดศีรษะกรินทร์ไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
"กรินทร์! คุณเป็นอะไรไหม ทางฉันได้ยินเสียงปืน!" เสียงลลิลตะโกนแทบจะกรีดร้องผ่านช่องสื่อสาร
"ฉันยังไม่ตาย!" กรินทร์ตะโกนตอบขณะที่ใช้แขนข้างหนึ่งดันร่างของประจักษ์ให้หมอบราบไปกับพื้น "ลลิล ฟังฉันให้ดี... แฮกเข้าระบบควบคุมลิฟต์ของตึกนี้แล้วสั่งมันขึ้นมาที่ชั้นสี่เดี๋ยวนี้!"
"แต่ระบบรักษาความปลอดภัยถูกล็อก..."
"ฉันไม่สนว่ามันจะล็อกด้วยอะไร! ทำให้มันเปิดเดี๋ยวนี้!" กรินทร์คำราม ลั่นกระสุนสวนออกไปอีกสองนัดจนมือสังหารคนที่สองล้มฟุบลงจมกองเลือดคาธรณีประตู แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พวกมันถอยกลับ มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงบรรจุลูกกระสุนชุดใหม่ดังขึ้นจากโถงทางเดิน
เวลาเหลือน้อยลงทุกที... บูรพาคงส่งกำลังเสริมชุดใหญ่มาสมทบอีกไม่ช้า หากยังช้ากว่านี้พวกเขาทั้งหมดจะกลายเป็นศพไร้ญาติอยู่ในโรงแรมผุๆ แห่งนี้
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยของลิฟต์ปลายทางเดินก็ดังขึ้น *กริ๊ง!* พร้อมกับประตูสแตนเลสสีเงินที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นความว่างเปล่าด้านใน
"ลิฟต์มาแล้ว! ไปเร็ว!" กรินทร์กระชากคอเสื้อของประจักษ์ให้ลุกขึ้นและวิ่งฝ่าหามรณะพุ่งตรงไปที่ลิฟต์ทันที โดยมีหูหามจั่วกระสุนปืนจากศัตรูไล่หลังมาติดๆ
พวกเขากระโจนเข้าไปในตัวลิฟต์ได้อย่างเฉียดฉิว กรินทร์รีบกดปุ่มปิดประตูล้างบาง พร้อมกับสาดกระสุนนัดสุดท้ายยิงแผงควบคุมลิฟต์ด้านนอกให้พังเสียหาย เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันกดตามขึ้นมาได้ทันที ประตูสแตนเลสค่อยๆ ปิดทับลงตัดขาดภาพความวุ่นวายเบื้องนอก
ประจักษ์หอบหายใจโยนตัวพิงผนังลิฟต์ด้วยความอ่อนระทรวย แฟลชไดรฟ์ในมือยังคงกำแน่น ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด
กรินทร์ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นใต้ดินอย่างรวดเร็ว เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผากพลางผ่อนลมหายใจยาว ความตึงเครียดคลายลงเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่สัญชาตญาณนักฆ่าจะร้องเตือนภัยขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรง
เพราะที่หน้าจอแสดงชั้นของลิฟต์... มันไม่ได้กำลังลงไปที่ชั้นจอดรถใต้ดินตามที่ลลิลควรจะควบคุม
แต่มันกำลังพุ่งขึ้น... ไปสู่ชั้นดาดฟ้า
และก่อนที่กรินทร์จะทันได้กดปุ่มหยุดฉุกเฉิน หน้าจอดิจิทัลภายในลิฟต์ก็ดับวูบลงพร้อมกับไฟเพดานที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เสียงหัวใจของเขากระหน่ำเต้นรัวระนาดเมื่อได้ยินเสียงสังเคราะห์จากระบบเสียงตามสายภายในลิฟต์ดังขึ้น เป็นเสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยอย่างยิ่งของบูรพาที่ดังสะท้อนก้องกังวาน
*"ยินดีต้อนรับสู่ชั้นบนสุดนะคุณกรินทร์... น่าเสียดายจริงๆ ที่คุณเลือกเดินมาผิดทาง ตั้งแต่แรก"*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้และพบกันใหม่ในตอนถัดไป
"ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ"
เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 20
เวลาที่เหลือน้อย
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!