เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 12

ค่ำคืนริมฝั่งน้ำ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของโคลนตมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงยามวิกาล ลอยปะทะนาสิกราวกับจะเตือนสติว่าพวกเขากำลังเหยียบย่ำอยู่บนอาณาจักรแห่งความลับที่ถูกกลบฝัง กรินทร์ดึงฮู้ดเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มลงต่ำเพื่อบังใบหน้าครึ่งซีก สายตาคมกริบกวาดมองโกดังร้างหมายเลขเก้า ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่หลังพงอ้อรกทึบ แสงไฟสีส้มสลัวจากเสาไฟริมถนนใหญ่ทอดเงายาวทับถมกันจนกลายเป็นผืนผ้าใบแห่งความมืดมิด ที่นี่คือเขตอุตสาหกรรมเก่าที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง แต่ทว่า… ร่องรอยการสัญจรของรถยนต์ราคาแพงเมื่อไม่กี่นาตรีก่อน กลับเป็นหลักฐานชั้นดีว่ามีความเคลื่อนไหวบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลังประตูเหล็กบานใหญ่ที่ขึ้นสนิมเขรอะ "คุณกรินทร์… ทางนี้ค่ะ… เอ่อ ทางนี้ครับ" เสียงกระซิบแผ่วเบาจากหญิงสาวข้างกายดังขึ้น ลลิลชะงักคำพูดตัวเองเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามคุ้นชิน แต่กระนั้นแววตาของเธอกลับไม่มีความหวาดกลัว เจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเด็ดเดี่ยวและระแวดระวัง เธอกระชับเสื้อคลุมกันหนาวเข้าหากันเพื่อคลายความหนาวเหน็บจากสายลมแม่น้ำที่พัดโชย กรินทร์หันไปมองคู่คิดสาวชั่วพริบตา เขายกนิ้วขึ้นแตะริมฝั่งปากเป็นเชิงส่งสัญญาณให้เงียบเสียงลง มือหนาสัมผัสกับด้ามโลหะเย็นเฉียบของปืนพกสั้นที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า ความรู้สึกคุ้นเคยกับความตายและอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันคือความคุ้นชินที่น่าเศร้า… ปมในอดีตเกี่ยวกับการสูญเสียครอบครัวยังคงตามหลอนในทุกย่างก้าว แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่คอยขับเคลื่อนให้เขายอมทำทุกอย่างเพื่อกระชากหน้ากากของพวกมันออกมา "เรามีเวลาไม่มากก่อนที่เวรตรวจการณ์รอบถัดไปจะวนมาถึง" กรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ดวงตาคู่คมจดจ้องไปที่รูกุญแจขนาดใหญ่บนบานประตู "คุณแน่ใจนะว่าข้อมูลจากแฟลชไดร์ฟนั่นชี้เป้ามาที่นี่จริงๆ ลลิล" "ไม่มีทางพลาดค่ะ… เอ่อ ไม่มีทางพลาดครับ" ลลิลพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น เธอขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงของชายหนุ่มจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น "รหัสเข้ารหัสลับที่ฉันถอดได้เมื่อบ่ายนี้ ระบุพิกัดตรงนี้ชัดเจน และที่สำคัญ… บัญชีลับที่ใช้ฟอกเงินสนับสนุนโครงการถมทะเล มันโอนตรงมาจากธนาคารภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทยโดยตรง" ข้อมูลนั้นทำให้กรินทร์นิ่งเงียบไป อากาศรอบตัวราวกับจะเย็นเยียบลงไปอีกหลายองศา เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง… ชื่อของบูรพาผุดขึ้นมาในห้วงความคิดทันที ชายผู้กุมอำนาจเบื้องหลังความเน่าเฟะทั้งหมด ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดบนซากศพและความทุกข์ยากของผู้คน หากเบาะแสในคืนนี้เชื่อมโยงไปถึงตัวการใหญ่จริง การก้าวเดินต่อไปแม้เพียงก้าวเดียวก็อาจหมายถึงการเอาชีวิตเข้าแลก ชายหนุ่มไม่รอช้า เขาหยิบอุปกรณ์ขนาดเล็กคล้ายลวดสปริงออกจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะบรรจงสอดมันเข้าไปในรูกุญแจ สมาธิทั้งหมดถูกจดจ่ออยู่ที่ปลายนิ้ว ความเงียบสงบยามค่ำคืนมีเพียงเสียงหรีดหริดเรไรและเสียงสายน้ำไหลเอื่อยกระทบตลิ่ง *คลิก* เสียงกลไกภายในดีดตัวเปิดออกอย่างแผ่วเบา กรินทร์ออกแรงผลักประตูเหล็กหนักอึ้งให้เปิดออกเพียงพอให้ลอดผ่านเข้าไปได้ กลิ่นอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ และสารเคมีบางชนิดลอยเตะจมูกทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู ภายในโกดังร้างมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคาสังกะสีสาดส่องลงมาเป็นลำแสงบางเบา ทอดเงาลงบนลังไม้จำนวนมากที่วางเรียงรายระเกะระกะ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของทั้งคู่ไม่ใช่กองลังเหล่านั้น หากแต่เป็นโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางโกดัง บนโต๊ะมีคอมพิวเตอร์พกพาเปิดหน้าจอทิ้งไว้ พร้อมกับแฟ้มเอกสารจำนวนมากที่กางกระจัดกระจาย "ระวังตัวด้วย" กรินทร์เอ่ยเตือนพร้อมกับก้าวเดินนำหน้า ลลิลพยักหน้ารับและก้าวตามติดอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความเงียบงัน กรินทร์เดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน นิ้วเรียวยาวพลิกดูเอกสารบนโต๊ะผ่านแสงไฟฉายขนาดเล็กที่คาดไว้บนศีรษะ สายตาคมกริบกวาดอ่านตัวอักษรอย่างรวดเร็ว เอกสารเหล่านี้ไม่ใช่แค่รายงานการเงินธรรมดา แต่มันคือสัญญาซื้อขายที่ดินริมแม่น้ำ และรายชื่อโครงการก่อสร้างมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งมีลายเซ็นกำกับอนุมัติจากบุคคลระดับสูงในทำเนียบรัฐบาล "นี่มัน… โครงการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อความมั่นคง" ลลิลพึมพำด้วยความตกใจเมื่อชะโงกหน้ามาอ่านเอกสารในแฟ้มเดียวกัน "แต่เบื้องหลังการเวนคืนที่ดิน มันคือการกวาดล้างชุมชนแออัดเพื่อสร้างบ่อนการพนันถูกกฎหมายและท่าเรือขนถ่ายสินค้าเถื่อน… พวกมันใช้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคงมาบังหน้าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว!" "ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน ลลิล" กรินทร์เอ่ยขัดขึ้น น้ำเสียงของเขาสุขุมเยือกเย็นจนน่ากลัว ดวงตาจ้องมองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังเปิดค้างไว้ "ดูนี่สิ… บันทึกการสนทนาผ่านเครือข่ายเข้ารหัส" บนหน้าจอแสดงข้อความสนทนาระหว่างบุคคลสองคน ชื่อผู้ใช้ถูกตั้งเป็นรหัสโค้ด แต่สิ่งที่ทำให้กรินทร์ต้องขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม คือตราสัญลักษณ์ประจำกระทรวงที่ปรากฏอยู่ที่มุมขวาบนของโปรแกรมแชท และข้อความล่าสุดที่เพิ่งถูกส่ง10 นาทีก่อนที่พวกเขาจะมาถึง *['หนูตกถังข้าวสารเรียบร้อยแล้ว ท่านรัฐมนตรีบูรพา กำจัดพวกที่เหลือให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือแม้แต่เง']* ข้อความถูกตัดขาดหายไปกลางคันราวกับสัญญาณขาดหาย หรือไม่ก็… เจ้าของข้อความกำลังถูกปิดปาก บรรยากาศภายในโกดังพลันอึดอัดขึ้นมาทันที ขนกายของลลิลลุกชันขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยในหัวของเธอ "กรินทร์… เราต้องไปกันแล้วค่ะ ฉันรู้สึกว่า…" *แอดม…* เสียงฝีเท้าหนักๆ เหยียบย่ำลงบนพื้นเศษไม้ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตรดังแทรกขึ้นมา ตัดบทสนทนาทุกอย่างให้หยุดชะงักลงทันที กรินทร์ดึงตัวลลิลเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับพาเเสงเงาไปหลบหลังลังไม้ลังใหญ่ มือขวาปลดเซฟปืนพกสั้นอย่างไร้เสียง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตัว แต่ภายนอกยังคงนิ่งสงบดั่งผืนน้ำยามไร้ลม แสงไฟฉายกราดส่องผ่านช่องว่างระหว่างลังไม้เข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์สวมชุดสูทสีดำสามคนกำลังเดินตรวจตราเข้ามาในโซนที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ และเสียงฝีเท้านั้นไม่ได้มาจากหน้าประตู… แต่มันมาจากด้านหลังของโกดัง ซึ่งหมายความว่าพวกเขากำลังถูกต้อนให้จนมุม ลลิลหันมาสบตากริทร์ ความหวาดกลัวสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่สวย แต่กรินทร์กลับใช้มืออีกข้างกุมมือเธอไว้แน่น สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของเขาช่วยดึงสติเธอให้กลับมา ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของลลิลก็สั่นครืดคราดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันอันเปราะบาง หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้น พร้อมกับชื่อสายเรียกเข้าที่ปรากฏหราบนหน้าจอ— **"บูรพา"** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ และพบกันใหม่ในตอนถัดไป "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ"
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%