เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 11

เบาะแสชิ้นที่สอง

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
หมึกสีชาดบนกระดาษหนังแกะแผ่นนั้นไม่ได้กำลังบอกเล่าเรื่องราวในอดีต แต่มันกำลังพิพากษาอนาคต เสียงขีดเขียนของปลายปากกาขนนกบนโต๊ะไม้สักทองดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของกรินทร์ แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบสันกรามคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเหนื่อยล้า ดวงตาคมกริบทอประกายความครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง ขณะที่นิ้วเรียวยาวบรรจงหมุนแผ่นแปลกปลอมรูปวงกลมซ้อนทับกันสามชั้น ซึ่งเพิ่งถูกแกะรอยได้จากคราบน้ำยาเคมีในเอกสารลับของบูรพา "ถ้าเรามองแค่ตัวอักษร เราจะไม่มีทางเห็นภาพรวมเลยครับคุณลลิล" กรินทร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่มันแฝงไปด้วยแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูหนักอึ้งลงไปถนัดตา ลลิลซึ่งยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือโบราณอยู่มุมห้อง ปรายตามองกระดาษแผ่นนั้นด้วยแววตาพิจารณา เธอไม่ได้ขยับตัวเข้าใกล้ทันที แต่เลือกที่จะสังเกตการณ์เคลื่อนไหวทุกอิริยาบถของชายหนุ่มผู้เป็นทั้งสหายร่วมรบและเจ้าของหัวใจที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น "คุณกำลังบอกว่า บูรพาจงใจทิ้งร่องรอยนี้ไว้ให้เราเจอตั้งแต่แรกอย่างนั้นหรือคะ... เอ๊ย... อย่างนั้นหรือครับ" ลลิลชะงักเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำติดปาก ก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามให้เข้ากับสถานการณ์ด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท กรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตา เธอเห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขา—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย "ไม่ใช่แค่จงใจครับ... แต่เขากำลังท้าทายเรา บูรพารู้ดีว่าผมไม่มีทางปล่อยเรื่องครอบครัวให้จบลงแค่นี้ เขารู้จักความแค้นของผมดีเสียยิ่งกว่าตัวผมเองเสียอีก" กรินทร์วางปากกาลง เสียงกระทบเนื้อไม้ดังสะท้อนก้อง "และรหัสลับชุดนี้... ไม่ได้บอกถึงสถานที่ซ่อนเอกสารการเงิน แต่มันท,กำลังบอกพิกัดของ 'สุสาน' ที่เขาฝังหลักฐานชิ้นสำคัญเอาไว้" ลลิลเดินเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงใช้ปลายนิ้วเรียวแตะที่แผ่นกระดาษหนังแกะเบาๆ กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองลอยแตะจมูก "ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก... บริเวณโรงงานร้างเก่าของตระกูลบูรพาใช่ไหมครับที่คุณกำลังคิดถึง" "ถูกต้องครับ" กรินทร์พยักหน้าช้าๆ สายตาคมกริบมองลอดผ่านหน้าต่างกระจกสีชาออกไปยังความมืดมิดยามวิกาลเบื้องล่าง "ที่นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ครอบครัวของผมต้องพังทลายลงเมื่อสิบปีก่อน และมันก็คงจะเป็นสถานที่เดียวกัน... ที่เราจะปิดบัญชีนี้เสียที" บรรยากาศในห้องเงียบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกของคนทั้งสอง ลลิลรู้ดีว่าการเดินทางไปยังสถานที่แห่งนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การไปเก็บกวาดหลักฐาน แต่มันคือการเดินเข้าสู่กรงขังแห่งความทรงจำที่กรินทร์พยายามหลบหนีมาตลอดชีวิต การเผชิญหน้ากับอดีตที่พร้อมจะแผดเผาพวกเขาทั้งเป็น "คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมครับว่าเราพร้อมแล้ว... ผมหมายถึง สภาพจิตใจของคุณเอง" ลลิลถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แววตาคู่นั้นฉายความห่วงใยออกมาอย่างไม่ปิดบัง กรินทร์หันกลับมามองหญิงสาว นัยน์ตาที่เคยแข็งกร้าวทอประกายอ่อนโยนขึ้นวูบหนึ่ง เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบของลลิลไว้แน่น สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของเขาคือสิ่งเดียวในโลกที่ช่วยดึงสติของเขากลับมาจากห้วงเหวลึกแห่งความแค้น "ผมไม่เคยแน่ใจอะไรในชีวิตนี้เท่ากับตอนนี้อีกแล้วครับ ลลิล... ไม่ว่าที่นั่นจะรอเราด้วยกับดักหรือความตาย ผมก็จะไป และผมจะลากคอมันลงมาจากบัลลังก์ที่มันเหยียบย่ำชีวิตคนอื่นให้ได้" การตัดสินใจถูกประกาศกร้าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว ไร้ซึ่งความลังเล ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบเข้าครอบคลุมบรรยากาศอีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันหน้าประตูห้องทำงานของกรินทร์ ก็ทำให้ร่างของทั้งคู่ต้องชะงักกึก *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นในยามวิกาล—ช่วงเวลาที่ไม่มีใครควรจะอยู่ที่นี่ และไม่มีแขกคนใดได้รับอนุญาตให้เข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้ได้โดยไม่ได้รับคำสั่ง กรินทร์ขมวดคิ้วมุ่นทันที มือขวาเลื่อนลงไปกุมด้ามปืนพกสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ ขณะที่ลลิลถอยหลังไปตั้งหลักใกล้กับเสาไม้พร้อมกวาดสายตามองรอบห้องเพื่อหาเส้นทางถอย ไม่มีเสียงพูดคุยจากบุคคลปริศนาภรรยาประตู มีเพียงซองจดหมายสีดำสนิทแผ่นหนึ่งที่ค่อยๆ ถูกสอดเลื่อนลอดช่องว่างใต้ประตูกลุ่มไม้สักเข้ามาด้านในอย่างช้าๆ กรินทร์ส่งสัญญาณมือห้ามลลิลขยับตัว เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ประตูด้วยฝีเท้าที่เบาเงียบราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุม ก้มตัวลงหยิบซองจดหมายปริศนาขึ้นมาเปิดดูอย่างระมัดระวัง ภายในนั้นไม่มีข้อความยาวเหยียด ไม่มีคำขู่คุกคาม มีเพียงภาพถ่ายใบเดียวที่เพิ่งถูกถ่ายสดๆ ร้อนๆ—ภาพของเด็กผู้หญิงคนสนิทของลลิล กำลังถูกมัดมือไพล่หลังอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าแก่ ภายในสถานที่ที่พวกเขากำลังจะเดินทางไปเยือน... ริมแม่น้ำแห่งนั้น ดวงตาของกรินทร์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเยือกเย็นทั้งหมดที่สร้างมาตลอดสลายหายไปในพริบตาเมื่อเห็นว่าเหยื่ออันโอชะไม่ได้มีแค่พวกเขาอีกต่อไปแล้ว และก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงกรีดร้องแหลมสูงขึ้น ตัดผ่านความเงียบของราตรีราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากความมืด ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ จากใจ "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ"
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%