“ถ้ามินยังไม่ยอมเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นรูปคู่กับโปรเจกต์หมูย่างเกาหลีเมื่อคืนนี้ พี่จะเดินไปนั่งคุมถึงโต๊ะเลคเชอร์คณะสถาปัตย์ฯ เดี๋ยวนี้เลยนะเด็กดื้อ”
เสียงแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพท์มือถือสั่นครืดคราดติดต่อกันสามครั้งติด จนมินที่กำลังก้มหน้าก้มตาตัดโมเดลกระดาษชานอ้อยถึงกับสะดุ้ง ปลายคัตเตอร์คมกริบเกือบเฉือนโดนนิ้วเรียวของตัวเอง เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความหมั่นไส้จนแทบจะกลืนกินโทรศัพท์มือถือราคาแพงเครื่องนั้นลงท้องไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ให้ตายเถอะ... นี่มันเพิ่งจะเก้าโมงเช้าของวันจันทร์นะ!
มินเหลือบมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับข้อความยาวเหยียดในแอปพลิเคชันไลน์กลุ่มที่มีสมาชิกสี่คนประกอบไปด้วยเธอ ริน เพื่อนสนิทสายลุย พาย รุ่นพี่ตัวแสบดีกรีเดือนวิศวะฯ และเต้ เพื่อนสนิทของฝ่ายนั้นที่คอยทำหน้าที่เป็นกองหนุนตัวป่วนคอยชงซ้ายตบขวาให้พายได้หยอกล้อเธอจนหัวหมุนอยู่ตลอดเวลา
หน้าจอโทรศัพท์เวลานี้แทบจะลุกเป็นไฟ ยิ่งกว่าเตาหมูย่างเกาหลีร้านโปรดที่พวกเขาไปถล่มกันเมื่อคืนเสียอีก อีโมจิรูปหมูสามชั้นพ่นไฟและหน้าแมวทำหน้ากวนประสาทถูกส่งรัวเข้ามาไม่ยั้ง
[เต้]: @Min_Arch อุ๊ยๆๆ มีคนแถวนี้เขาออกอาการหวงก้าง เอ้ย หวงน้องรหัส เอ้ย หวงน้องปีหนึ่งว่ะแกรรร รินว่าไง รินช่วยพี่เคลียร์ทีดิ๊ 55555555555555555555555555
[ริน]: ชั้นว่านะอีตาพายเนี่ย ว่าว่างไม่ได้ ว่างเป็นหยอด ว่างเป็นแซะ ประหนึ่งว่าคณะวิศวะฯ ไม่มีงานมีงานให้ทำละมั้งแก ชั้นล่ะเหนื่อยแทนยัยมินจริงๆ ปล่อยเพื่อนชั้นอ่านสถาปัตย์เงียบๆ เถอะค่ะรุ่นพี่
[พาย]: ไม่ได้หรอกริน คนนี้พี่จอง เอ้ย คนนี้พี่ต้องดูแลในฐานะพี่รหัสตัวอย่างต่างหาก อีกอย่าง... ยัยนี่ชอบทำหน้าบึ้งใส่พี่อ่ะดิ สงสัยต้องโดนทำโทษด้วยชานมไข่มุกหวานร้อยเปอร์เซ็นต์สักสิบแก้ว
[มิน]: รุ่นพี่พาย! บ้าไปแล้วเหรอคะ ใครจะไปกินไหวตั้งสิบแก้ว น้ำตาลขึ้นตาพอดีดิฉันไม่ได้ชอบกินหวานตัดขาเหมือนรุ่นพี่นะ! อีกอย่าง รูปโปรไฟล์อะไรนั่น มินไม่เปลี่ยนเว้ย! รูปนั้นหน้าตาฉันตลกมากตอนกินชีสยืด ห้ามเอามาแบล็กเมลเด็ดขาดนะ!
นิ้วเรียวรีบกดพิมพ์ข้อความตอบกลับไปด้วยความเร็วแสง ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงเรื่อ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้ความโกรธหรือเพราะสายตาเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายที่ลอยวนเวียนอยู่ในหัวกันแน่
บรรยากาศในห้องสตูดิโอคณะสถาปัตย์ฯ ที่ควรจะเงียบสงบและเต็มไปด้วยกลิ่นกาวลาเท็กซ์ กลับเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มในใจของเด็กปีหนึ่งที่กำลังพ่ายแพ้ให้กับความกวนประสาทของรุ่นพี่ปีสามอย่างราบคาบ
“แหมมมม ปฏิเสธเสียงแข็งเชียวนะมิน แกดูอีตาพายเขาสิ ส่งสติกเกอร์รูปหัวใจรัวมาเป็นตับเลย แกเนี่ยนะ ปากบอกไม่ชอบๆ แต่หูแดงถึงใบหูละมั้งเนี่ยตอนนี้” รินที่นั่งโต๊ะถัดไปเงยหน้าขึ้นจากกระดาษเขียนแบบ พร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้เพื่อนสนิทที่กำลังนั่งฮึดฮัดฟาดงูฟาดงาอยู่คนเดียว
“ใครหูแดง รินตาฝาดแล้ว! ฉันแค่อากาศร้อน ห้องนี้แอร์มันไม่ค่อยเย็นต่างหากเล่า!” มินแก้ตัวเสียงอุบอิบ มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาพัดวีใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวของตัวเองเป็นการใหญ่ ทั้งที่ความจริงแล้วเครื่องปรับอากาศในห้องสตูดิโอกำลังปล่อยความเย็นฉ่ำออกมาจนเธอเกือบจะต้องหยิบเสื้อกันหนาวมาใส่ด้วยซ้ำ
ครืดดด!
เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ข้อความในกลุ่มรวม แต่เป็นแชตส่วนตัวจากบุคคลที่เธอกำลังนินทาอยู่ในใจเมื่อครู่นี้เอง
[รุ่นพี่พายตัวแสบ]: ดื้อจังวะเด็กคนนี้... บอกให้เปลี่ยนรูป ไม่ฟังใช่ป่ะ? งั้นเดี๋ยวพี่เดินไปเปลี่ยนให้เองดีกว่า ตอนนี้ยืนอยู่หน้าตึกสถาปัตย์ฯ ละนะ นับหนึ่งถึงสาม เตรียมตัวรับมือรุ่นพี่คนนี้ได้เลย
มินเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน หัวใจดวงน้อยกระโดดลงมาอยู่ที่ตาตุ่มทันที เธอรีบผุดลุกขึ้นยืนพรวดจนเก้าอี้พลาสติกไถลไปข้างหลังเกิดเสียงดังครูดคราดจนเพื่อนๆ ในสตูดิโอหันมามองเป็นตาเดียว
“เฮ้ย ริน! อีตาพายมันบอกว่ามันอยู่หน้าตึกวะ แก... แกช่วยฉันด้วย!” มินหันไปเขย่าแขนเพื่อนสนิทด้วยความตื่นตระหนก มือไม้สั่นเทาจนแทบจะถือโทรศัพท์ไม่มั่น
“อ้าว ก็ลงไปรับสิยะ หรือจะให้เขาเดินเข้ามาลากตัวแกออกไปกลางห้องสตูดิโอท่ามกลางสายตาประชาชนล่ะจ๊ะคุณมิน” รินลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนแถมยังอมยิ้มชอบใจที่ได้เห็นเพื่อนสาวคนสนิทเสียอาการขนาดนี้
มินสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามตั้งสติแล้วรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไอ้รุ่นพี่ตัวแสบที่ชอบทำตามอำเภอใจคนนั้นทันที
[มิน]: ห้ามเข้ามานะ! บอกว่าห้ามเข้าเขตตึกสถาปัตย์ฯ ไงคะ เดี๋ยวฉันลงไปเคลียร์ด้วยเดี๋ยวนี้แหละ ยืนรออยู่ตรงใต้ต้นหูกวางนั่นแหละ ห้ามขยับไปไหนนะ!
พิมพ์เสร็จเธอก็คว้ากระเป๋าผ้าใบโปรดแล้ววิ่งเตลิดออกจากห้องสตูดิโอลงบันไดหนีไฟด้วยความเร็วแสง ราวกับกำลังวิ่งหนีสัตว์ประหลาดตัวยักษ์ที่พร้อมจะเข้ามากลืนกินเธอได้ทุกเมื่อ
ลมร้อนภายนอกอาคารพัดปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่มินก้าวพ้นประตูตึกคณะสถาปัตย์ฯ สายตากวาดมองหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว และไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหานานเลยแม้แต่น้อย เพราะร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาปีสามรีดเรียบกริบ กางเกงสแลคขายาวสีกรมท่า และเรือนผมสีดำสนิทที่เซ็ตไว้อย่างดีกำลังยืนพิงเสาตึกด้วยท่าทางกวนประสาทเป็นเอกลักษณ์
รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้เธอนั้น... มันช่างน่าหมั่นไส้เสียจนเธออยากจะวิ่งเข้าไปหยิกแขนสักทีสองทีให้หายแค้น
“มาช้าจังนะเด็กดื้อ นึกว่าจะต้องให้เดินขึ้นไปอุ้มลงมาซะแล้ว” พายเอ่ยทักขึ้นทันทีที่เห็นร่างเล็กของรุ่นน้องปีหนึ่งเดินหน้าบึ้งตึงเข้ามาใกล้ พร้อมกับยกมือขึ้นกอดอกมองเธอด้วยสายตาพราวระยับ
“ใครเด็กดื้อคะ! แล้วใครอนุญาตให้เดินมาที่นี่เนี่ย คนอื่นเขามองกันหมดแล้วนะเห็นไหม!” มินกระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความขัดเขินเมื่อกวาดสายตาไปรอบๆ แล้วพบว่ารุ่นพี่หลายคนในตึกกำลังแอบมองมาที่พวกเขาสองคนพร้อมกับอมยิ้มซุบซิบกันยกใหญ่
“ก็บอกแล้วไงว่าถ้าไม่ยอมเปลี่ยนรูปโปรไฟล์... พี่ก็จะมาทวงสัญญาด้วยตัวเอง” พายก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอทีละนิด จนมินต้องถอยหลังก้นชนเสาปูนอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ “หรือว่า... จริงๆ แล้วแอบเขินจนไม่กล้าสบตาพี่ หื้ม?”
“ใครเขิน! บ้า ไอบ้า!” มินหน้าแดงแจ๋ ดันอกแกร่งให้ออกห่างด้วยความเก้อเขิน แต่พายกลับคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้เบาๆ ไม่ยอมให้เธอถอยหนีไปไหนได้อีก
ดวงตาคมกريบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง จนคนถูกมองถึงกับลมหายใจสะดุด
“พี่ไม่ได้ล้อเล่นนะมิน...” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ชิด จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ข้างแก้มใส “...ที่บอกว่าจองน่ะ... หมายความตามนั้นจริงๆ นะครับ”
มินสมองตื้อตันไปชั่วขณะ หัวใจเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน คำพูดกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความอบอุ่นแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ
และในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะอยู่นั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของพายก็สั่นเตือนขึ้นมาเสียงดังลั่นทำลายความเงียบ
พายเหลือบสายตาลงมองหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มกริ่มแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแชตกลุ่มที่ยังคงเด้งข้อความรัวไม่หยุดขึ้นให้เธอเห็นเต็มสองตา
[เต้]: @Pai_Engineering เป็นไงบ้างวะไอ้คุณชาย ตามจีบน้องเขาถึงถิ่น สรุปเขินจนเป็นลมล้มพับไปหรือยังวะเพื่อน? หรือว่ามัวแต่หยอดจนโดนรอยเท้าประทับหน้าผากกลับมาวะเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พายหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับเพื่อนสนิทในกลุ่มต่อหน้าต่อตาเธออย่างไม่เกรงใจใคร
[พาย]: ยังไม่ล้มพับเว้ย... แต่ตอนนี้กำลังจะขอตัวเป็นแฟนเด็กแถวนี้ก่อนละกัน พวกแกห้ามทักมาขัดจังหวะเด็ดขาด กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเว้ย
มินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบแย่งโทรศัพท์มือถือจากมือหนามาถือไว้ทันที “นี่! พี่ยังไม่ได้ขอฉันเป็นสักหน่อยนะ! เขียนเองเออเองหน้าไม่อายที่สุด!”
“อ้าว ก็กำลังจะขออยู่นี่ไง... หรือต้องให้คุกเข่าลงไปตรงนี้เลยไหมล่ะคนดี?” พายยิ้มกริ่มขยับเข้าไปกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงแพรวพราวที่ทำเอาเธอยืนแทบไม่ติดพื้น
ในขณะที่มินกำลังอ้าปากค้างจะโวยวายใส่ความหน้ามึนของรุ่นพี่จอมกวน นิ้วเรียวของเธอกลับเผลอไปกดปุ่มส่งข้อความเสียงยาวเหยียดที่พายพิมพ์ค้างไว้ในแชตกลุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ!
ข้อความเสียงความยาวห้าวินาทีที่บันทึกเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของพายและเสียงอุทานตกใจสุดขีดของมิน... ถูกส่งตรงเข้าสู่ไลน์กลุ่มที่มีเพื่อนสนิททั้งสองคนรอฟังข่าวใหญ่อย่างใจจดใจจ่อ โดยไม่มีทางกดยกเลิกได้ทันท่วงที!
...และนั่นคือเสียงกรี๊ดดี๊ด้าของรินกับเต้ที่ดังทะลุลำโพงโทรศัพท์มือถือออกมาทันที...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาอมยิ้มและร่วมลุ้นไปกับความป่วนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
รุ่นพี่สายกวนกับน้องใหม่โปรเจกต์ป่วนหัวใจ•ตอนที่ 4
แชตกลุ่มที่เดือดกว่าเตาปิ้งย่าง
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่สายกวนกับน้องใหม่โปรเจกต์ป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!