รุ่นพี่สายกวนกับน้องใหม่โปรเจกต์ป่วนหัวใจ•ตอนที่ 11

เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ร้านสะดวกซื้อ

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
เสียงขูดของตะกร้าพลาสติกกระทบกับชั้นวางสินค้าในโซนน้ำดื่มเย็นเจี๊ยบดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงบของร้านสะดวกซื้อสาขาหน้ามหาวิทยาลัยตอนตีสองครึ่ง มันเป็นเวลาที่วิญญาณของนักศึกษาปีหนึ่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แทบจะหลุดออกจากร่างอยู่แล้ว หลังจากต้องนั่งหลังขดหลังแข็งปั่นโมเดลตึกระฟ้าส่งจารย์ตอนแปดโมงเช้า มินในตอนนี้... จึงไม่ใช่ "น้องมินปีหนึ่งสุดเนี้ยบ" คนเดิมที่ใครๆ ในคณะรู้จักอีกต่อไป เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ลายการ์ตูนหมาหน้าโง่ตัวเก่าๆ ที่คอเสื้อย้วยจนแทบจะตกไหล่ กางเกงนอนผ้าฝ้ายลายสก็อตสีซีดที่ใส่มาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย และไฮไลท์สำคัญคือแว่นตาหนาเตอะกรอบเหลี่ยมที่สلاصทับด้วยดวงตาปรือปรอยเพราะอดนอนมาสองวันติด แถมผมเผ้ายังถูกม้วนรวบขึ้นไปมัดเป็นก้อนกลมๆ บนหัวลวกๆ ด้วยยางรัดผมเส้นเดียวแบบไม่แคร์สื่อใดๆ ทั้งสิ้น มือเรียวที่เลอะคราบกาวร้อนหยิบขวดชาเขียวสูตรไม่มีน้ำตาลขึ้นมาสามขวดโยนลงตะกร้า ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบาๆ อย่างหัวเสีย "ให้ตายสิ... ทำไมอีตาพั่นั่นต้องส่งประโยคบ้าๆ นั่นมาตอนเที่ยงคืนด้วยนะ" *“หันมาหน่อยสิครับ... คนน่ารำคาญอันดับหนึ่งของผม”* ประโยคสั้นๆ จากแชตของรุ่นพี่ตัวดีเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวจนเธอแทบไม่ได้หลับได้นอน สมองที่ควรจะคิดเรื่องโครงสร้างคานรับน้ำหนัก กลับมีแต่ใบหน้ากวนประสาทกับรอยยิ้มมุมปากของพายลอยวนไปวนมาเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง มินยกมือขึ้นขยี้หัวตัวเองจนยุ่งเหยิงหนักกว่าเดิมด้วยความหงุดหงิด *กริ๊งงงง!* เสียงสัญญาณประตูอัตโนมัติของร้านสะดวกซื้อดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดฮู้ดสีดำสนิทที่ดึงฮู้ดขึ้นคลุมหัวอำพรางใบหน้าเอาไว้ครึ่งหนึ่ง กางเกงวอร์มขายาวสีเทา และรองเท้าแตะแบบสวม ร่างนั้นเดินตรงดิ่งเข้ามาโซนเครื่องดื่มทันทีโดยไม่มองรอบข้าง พายเองก็อยู่ในโหมด "ร่างพัง" ไม่แพ้กัน ดวงตาคมกริบที่ปกติมักจะมีประกายเจ้าเล่ห์แพรวพราว ตอนนี้กลับมีรอยคล้ำใต้ตาจางๆ จากการโหมทำโปรเจกต์ส่งภาควิชาเหมือนกัน พายหยิบกระป๋องกาแฟดำขึ้นมาเปิดฝา ซดอึกใหญ่เพื่อปลุกวิญญาณ ก่อนจะหันมาหยิบขวดน้ำเปล่าที่ชั้นข้างๆ แล้วชะงักกึก ดวงตาสองคู่ประสานกันผ่านช่องว่างระหว่างชั้นวางสินค้า มินเบิกตากว้างจนเลนส์แว่นแทบหลุด เธอนิ่งค้างไปสามวินาทีราวกับหุ่นยนต์แบตหมด เช่นเดียวกับพายที่สำลักกาแฟพรวดออกมาเบาๆ ต้องยกมือขึ้นเช็ดปากแล้วกะพริบตาปริบๆ มองสิ่งมีชีวิตตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า "เอ่อ..." พายส่งเสียงทักขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงแหบพร่าในลำคอ "นี่... ผีดิบที่ไหนหลุดออกมาจากตึกสถาปัตย์วะเนี่ย" มินสะดุ้งสุดตัว สติที่กระจัดกระจายกลับเข้าร่างทันที ความโกรธผสมความอายพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนหน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอดนอนหรือเพราะความตกใจที่ดันมาเจอเดือนคณะในสภาพที่ทุเรศที่สุดในชีวิต "นี่! ใครผีดิบไม่ทราบคะ! แล้วรุ่นพี่มาทำอะไรที่นี่ในสภาพ... แบบนี้เนี่ย!" มินแว้ดใส่ทันที มือเล็กชี้ไปที่ฮู้ดสีดำและผมที่ชี้โด่เด่ของอีกฝ่ายอย่างลืมตัว พายเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที แม้ว่าสภาพภายนอกของเขาจะดูเหมือนคนไม่ได้อาบน้ำมาสามวัน แต่รังสีความกวนประสาทก็ยังคงทำงานเต็มร้อยไม่มีตก "อ้าว ก็มาซื้อเสบียงเหมือนเธอนั่นแหละครับ... ว่าแต่น้องมินคนเนี้ย ใครวะเนี่ย ไม่เห็นคุ้นหน้าเลย หน้าตาคุ้นๆ เหมือนป้าข้างหอพี่ที่ชอบใส่เสื้อยืดหมาหน้าโง่ตัวนี้เป๊ะ" พายแกล้งทำเป็นหรี่ตามองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์สุดฤทธิ์ "รุ่นพี่! อยากตายใช่ไหมคะ! ถอยไปเลยนะ ฉันจะจ่ายเงิน!" มินหน้าดำคร่ำเครียด รีบคว้าตะกร้าเดินหนีไปที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ทันทีด้วยความเร็ว พายหัวเราะในลำคอเบาๆ เดินถือกระป๋องกาแฟตามหลังมาติดๆ เหมือนเงาตามตัว เขายืนซ้อนอยู่ด้านหลังเธอในระยะประชิดชนิดที่กลิ่นสบู่ผสมกลิ่นเหงาอ่อนๆ จากตัวเขาโชยมาแตะจมูกมินจนเธอต้องหดคอหนี "ยืนชิดอะไรขนาดนี้เนี่ย ถอยไปเลยนะ!" มินกระซิบลอดไรฟัน พยายามขยับตัวหลบแต่ก็ติดเคาน์เตอร์ "ก็แถວนี้มันแคบอ่ะครับ... อีกอย่าง พี่แค่อยากมาดูใกล้ๆ ว่าคนที่บอกว่าตัวเองเก่งนักเก่งหนา เวลาอยู่ในโหมด 'ร่างพัง' แล้วมันจะน่ารักขนาดไหนเชียว" พายโน้มใบหน้าลงมาใกล้ข้างหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววหยหยันแต่นุ่มนวลอย่างประหลาดกระซิบเบาๆ หัวใจดวงน้อยของมินกระตุกวูบอย่างแรง ความโกรธเมื่อครู่หายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ยัยสถาปัตย์คนเก่งรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง เธอเกลียดรอยยิ้มแบบนี้ของเขาที่สุด เกลียดที่เขาทำให้เธอเสียอาการได้ตลอดเวลาแม้กระทั่งในยามที่เธอทุเรศที่สุดแบบนี้ "ติ๊ด!" เสียงเครื่องสแกนบาร์โค้ดดังขึ้น พนักงานแคชเชียร์ก้มหน้าก้มตาคิดเงินโดยไม่สนใจบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกรอบตัวเลยสักนิด มินรีบคว2ักกระเป๋าตังค์ออกมาด้วยมือสั่นเทา อยากจะรีบจ่ายเงินแล้ววิ่งหนีออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด แต่ทว่า... ในจังหวะที่มินกำลังจะหยิบธนบัตรออกจากกระเป๋า พายกลับคว้าบัตรเครดิตของตัวเองยื่นแตะเครื่องจ่ายเงินแทนอย่างรวดเร็ว "เฮ้ย! ทำอะไรคะ! ฉันจ่ายเองได้!" มินโวยวายลั่น หันไปแยกเขี้ยวใส่ "พี่เลี้ยงครับ... ถือว่าเป็นการไถ่โทษที่เมื่อคืนทักไปกวนเวลานอนของเด็กดื้อก็แล้วกัน" พายยิ้มละมุน รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มอบอุ่นที่ทำเอามินพูดไม่ออก ทั้งคู่เดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อ สายลมเย็นยะเยือกยามดึกพัดผ่านผิวถนนโล่งเตียน มินเดินกอดถุงใส่ขวดชาเขียวแน่น สีหน้ายังคงมีความขัดแย้งในใจเต็มไปหมด ทั้งโกรธ ทั้งเขิน และทั้งสับสน "เดินไปส่งครับ ดึกดื่นมืดค่ำ ผู้หญิงตัวคนเดียว... ถึงแม้สภาพจะเหมือนยายเพิ้งก็เถอะ อันตราย" พายเดินตามมาติดๆ ไม่ยอมปล่อยให้เธอเดินกลับหอพักคนเดียว "ไม่ต้องเลยนะคะ! ฉันเดินกลับเองได้ ใกล้แค่นี้เอง!" มินสะบัดหน้าหนี เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น แต่พายก็ยังคงก้าวตามมาด้วยจังหวะที่พอดีกันเป๊ะ "ดื้อจังวะ..." พายพึมพำเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือหนามาคว้าข้อมือเล็กของมินไว้หลวมๆ ไม่ให้เธอเดินหนีไปไหน มินหยุดกึ้ง หันขวับกลับไปมองหน้าเขา ดวงตากลมโตภายใต้แว่นตาหนาเตอะจ้องมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ ในแสงไฟสลัวจากเสาไฟริมทางเดิน เงาของคนทั้งคู่ทาบทับกันอย่างแนบสนิท หัวใจเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบตัว "ปล่อยนะ..." เสียงของมินเบาราวกับเสียงกระซิบ ความแข็งกร้าวหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสั่นไหวที่เจ้าตัวก็ห้ามไม่ได้ พายไม่ได้ปล่อยมือ เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของมินราวกับจะค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของรุ่นพี่ตัวกวน "ถ้าพี่บอกว่า... ที่ตามมาส่ง เพราะไม่ได้อยากเจอแค่ในฐานะรุ่นพี่ล่ะครับ" พายเอ่ยเสียงนุ่ม ทิ้งระยะห่างระหว่างหัวใจของคนทั้งคู่ให้แคบลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ มินอ้าปากค้าง สมองรวนเรจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปลายนิ้วอุ่นของพายค่อยๆ ไล้เบาๆ ที่หลังมือของเธออย่างทะนุถนอม "วะ... ว่ายังไงนะคะ..." มินเสียงสั่นระริก แพ้ทางราบคาบให้กับสายตาคู่นั้นอีกตามเคย พายหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางเหมือนแมวขู่ที่กำลังจะแปลงร่างเป็นแมวขี้อ้อนของเธอ เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของมินอีกครั้ง จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม "พรุ่งนี้... เลิกเรียนแล้วรอพี่ที่คณะนะ... แฟนเก่าเธออาจจะมาหา..." พายกระซิบประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที ดวงตาคมมองข้ามไหล่ของมินไปยังมุมมืดใต้ต้นไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้ามหอพัก ที่ซึ่งมีเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนกำลังยืนจ้องมองมาทางพวกเขาด้วยสายตาวาวโรจน์! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานให้อนุภาคความฟินในตอนนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่สายกวนกับน้องใหม่โปรเจกต์ป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%