ดวงตาสีแดงก่ำนับสคู่ที่จ้องมองทะลุผ่านม่านควันหนาทึบไม่ได้นำพามาซึ่งความตายอย่างที่เซเรนเคยคาดการณ์ไว้ในตำราพิชัยสงครามเวทมนตร์บทที่แปด... แต่เป็นแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่หนักหน่วงจนทำให้กระดูกต้นคอของเธอแทบจะลั่นออกเป็นเสี่ยง ๆ
"อย่าขยับค่ะ ลูซิอาน" เซเรนกระซิบเสียงลอดไรฟัน มือเรียวบางเอื้อมไปคว้าชายเสื้อคลุมของเด็กหนุ่มไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ปลายเล็บจิกเข้ากับเนื้อผ้าเนื้อหนาจนแทบขาดรอด
ลูซิอานไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ก้าวขึ้นมาบังร่างบอบบางของเธอไว้ครึ่งก้าว ฝ่ามือข้างที่สวมถุงมือหนังสีดำตวัดวาดเป็นวงโค้งกลางอากาศช้า ๆ ไอเวทสีครามเข้มแผ่พุ่งออกมาจากปลายนิ้วราวกับเปลวเพลิงใต้น้ำ ความเยือกเย็นแผ่ซ่านจนเกล็ดน้ำแข็งบางเบาเกาะกะอยู่บนขนตาของเขาทั้งสองคน
"พวกมันไม่ใช่สัตว์อสูรเวทระดับต่ำ" เสียงทุ้มต่ำของลูซิอานเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความตึงเครียดระคนท้าทาย "แต่เป็น 'เศษเสี้ยวจิตสำนึก' ของผู้สร้างหอคอยแห่งนี้... พวกมันกำลังทดสอบว่าเราคู่ควรพอที่จะก้าวข้ามผ่านเขตแดนนี้ไปหรือไม่"
สิ้นเสียงของเด็กหนุ่ม เงาดำมหึมาเหล่านั้นก็เคลื่อนไหว ร่างกายกำยำที่ประกอบขึ้นจากควันสีดำสนิทพุ่งทะยานเข้าหาพวกเขาราวกับลูกศรที่ถูกปล่อยจากคันธนู เซเรนไม่รอช้า สมองอันปราดเปรื่องทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่ากลไกนาฬิกาเวท เธอคำนวณมุมหักเหของมานาและจุดอ่อนของโครงสร้างเวทมนตร์ภาพลวงตานี้ในเสี้ยววินาที
"ทางขวา! หักมุมสิบห้าองศาแล้วใช้บทเวทสลายเงาขั้นต้นค่ะ!" เซเรนตะโกนลั่น พร้อมกับดีดนิ้วส่งกระแสมานาบริสุทธิ์ที่ไร้ธาตุแต่ทรงพลังพุ่งทะยานออกไปเป็นแนวโค้ง
ลูซิอานตอบสนองอย่างไร้รอยต่อ ร่างสูงโปร่งหมุนตัวหลบกรงเล็บมืดมนได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะซัดฝ่ามืออัดแน่นด้วยพลังเวทอัคคีสีฟ้าจัดลงบนจุดอ่อนที่เซเรนเพิ่งชี้เป้า เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกสั่นสะเทือนไปทั่วห้องโถงกว้างใหญ่ ก่อนที่ฝุ่นควันและเงาทั้งหมดจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองล่องลอยหายไปในอากาศ
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจเบา ๆ ของคนทั้งคู่
เซเรนทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้าหวาน แม้เหตุการณ์จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่หัวใจของเธอยยังคงเต้นรัวระคนหวาดหวั่น การไม่มีพลังเวทสายตรงทำให้เธอต้องใช้พลังสมองและการคำนวณอย่างหนักหน่วงทุกครั้งเพื่อเอาตัวรอด และมันก็สูบพลังชีวิตของเธอไปไม่น้อยเลยทีเดียว
ชายผ้าคลุมสีดำสนิททิ้งตัวลงข้างกาย ลูซิอานย่อตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่ง มือเรียวยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดส่งให้เงียบ ๆ โดยไม่เอ่ยคำพูดใดออกมา สายตาคมกริบที่มักจะซ่อนความเย่อหยิ่งไว้ภายใต้ความเย็นชาคู่นั้น บัดนี้กลับทอดมองเธอด้วยประกายความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
"คุณ... ไม่จำเป็นต้องเอาตัวมาบังฉันตลอดก็ได้นะคะ ลูซิอาน" เซเรนรับผ้าเช็ดหน้ามาถือไว้ หลบสายตาคู่นั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก
"ถ้าผมไม่ทำ แล้วใครจะคอยปกป้องศาสตราจารย์ฝึกหัดผู้เย่อหยิ่งแต่ชอบหาเรื่องใส่ตัวคนนี้ล่ะครับ" ลูซิอานเอ่ยกลั้วหัวเราะในลำคอเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่หาดูได้ยากยิ่งบนใบหน้าหล่อเหลานั้น "อีกอย่าง... ผมไม่อยากเห็นใครต้องมาตายต่อหน้าต่อตาอีกแล้ว"
ประโยคสุดท้ายนั้นแผיเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กลับดังก้องกังวานอยู่ในความรู้สึกของเซเรน บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบที่เปี่ยมด้วยความหมาย ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้และการเดินทางยาวนานตลอดค่ำคืนนี้ทำให้กำแพงในใจของทั้งสองคนค่อย ๆ พังทลายลงทีละน้อย
พวกเขานั่งพักผ่อนอยู่บนพื้นหินของหอคอยโบราณ ใต้แสงดาวระยิบระยับที่ส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างกระจกสีบานใหญ่ลงมาอาบไล้เรือนร่าง ท่ามกลางความเงียบสงบยามวิกาล นี่คือช่วงเวลาที่หาได้ยากยิ่งที่คนทั้งสองจะได้หยุดพักจากการแข่งขัน การทดสอบ และสายตาดูแคลนของผู้คนรอบข้าง
"เซเรน..." ลูซิอานเอ่ยเรียกชื่อเธอตรง ๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นจนเซเรนต้องเงยหน้าขึ้นสบตา "ทำไมคุณถึงอยากเป็นศาสตราจารย์นักหล่ะ? ทั้งที่ตระกูลขุนนางพวกนั้นพยายามกีดกันคุณทุกวิถีทาง ทำไมถึงยังดื้อรั้นที่จะไขว่คว้าตำแหน่งนี้?"
เซเรนชะงักไปครู่หนึ่ง เธอก้มมองมือตัวเองที่กำผ้าเช็ดหน้าแน่น รอยแผลเป็นทางใจจากการถูกเหยียดหยามว่าเป็นเพียง "เศษสวะไร้พลังเวท" หวนกลับมาในความทรงจำอีกครั้ง แววตาของหญิงสาวฉายแววเจ็บปวดขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
"เพราะฉันต้องการพิสูจน์ค่ะ..." เซเรนตอบเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น "โลกของเวทมนตร์ไม่ได้ถูกผูกขาดไว้แค่สายเลือดที่บริสุทธิ์หรือตระกูลเก่าแก่ ทฤษฎี ความรู้ และความเข้าใจในกฎเกณฑ์ของมานาต่างหากคือความจริงแท้ ฉันอยากยืนอยู่จุดที่สูงพอจะทำให้พวกเขาก้มหัวให้... และอยากบอกเด็ก ๆ ที่ไม่มีต้นทุนชีวิตแบบฉันว่า พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะฝันถึงดวงดาวได้เหมือนกัน"
ลูซิอานจ้องมองใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวนิ่งนาน แววตาที่เคยว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความแค้นเคืองต่อตระกูลเวทมนตร์ตกอับของตน ค่อย ๆ อ่อนแสงลง ความฝันอันยิ่งใหญ่ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยอุดมการณ์ของเซเรน กำลังสั่นคลอนหัวใจที่ด้านชาของเขาอย่างรุนแรง
"ส่วนฉัน..." ลูซิอานเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทอดสายตาไกลออกไปยังขอบฟ้ามืดมิดนอกหน้าต่าง "เป้าหมายของผมต่างจากคุณลิบลับ... ผมไม่ได้อยากเปลี่ยนโลก หรือสอนใครหน้าไหนทั้งนั้น ผมแค่อยากมีอำนาจมากพอ... มากพอที่จะทำลายชื่อเสียงและตระกูลที่เหยียบย่ามแม่ของผมให้จมดิน และเพื่อทวงคืนทุกอย่างที่ควรจะเป็นของท่านกลับคืนมา"
ความมืดมนและความเจ็บปวดในน้ำเสียงของลูซิอานทำให้เซเรนรู้สึกบีบหัวใจอย่างประหลาด เธอยื่นมือออกไปสัมผัสหลังมือของเด็กหนุ่มที่วางอยู่บนเข่าเบา ๆ สัมผัสอุ่นร้อนจากเธอนำพาความอบอุ่นเข้ามาในใจของลูซิอานจนเขาต้องสะดุ้งเล็กน้อย
"คุณไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้วนะคะ ลูซิอาน" เซเรนแย้มรอยยิ้มบางเบาที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา "ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะมืดมนแค่ไหน หรือเส้นทางข้างหน้าจะยากลำบากเพียงใด... ในฐานะคู่หู ฉันจะอยู่เคียงข้างและคำนวณเส้นทางชัยชนะให้คุณเองค่ะ"
ดวงตาสีเข้มของลูซิอานไหววับ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก เขาพลิกมือกลับมากุมมือเรียวบางของเซเรนไว้แน่น ราวกับต้องการยึดเหนี่ยวสิ่งเดียวในโลกที่คอยค้ำจุนจิตวิญญาณอันแตกสลายของเขาไว้
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความผูกพันอันลึกซึ้ง เสียงแจ้งเตือนปริศนาที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นกังวานในโสตประสาทของเซเรนอีกครั้ง พร้อมกับพื้นหินใต้ฝ่าเท้าที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนทั้งสองต้องรีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ!
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุก "รากเหง้าแห่งมานาโบราณ"
เงื่อนไขการแลกเปลี่ยนความฝันสำเร็จ 100%
คำเตือนระดับวิกฤต: ผู้บุกรุกปริศนาได้ก้าวล่วงเข้าสู่เขตหวงห้ามชั้นในสุดของหอคอยแล้ว... และพวกมันกำลังมุ่งหน้ามายังจุดที่ท่านยืนอยู่!]
ยังไม่ทันที่เซเรนจะทันได้วิเคราะห์สถานการณ์ ประตูหินบานยักษ์เบื้องหน้าก็พังทลายลงมาเป็นจุล พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างสูงตระหง่านในชุดเกราะเวทมนตร์สีเงินยวงที่ควรจะสูญหายไปตั้งแต่ยุคบรรพกาล และดวงตาภายใต้หน้ากากเหล็กคู่นั้น... กำลังจ้องเขม็งมาที่ลูซิอานด้วยรังสีอำมหิตที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซเรนและลูซิอานนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต•ตอนที่ 15
ค่ำคืนใต้แสงดารา
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!