ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต•ตอนที่ 3

กติกางานเลี้ยงที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"ถ้าก้าวพลาดอีกเพียงครึ่งนิ้ว รองเท้าหนังชั้นดีของเธอคงกลายเป็นขี้เถ้าไปแล้วนะคะ เซเรน" เสียงกระซิบเจือความเย้าหยวนดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง ลูซิอานปัดเศษละอองเวทสีม่วงอมฟ้าที่ลอยฟุ้งออกจากไหล่เสื้อของเขา ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่ากวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง แม้ในสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้ ท่าทีของเขากลับยังคงสงบนิ่งราวกับไม่ได้กำลังยืนอยู่กลางดงอาคมมรณะ เซเรนไม่ตอบทันที เธอปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะเพื่อประเมินสถานการณ์ ดวงตาสีสนิมกวาดมองเงาสะท้อนนับร้อยที่บิดเบี้ยวไปมาบนผนังกระจกใสรอบตัว ห้องโถงกระจกแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงบททดสอบการเดินทางธรรมดา แต่มันคือ "ค่ายกลสะท้อนจิตวิญญาณ" ที่ออกแบบมาเพื่อบดขยี้สติสัมปชัญญะของผู้บุกรุกโดยเฉพาะ ทุกก้าวที่เหยียบลงไปบนพื้นหินอ่อนจะสร้างแรงสั่นสะเทือนที่ส่งตรงไปยังกระจกเงาเบื้องหน้า และหากคำนวณสูตรโครงสร้างเวทมนตร์ผิดพลาดแม้แต่ตัวแปรเดียว กระจกทุกบานจะพร้อมใจกันพุ่งเข้าเสียบร่างของพวกเขาทันที "ฉันไม่ได้ก้าวพลาดค่ะ ลูซิอาน... ฉันแค่อยلลองทดสอบค่าความหนาแน่นของสนามพลังงานเวทที่สะท้อนออกมาจากกระจกฝั่งขวาต่างหาก" เซเรนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย พลางขยับแว่นตาขอบทองที่สะท้อนแสงเรืองรองจากอักขระโบราณ มือเรียวบางยกขึ้นจดบันทึกลงในสมุดปกหนังเก่าคร่ำครึอย่างใจเย็น ราวกับบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวรอบตัวเป็นเพียงห้องเรียนวิชาทฤษฎีเวทมนตร์ขั้นสูง ความจริงแล้ว หัวใจในอกของเธอกำลังเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความรู้สึกด้อยค่าที่คอยกัดกินจิตใจยามต้องเผชิญหน้ากับสิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์ระดับสูงจากตระกูลชนชั้นสูงผุดขึ้นมาอีกครั้ง เซเรนเป็นเพียงศาสตราจารย์ฝึกหัดผู้ไร้ซึ่งพลังเวทสายตรงในร่างกาย เธอไม่มีมานาอักขระมหาศาลเพื่อใช้ป้องกันตัวเหมือนลูซิอาน สิ่งเดียวที่เธอมีคือสมองที่เต็มไปด้วยทฤษฎี และความเข้าใจอันลึกซึ้งในโครงสร้างที่คนอื่นมักมองข้าม "เธอช่างเป็นคนที่หาญกล้าในเวลาที่ไม่ควรหาญเอาเสียเลยนะคะ" ลูซิอานก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังอย่างเงียบเชด ไหล่กว้างของเขาสัมผัสกับแผ่นหลังของเธอเบาๆ เพื่อบังกระแสลมเวทที่แปรปรวนจากด้านซ้าย กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาลอยปะปนมากับกลิ่นอายอับชื้นของหินโบราณ "ถ้าเธอตายอยู่ที่นี่ ฉันคงต้องแบกชื่อเสียงอันด่างพร้อยไปตลอดชีวิตว่าปล่อยให้คู่หูสติเฟื่องต้องจบชีวิตลงในห้องโถงกระจกกระจอกนี่" "ถ้ากลัวนัก ทำไมไม่ลองใช้เวทตระกูลของเธอพังมันให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปล่ะคะ" เซเรนเหล่ตามองคู่หูหนุ่มเล็กน้อย "เพราะถ้าฉันใช้พลังเวทดิบๆ ทะลวงเข้าไป ค่ายกลนี้จะสะท้อนพลังกลับมาเป็นสองเท่า... และคนที่จะกลายเป็นเศษเนื้อบดละเอียดก่อนใครเพื่อน ก็คือคนมือเปล่าที่เอาแต่ก้มหน้าจดสมุดบันทึกอยู่นี่แหละค่ะ เซเรน" ลูซิอานตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก เซเรนกัดริมฝีปากล่างเบื้องล่างอย่างใช้ความคิด สมองของเธอเริ่มคำนวณความสัมพันธ์ระหว่างแสงเงาและการหักเหของมานาในกระจกแต่ละบาน โครงสร้างของห้องโถงนี้ถูกสร้างขึ้นตาม "ทฤษฎีการสะท้อนพหุมิติ" ซึ่งเป็นตำราต้องห้ามที่ถูกเก็บไว้ในหอคอยลับของสถาบันเวทมนตร์ การจะผ่านด่านนี้ไปได้ จำเป็นต้องหาจุดอับของคลื่นพลังงานที่ตรงกับจังหวะการหมุนของกระจกในทุกๆ สามสิบวินาที "อีกสวินาทีเดียว..." เซเรนพึมพำเบาๆ ดวงตาสีสนิมหรี่ลงจดจ้องไปยังรอยร้าวเล็กๆ บนกระจกบานที่สิบสองจากซ้ายมือ ซึ่งเป็นจุดเดียวที่ไม่มีการป้องกันทางเวทมนตร์หนาแน่นเท่าจุดอื่น "เตรียมตัวให้พร้อมนะคะ" สิ้นเสียงคำเตือน เซเรนไม่รอช้า เธอคว้าแขนเสื้อของลูซิอานแล้วพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนูหลุดจากแหล่ง ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของเศษกระจกนับพันที่พุ่งเฉียดผ่านศีรษะและลำตัวไปอย่างฉิวเฉียด แรงกดดันมหาศาลซัดกระหน่ำจนลมหายใจติดขัด แต่ด้วยการคำนวณมุมองศาที่แม่นยำราuriหยดน้ำลงบนใบไม้ ทำให้พวกเขาสามารถพุ่งทะลุผ่านด่านกระจกมรณะมาได้อย่างหวุดหวิด ร่างทั้งสองร่างกระแทกลงกับพื้นหินเย็นเฉียบของห้องโถงถัดไป ลูซิอานใช้แขนข้างหนึ่งโอบเอวของเซเรนไว้เพื่อลดแรงกระแทก ขณะที่มืออีกข้างยังคงถือคทาเวทมนตร์เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ทว่าเมื่อพวกเขาลืมตาขึ้นและเงยหน้ามองสำรวจพื้นที่เบื้องหน้า ลมหายใจทั้งหมดก็ต้องสะดุดกักค้างไว้ในลำคอ เบื้องหลังประตูบานสุดท้ายที่ควรจะเป็นทางออก กลับไม่ใช่ห้องโถงโล่งอย่างที่ตำราเรียนระบุไว้ มันคือห้องโถงทรงกลมขนาดมหึมาที่ผนังรอบด้านถูกฝังด้วยผลึกมานาสีดำสนิท ตรงใจกลางห้องมีแท่นหินโบราณตั้งตระหง่านอยู่ และบนแท่นนั้น... ร่างของใครบางคนกำลังนั่งไขว่ห้างรอคอยการมาเยือนของพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว เงาสะท้อนจากผลึกมานาสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกที่สวมหน้ากากโลหะลึกลับ "ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบที่แท้จริงนะคะ ศาสตราจารย์ฝึกหัดเซเรน และ... ทายาทแห่งลูซิอาน" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง ราวกับดังมาจากทุกทิศทุกทางพร้อมกัน หน้าจอผลึกเวทมนตร์สีแดงฉานจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าของเซเรน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจที่ดังลั่นจนแก้วหูสั่นสะเทือน: [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจาก "ผู้ดูแลหอคอยโบราณ"] [ภารกิจลับระดับ SSS: เผชิญหน้ากับผู้สร้างทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขตตัวจริงถูกปลุกให้ตื่นขึ้น] [เงื่อนไขล้มเหลว: ชีวิตของตัวละครหลักทั้งสองจะถูกกลืนกินโดยผลึกมานาสีดำภายใน 60 วินาที...] เซเรนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อร่างใต้หน้ากากโลหะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่สลักอยู่มุมปากของบุคคลปริศนาผู้นั้น ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%