ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต•ตอนที่ 2

การปะทะของสองขั้ว

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
กลิ่นอายคาวสนิมและเศษผงศิลาเวทที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่าการทดสอบภาคปฏิบัติรอบแรกของสถาบันเวทมนตร์อาร์케니아เพิ่งปิดฉากลงด้วยความวิบัติย่อยยับแค่ไหน แสงไฟสีฟ้าซีดจากผลึกประเมินคะแนนเหนือลานประลองกว้างใหญ่กะพริบถี่รัว มันสาดสะท้อนลงบนใบหน้าด้านข้างของเซเรนที่กำลังยืนนิ่งสนิท ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรง Themis จ้องมองตัวเลขสีแดงฉานที่ปรากฏหราบนอากาศ—*ศูนย์จุดศูนย์*—ตัวเลขที่ตอกย้ำสถานะ "เศษสวะไร้แก่นเวท" ของเธอในสายตาของเหล่าขุนนางชั้นสูงได้อย่างเจ็บแสบที่สุด แต่ในหัวของเธอกลับไม่ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของใครเลย เสียงเดียวที่ดังชัดเจนจนสั่นสะเทือนไปถึงโสตประสาทคือเสียงแจ้งเตือนโลหะกังวานของระบบปริศนา *[ ตรวจพบผู้สืบทอดทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขorget: ปลดล็อกระบบภารกิจระดับ SSS 'บันทึกศาสตราจารย์ต้องห้าม' สำเร็จ ]* *[ เงื่อนไขบังคับ: ท่านมีเวลา 72 ชั่วโมงในการถอดรหัสต้นกำเนิด มิฉะนั้นจิตวิญญาณจะถูกผนึกถาวร... ]* เวลาเจ็ดสิบสองชั่วโมง... มันกระชั้นชิดเสียยิ่งกว่าลมหายใจเฮือกสุดท้ายของคนใกล้ตาย เซเรนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อกดความตื่นตระหนกไว้ใต้ท่าทีสงบนิ่ง นิ้วมือเรียวเล็กขยับดันกรอบแว่นขึ้นเล็กน้อยตามความเคยชินยามที่สมองกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักรเวทมนตร์ชั้นยอด ทว่า ความเงียบงันของเธอกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า "ยืนทื่อเป็นตอไม้แบบนี้ คะแนนเธอก็ไม่กระเตื้องขึ้นหรอกนะ ยัยนักทฤษฎีตกอับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนบาดผิวเนื้อดังขึ้น เซเรนเงยหน้าขึ้นสบตา เจ้าของเสียงคือลูซิอาน ทายาทแห่งตระกูลวาลคีรีที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์แต่วันนี้เหลือเพียงเปลือกนอกอันหยิ่งทะนง เส้นผมสีเงินยวงยุ่งเหยิงเล็กน้อยชื้นเหงื่อจากการต่อสู้ ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นมองเธอด้วยแววตารังเกียจเจือความเหนื่อยล้า ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งกอดอกแน่น เสื้อคลุมสีดำประจำสถาบันมีรอยฉีกขาดจากการปะทะกับหุ่นเชิดเวทมนตร์ระดับสูงเมื่อครู่ แต่เขากลับยืนหยัดด้วยความทะนงตนที่ไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว เซเรนไม่สะทกสะท้านต่อวาจาเชือดเฉือนนั้น เธอปรายตามองแผ่นป้ายประกาศผลการทดสอบรอบที่สองที่เพิ่งถูกแปะลงบนบอร์ดกลางลานกว้าง ดวงตาคู่คมกวาดมองรายชื่อกลุ่มที่ถูกจัดสรรโดยอาจารย์ผู้คุมสอบอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มุมปากบางเฉียบจะกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันในโชคชะตา "ดูเหมือนว่า... เราสองคนคงต้องทำบุญร่วมกันมาแต่ชาติปางไหนกระมังคะ คุณลูซิอาน" เซเรนเอ่ยเสียงเรียบ ทอดเสียงยาวอย่างจงใจกวนประสาท "ถึงได้ถูกจับพลัดจับผลูให้มาเป็น 'คู่หู' กันในการทดสอบคัดเลือกรอบถัดไป... รายชื่อตรงนั้นฟ้องอยู่ทนโท่ว่าอาจารย์อาชูร่าคงจงใจกลั่นแกล้งเราสองคนให้ตกตายไปตามกัน" ลูซิอานชะงักไปเล็กน้อย เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้บอร์ดประกาศ จับจ้องชื่อของตนที่ถูกเขียนคู่กับชื่อของ 'เซเรน' ตัวตลกประจำชั้นเรียนเวทมนตร์พื้นฐานอย่างไม่เชื่อสายตา ขากรรไกรของชายหนุ่มขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธกรเกร็ง ตระกูลวาลคีรีของเขาต้องการชัยชนะเพื่อกู้ชื่อเสียงคืนมา และการถูกบังคับให้แบกรับเด็กสาวไร้พลังเวทสายตรงเช่นเธอ ก็ไม่ต่างอะไรกับการแบกหินผาไว้บนบ่าเพื่อกระโดดลงเหว "ถอนคำพูดซะ เซเรน" ลูซิอานขยับเข้าไปประชิด จนเซเรนต้องเอนตัวหนีเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่าง กลิ่นอายเวทมนตร์ธาตุไฟที่ปะปนอยู่ในกระแสเลือดของเขาลอยคละคลุ้งจนสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าว "ฉันไม่มีทางแบกภาระอย่างไร้ประโยชน์อย่างเธอไปตลอดการทดสอบหรอกนะ ถ้าเธอถ่วงขาฉันแม้แต่ก้าวเดียว... ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนเขี่ยเธอออกจากสนามด้วยมือของตัวเอง" "อุ๊ย น่ากลัวจังเลยนะคะ" เซเรนแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาส่อประกายความท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว "แต่ก่อนจะขู่ฆ่ากัน ช่วยใช้สมองอันน้อยนิดคิดสักนิดดีไหมคะว่า การทดสอบ 'เขาวงกตอัคนีโลกันตร์' ในรอบหน้า ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณมานากลวงๆ ที่คุณมีอยู่ล้นเหลือหรอกนะคะ แต่คราวนี้มันวัดกันที่ 'โครงสร้างอักขระเวท' ต่างหากล่ะ" ลูซิอานหรี่ตาลง จ้องมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา ประกายความฉลาดที่ซ่อนอยู่หลังแว่นตานั้นทำให้เขาต้องยอมรับโดยไม่เต็มปากว่า หญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่คนโง่เง่า แม้เธอจะไม่มีมานาไหลเวียนในร่างกายตามธรรมชาติ แต่ความรู้ความเข้าใจในตำราโบราณของเธอกลับลึกซึ้งเสียจนน่ากลัว—ลึกซึ้งเสียจนระบบปริศนาถึงกับเลือกเธอให้เป็นผู้สืบทอด "เธอหมายความว่ายังไง" ลูซิอานถามเสียงต่ำ น้ำเสียงมีความลังเลเจืออยู่เล็กน้อย "หมายความว่า ถ้าคุณยังใช้กำลังพังกำแพงศิลาเวทแบบโง่ๆ เหมือนรอบที่แล้ว กลุ่มของเราจะถูกเผาเป็นจุลภายในสามนาทีแรกแน่นอนค่ะ" เซเรนก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยท่าทีสุขุม เธอแหงนมองนาฬิกาเวทมนตร์บนหอคอยสูงที่กำลังเดินถอยหลังอย่างไม่ปรานีปราณี "เรามีเวลาเตรียมตัวแค่สิบสองชั่วโมงก่อนประตูเขาวงกตจะเปิด... และเนื่องจากเราไม่มีทางเลือกอื่น ฉันจำต้องใช้คุณเป็น 'เครื่องมือ' ในการทดลองทฤษฎีบทที่สิบสองของฉัน หวังว่าจะให้ความร่วมมือนะคะ คุณชายตระกูลตกอับ" ลูซิอานกัดฟันกรอด กำปั้นทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้า ภายในอกรู้สึกอัดอั้นจนแทบระเบิด แต่เขารู้ดีว่าคำพูดของเธอนั้นถูกต้อง เขากำลังจนตรอก และเซเรนก็คือทางรอดเดียวที่มีอยู่ แม้จะเป็นทางรอดที่ชวนปวดหัวที่สุดในโลกก็ตาม "ก็ได้..." ลูซิอานเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาสيเทาเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลของเธอ "เธอสั่งมา... ว่าฉันต้องทำอะไรบ้าง แต่ถ้าแผนของเธอพังไม่เป็นท่า ฉันจะหักคอเธอทิ้งก่อนที่ระบบเวทมนตร์บ้าๆ นั่นจะได้ผนึกวิญญาณเธอซะ" เซเรนเพียงแค่ยิ้มรับ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะอธิบายแผนการขั้นแรก เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เย็นยะเยือกราวกับเสียงจากขุมนรกก็ดังขึ้นตรงข้างใบหูของเธอ โดยที่ไม่มีใครคาดคิด— *[ คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก... ภัยคุกคามระดับ EX กำลังมุ่งหน้ามาทางทิศเหนือ ห่างออกไปสามร้อยเมตร... และเป้าหมายของมันคือ 'หัวใจ' ของคุณ, เซเรน ]* เซเรนเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่กดทับบรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก ท้องฟ้าเหนือนลานประลองที่เคยแจ่มใส กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับหยดเลือดในพริบตา ก่อนที่เธอจะทันได้ส่งเสียงเตือนลูซิอาน เงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศลงมาปักหลักอยู่เบื้องหน้าพวกเขาทั้งสองคน แรงกระแทกจากการลงพื้นสร้างรอยร้าวขนาดใหญ่บนพื้นศิลาเวท และสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏอยู่ตรงนั้น... ไม่ใช่ทั้งมนุษย์และสัตว์อสูรทั่วไป แต่มันคือโครงกระดูกสวมชุดเกราะเหล็กโบราณที่ถือเคียวเล่มยักษ์ ซึ่งส่งกลอายความตายแผ่พุ่งออกมาจนทำให้หายใจไม่ออก! ลูซิอานผถะถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ เปลวเพลิงสีฟ้าลุกโชนขึ้นบนฝ่ามือของเขาเพื่อเตรียมรับมือกับภัยคุกคาม แต่เซเรนกลับยืนแข็งทื่อ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นจ้องเขม็งไปยังสัญลักษณ์ประหลาดที่สลักอยู่บนใบมีดเคียวของมัน—สัญลักษณ์ที่ตรงกับบันทึกหน้าแรกของระบบภารกิจระดับ SSS ไม่มีผิดเพี้ยน! "นะ... นั่นมัน..." เซเรนพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ ร่างกายชาหนابจนขยับไม่ได้ โครงกระดูกยักษ์ค่อยๆ เงยศีรษะขึ้น เผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานที่ลุกโชนอยู่ภายในกะโหลกศีรษะ มันยกเคียวขึ้นชี้ตรงมาที่หน้าอกของเซเรน และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว ร่างของมันก็หายวับไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วที่เหนือกว่าขีดจำกัดของเวทมนตร์เคลื่อนย้ายพริบตา! *-แอสทริดธาตุมนต์-*
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%