ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต•ตอนที่ 1

รหัสลับในหอสมุดร้าง

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
กลิ่นกระดาษโบราณผสมผงหมึกเวทมนตร์ค้างปีลอยอวลอยู่ในความมืดทึบของชั้นหนังสือใต้ดินเขตต้องห้าม—หอสมุดร้างแห่งสถาบันอาร์켄เบิร์ก ที่ซึ่งฝุ่นละอองถูกกักขังให้ล่องลอยวนเวียนราวกับวิญญาณไร้ที่ไป "ถ้าท่านยังเถียงเรื่องอัตราการสลายตัวของมานาขั้นที่สามอีกคำเดียว ฉันจะเอาตำราประวัติศาสตร์เวทมนตร์ฉบับสมบูรณ์ยัดใส่ปากท่านเสีย ลูซิอาน" เซเรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย นัยน์ตาสีเทาเข้มสะท้อนแสงเรืองรองจากเปลวไฟสีครามปลายเรียวนิ้ว เธอไม่ได้หันไปมองคู่สนทนาที่กำลังยืนกอดอกพิงชั้นไม้มะเกลือเก่าคร่ำคร่า สมาธิทั้งหมดของเธอจดจ่ออยู่กับรอยสลักประหลาดบนแผ่นหินชนวนที่ซ่อนอยู่หลังกองตำราผุกร่อน เสียงถอนหายใจหนักหน่วงดังลอดริมฝีปากของลูซิอาน ทายาทตระกูลขุนนางตกอับผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่เย็นชาไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีไพลินของเขากวาดมองไปรอบห้องโถงมืดทึบด้วยความระแวดระวัง ก่อนจะตวัดกลับมามองแผ่นหลังบางของหญิงสาวผู้เป็นทั้งคู่หูและตัวปัญหาใหญ่ที่สุดในชีวิต "เธอควรห่วงตัวเองก่อนจะมาขู่ฉัน เซเรน... กฎของสถาบันระบุไว้ชัดเจนว่าเขตหอสมุดร้างถูกปิดตายมาสามร้อยปี ไม่มีนักเรียนคนไหนได้รับอนุญาตให้เข้ามาเหยียบที่นี่ และที่สำคัญที่สุด เธอกำลังใช้ทฤษฎีบ้าๆ ของเธอฝ่าฝืนกฎเหล็กข้อที่สิบสอง" ลูซิอานเอ่ยเสียงต่ำ เย็นเยียบ แต่เจือไปด้วยความหงุดหงิดที่ซ่อนไม่มิด "เราไม่ใช่ศาสตราจารย์ เราเป็นแค่ 'นักเรียนฝึกหัด' ที่กำลังจะถูกไล่ออกถ้ามีใครมาพบเข้า" "กฎมีไว้ให้คนฉลาดแหกเพื่อหาความจริงค่ะ ลูซิอาน" เซเรนตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดื้อรั้นที่ทำให้คนฟังรู้สึกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน "อีกอย่าง... ถ้าท่านกลัวนัก ทำไมถึงยังเดินตามฉันลงมาในหลุมศพของบรรณารักษ์โบราณนี่ล่ะคะ?" ลูซิอานชะงักริมฝีปากที่กำลังจะอ้าเถียง เขากลืนคำพูดทั้งหมดลงคอเมื่อมองเห็นแผ่นหลังที่ตั้งตรงอย่างมั่นคงของเธอ แม้เซเรนจะเกิดมาพร้อมกับคำสาปแช่งในสายตาของพวกชนชั้นสูง—ความไร้ซึ่งพลังเวทสายตรงในร่างกาย จนไม่สามารถจุดไฟหรือสร้างเปลวเพลิงขึ้นมาได้ด้วยซ้ำ—แต่สมองของเธอกลับทำงานด้วยความเร็วที่เหนือกว่าศาสตราจารย์ประจำภาควิชาทฤษฎีเวทมนตร์เสียอีก ทุกบทความที่เธอเขียน ทุกข้อสมมติฐานที่เธอตั้งขึ้น ล้วนท้าทายรากฐานเวทมนตร์อายุนับพันปีที่พวกขุนนางยึดถือ และความดื้อรั้นนี่แหละ ที่ทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้ว่า... เขาถูกดึงดูดให้เข้ามาอยู่ในวังวนอันตรายนี้เสียแล้ว เซเรนไม่สนใจความเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขา ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอแตะลงบนรอยสลักนูนต่ำบนแผ่นหินชนวนอย่างแผ่วเบา ผิวสัมผัสของมันขรุขระและเย็นเฉียบราวกับซากศพ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้หัวใจเธอกระหน่ำรัว อักขระพวกนั้น... มันไม่ใช่ภาษาโบราณที่เธอเคยศึกษามา ไม่ใช่ภาษารูนของชาวเหนือ และไม่ใช่ภาษาอักขระอาร์คานามาตรฐานที่ใช้สอนในตำราเรียนทั่วไป พวกมันคือเส้นสายที่ซับซ้อน บิดเบี้ยว และเชื่อมโยงกันราวกับวงจรคณิตศาสตร์ชั้นสูงที่มีชีวิต รูปแบบการไหลเวียนของพลังงานที่ถูกบันทึกไว้ในรอยสลักนั้นไม่ได้ขับเคลื่อนด้วย 'มานา' แบบที่โลกเวทมนตร์รู้จัก แต่มันใช้หลักการของ 'แรงโน้มถ่วง' และ 'คลื่นความถี่' เข้ามาหักล้างกันเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิงตามกฎของไอแซกแห่งอาร์เคนเวิลด์! "เป็นไปไม่ได้..." เซเรนพึมพำกับตัวเอง ดวงตาสีเทาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตื่นเต้นระลอกใหญ่แล่นพล่านไปทั่วปลายนิ้ว เธอลืมความเหนื่อยล้า ลืมความกลัว และลืมกระทั่งสายตาจับผิดของลูซิอานไปชั่วขณะ "เจออะไร?" ลูซิอานก้าวเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเมื่อเห็นประกายประหลาดในแววตาของหญิงสาว "อักขระพวกนี้..." เซเรนชี้ปลายนิ้วไปตามแนวร่องหิน "มันไม่ใช่เวทมนตร์สายโจมตีหรือป้องกัน... ลูซิอาน ท่านดูนี่สิ ถ้าเราถอดรหัสสมการฝั่งซ้ายด้วยค่าคงที่ของมาตรวัดสถาบันเวทมนตร์โบราณ รอยสลักพวกนี้จะเปลี่ยนรูป... มันไม่ใช่ตัวอักษร แต่มันคือ 'สูตรคำนวณ' สำหรับการข้ามผ่านมิติ!" "เธอกำลังพูดเรื่องเหลวไหลอะไร ข้ามผ่านมิติ? นั่นมันเป็นแค่เรื่องเล่าปรัมปรา..." "ฉันไม่ได้พูดเล่น!" เซเรนหันขวับมาสบตาเขา แววตาของเธอฉายประกายเจิดจ้าจนลูซิอานต้องชะงักงอก "พลังเวทของฉันใช้ไม่ได้ผลกับที่นี่ก็จริง แต่สมองของฉันกำลังบอกว่า... โครงสร้างเวทมนตร์ที่พวกเราเรียนกันมาตลอดสามปี เป็นแค่เศษเสี้ยวปลอมๆ ที่ถูกบิดเบือนขึ้นเพื่อปกปิดความจริงบางอย่าง!" บรรยากาศในหอสมุดร้างพลันเงียบงัดลงทันที มีเพียงเสียงสะท้อนของหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้นหินด้านล่าง และเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นระรัวแข่งกัน ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก ทว่า ในวินาทีที่เซเรนกำลังจะกดปลายนิ้วลงไปบนจุดศูนย์กลางของอักขระเพื่อทดสอบสมมติฐานครั้งสุดท้าย— *กริ๊ก...* เสียงกลไกโบราณดังขึ้นจากใต้พื้นหินที่พวกเขายืนอยู่ ตามด้วยเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับเครื่องจักรขนาดยักษ์ที่หลับใหลมานานนับศตวรรษกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ฝุ่นละอองรอบตัวพวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบนราวกับถูกแรงดึงดูดมหาศาลดูดกลืน เปลวไฟสีครามที่ปลายนิ้วของเซเรนดับวูบลงทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวอีกครั้ง แต่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ... อักขระบนแผ่นหินชนวนไม่ได้มืดดับตาม กลับเปล่งแสงสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นมาทีละตัว ราวกับดวงตาของสัตว์ประหลาดที่กำลังลืมตาตื่นในความมืด ลูซิอานคว้าแขนของเซเรนแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงโดยสัญชาตญาณ ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีไพลินกวาดมองไปรอบห้องด้วยความตื่นตัว "เซเรน... ฉันว่าเธอไม่ได้แค่ปลุกสมการเวทมนตร์ขึ้นมาแล้วล่ะ..." ก่อนที่เซเรนจะได้ตอบโต้อะไร พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็ทรุดฮวบลงพร้อมกัน! ร่างทั้งสองร่วงหล่นลงสู่ความมืดเบื้องล่างท่ามกลางเสียงกรีดร้องของลมที่ตีสวนขึ้นมา และในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่สติของเซเรนจะดำดิ่งลงสู่ห้วงเหว เสียงแจ้งเตือนลึกลับที่ไม่มีที่มาก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเธออย่างชัดเจน— *[ ตรวจพบผู้สืบทอดทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต: ปลดล็อกระบบภารกิจระดับ SSS 'บันทึกศาสตราจารย์ต้องห้าม' สำเร็จ ]* *[ เงื่อนไขบังคับ: ท่านมีเวลา 72 ชั่วโมงในการถอดรหัสต้นกำเนิด มิฉะนั้นจิตวิญญาณจะถูกผนึกถาวร... ]* ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในดินแดนแห่งเวทมนตร์และปริศนานี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%