กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของละอองมานาที่ถูกบีอัดจนเกินขีดจำกัด คลุ้งตลบอบอวลอยู่ทั่วห้องปฏิบัติการใต้ดินชั้นที่เจ็ด พื้นหินแกรนิตสีเทาเข้มสั่นสะเทือนระรัวเป็นจังหวะเดียวกับเสียงชีพจรของสถาบันเวทมนตร์อาร์케เลียที่ดัง *ตุบ... ตุบ...* สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทอย่างน่าสะพรึงกลัว
"เสถียรภาพของวงแหวนเวทหลักร่วงลงต่ำกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ เซเรน!"
เสียงของลูซิอานตวัดขึ้นเหนือเสียงคำรามต่ำ ๆ ของแผ่นดินที่กำลังปริร้าว ดวงตาสีเงินยววงของทายาทตระกูลเวทมนตร์ตกอับฉายแววตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย มือเรียวยาวทั้งสองข้างกำลังตวัดกางอาคมกั้นเสียงและแรงสั่นสะเทือนไม่ให้ทะลักออกไปสู่โถงทางเดินเบื้องบน
เซเรนไม่ตอบทันที ดวงตาสีอำพันภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองตัวเลขสถิติที่กระพริบเตือนเป็นสีแดงฉานบนหน้าจอผลึกเวทมนตร์อย่างรวดเร็ว สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลทฤษฎีเวทไร้ขอบเขตที่เขาเพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้อย่างบ้าคลั่ง นิ้วมือเรียวเล็กจิ้มลงไปบนแป้นอักขระโบราณเพื่อปรับแต่งสมดุลพลังงานด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร
นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดจากการคำนวณ... แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยที่บอกว่า "หัวใจ" ของสถาบันแห่งนี้กำลังจะเน่าเฟะจากภายใน
"ระบบรากฐานไม่ได้รั่วไหลจากตัวจ่ายมานาหลักค่ะ ลูซิอาน" เซเรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความหน่วงหนักที่กดทับหัวใจคนฟัง "มันถูกดูดกลืน... มีบางอย่างกำลังสูบฉีดพลังเวททั้งหมดในเขตแดนสถาบันลงไปสู่ชั้นใต้ดินที่ลึกกว่านี้ ชั้นที่ไม่มีใครเคยบันทึกไว้ในแผนผังของสภาเวทมนตร์"
ลูซิอานกัดฟันกรอด แรงกดดันจากมานาที่แปรปรวนทำให้ผิวหนังของพวกเขารู้สึกเหมือนถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง สำหรับเด็กหนุ่มผู้แบกรับความคาดหวังและอดีตอันแหลกสลายของตระกูล การเผชิญหน้ากับความโกลาหลระดับมหภาคเช่นนี้คือบททดสอบที่อันตรายที่สุดตั้งแต่พวกเขาเหยียบย่างเข้ามาในฐานะศาสตราจารย์ฝึกหัด
"นายหมายความว่า... แผนผังของสถาบันถูกบิดเบือนตั้งแต่แรกเริ่มงั้นเหรอ?" ลูซิอานถามย้ำ พลางใช้พลังเวทธาตุลมสร้างม่านคุ้มกันเสริมอีกชั้นเมื่อเพดานหินเริ่มมีเศษฝุ่นร่วงกราวลงมา
"ไม่ใช่แค่ถูกบิดเบือนค่ะ แต่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออำพราง ‘บางสิ่ง’ ตั้งแต่เมื่อร้อยปีก่อนต่างหาก"
เซเรนหันกลับมาสบตากับคู่หู แววตาของเด็กหนุ่มผู้มักถูกมองว่าไร้ซึ่งพลังเวทสายตรงกลับเปล่งประกายเจิดจ้าด้วยความท้าทายและความมุ่งมั่น ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงกmoโกลาหล เซเรนดึงสมุดบันทึกปกหนังสีดำยับเยินออกมาจากอกเสื้อ มันคือคัมภีร์ทฤษฎีเวทที่เขาเขียนขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและมันสมองของตนเอง
"ถ้าสถาบันแห่งนี้ปฏิเสธที่จะรักษาเสถียรภาพ... งั้นเราก็แค่ต้องเขียนกฎเกณฑ์ทางเวทมนตร์ขึ้นมาใหม่เพื่อควบคุมมันด้วยมือของเราเองค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น เซเรนก็ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว ปลายนิ้วสัมผัสลงบนศิลาจารึกกลางห้องที่กำลังสั่นระรัว พลังเวทสีทองจาง ๆ ที่ไร้รูปแบบแต่ทรงพลังอย่างน่าประหลาดแผ่ซ่านออกจากร่างของเซเรน เข้าปะทะกับคลื่นมานาสีม่วงเข้มที่บ้าคลั่งของสถาบันอย่างไม่เกรงกลัว
บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เสียงคำรามของแผ่นดินเงียบลงชั่วขณะ ราวกับว่าสถาบันเวทมนตร์กำลังรับรู้ถึงการมีอยู่ของตัวตนอันแปลกแยกที่กล้าท้าทายอำนาจของมัน
ทว่า ในวินาทีที่สมดุลอันเปราะบางกำลังจะถูกควบคุม... เสียงแจ้งเตือนของระบบผลึกเวทมนตร์โบราณที่มุมห้องก็ดังขึ้น *กริ๊ง...* เป็นเสียงที่ใสจนบาดแก้วหู แต่กลับหยุดทุกการเคลื่อนไหวของคนทั้งคู่ให้ค้างเติ่ง
ปรากฏข้อความตัวอักษรสีเลือดสาดส่องขึ้นกลางอากาศ เป็นสัญลักษณ์รูปดวงตาไร้เปลือกตาที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นในหัวของเซเรนและลูซิอานพร้อมกัน—*“ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้าย... ผู้บุกรุกตัวน้อย”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับเซเรนในบทนี้มากๆ เลยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต•ตอนที่ 20
ความหวังริบหรี่
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!