ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต•ตอนที่ 21

การตัดสินใจของอัจฉริยะ

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและละอองมานาที่เข้มข้นจนแทบกลายเป็นของเหลว ลอยเคคว้างอยู่ในห้องโถงใต้ดินของสถาบันเวทมนตร์อาร์เคเมเดีย เสียงคำรามต่ำของอักขระพันธนาการระดับสูงกำลังสั่นสะเทือนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าจนสั่นระริก เซเรนกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด ร่างเพรียวบางของเขาถูกตรึงไว้ด้วยโซ่เวทสีม่วงเข้มที่ดูดกลืนพลังชีวิตไปทีละน้อย ดวงตาคู่คมที่มักเต็มไปด้วยประกายแห่งความท้าทายและความรู้ทฤษฎีเวทมนตร์อันลึกซึ้ง บัดนี้กลับฉายแววความเจ็บปวดระคนความหงุดหงิดที่ตนเองไร้หนทางแก้ "อย่าดื้อรั้นไปเลย เซเรน..." น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจของคณะกรรมการวินัยดังขึ้นจากความมืด "เด็กฝึกหัดที่ไม่มีแม้แต่มานาสายตรงในกระแสเลือด แต่กลับอาจหาญคำนวณทฤษฎีที่พลิกคว่ำกฎเกณฑ์ของตระกูลใหญ่... โทษของการลักลอบแก้ไขโครงสร้างอัคคีโบราณ คือการถูกลบชื่อออกจากทะเบียนสถาบัน และผนึกพลังวิญญาณไปตลอดกาล" เซเรนแค่นหัวเราะในลำคอ แม้ร่างกายจะร้าวรานไปทุกอณู แต่สมองอันปราดเปรื่องยังคงคำนวณความเป็นไปได้นับพันรูปแบบในเสี้ยววินาที ทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขตที่เขาทุ่มเทวิจัยมาแรมปีไม่ใช่ความผิด แต่มันคือภัยคุกคามต่อความมั่นคงของพวกชนชั้นสูงที่เกรงกลัวต่อการสูญเสียอำนาจผูกขาดต่างหาก ทว่า... ก่อนที่วงแหวนเวทพิพากษาจะบีบตัวเข้าหาร่างของเขา ประตูหินหนักอึ้งของห้องโถงก็ถูกกระแทกเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ปัง! ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทของทายาทตระกูลดยุกก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและเยือกเย็น ลูซิอานปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน ดวงตาสสีเงินคู่นั้นไม่ได้มองไปยังคณะกรรมการเลยแม้แต่น้อย เขากลับทอดสายตามาที่เซเรนด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย—มีทั้งความโกรธ ความเจ็บปวด และการตัดสินใจเด็ดเดี่ยวที่สลักลึกอยู่ภายใน "ลูซิอาน ฟอน แอสเทอร์... คุณเข้ามาในเขตหวงห้ามได้อย่างไร!" ประธานกรรมการตวาดลอยๆ ด้วยความตกใจ ลูซิอานไม่ตอบคำถามนั้น เขากวาดสายตามองโซ่เวทที่พันธนาการคนตรงหน้า ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับคณะกรรมการทั้งหมดอย่างไม่เกรงกลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากตัวเขาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน "ผมขอใช้สิทธิ์ในฐานะทายาทสายตรงคนสุดท้ายของตระกูลแอสเทอร์" ลูซิอานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่ากังวานก้องและทรงพลังจนทุกคนต้องเงียบกริบ "เพื่อแลกกับการยกเลิกโทษทัณฑ์ทั้งหมดของเซเรน และปล่อยตัวเขากลับไปห้องวิจัยทันที" เซเรนเบิกตากว้าง ความเหนื่อยล้าหายเป็นปลิดทิ้ง หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น "ลูซิอาน นาย... นายกำลังทำบ้าอะไรลงไป!" เสียงอุทานของเซเรนไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหันกลับมามอง เขายังคงจ้องมองประธานกรรมการด้วยแววตาที่แน่วแน่ "ท่านก็รู้ดีว่ากฎโบราณของสถาบันอนุญาตให้ผู้สืบทอดสายเลือดแท้สามารถใช้ 'สิทธิ์แห่งพันธะโลหิต' เพื่อรับโทษแทนนักโทษได้หนึ่งครั้งในชีวิต" ลูซิอานกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ผมขอสละสิทธิ์ในตำแหน่งผู้สืบทอดทั้งหมด สมบัติประจำตระกูล สิทธิ์ในการครอบครองเขตปกครอง และสถานะทางสังคมทุกประการ... เพื่อแลกอิสรภาพของเซเรน" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงทันที คณะกรรมการแต่ละคนต่างแสดงสีหน้าตกตะลึง การสละตำแหน่งผู้สืบทอดหมายถึงการตัดขาดจากความรุ่งโรจน์ทั้งหมด กลายเป็นสามัญชนที่ไร้ที่พึ่งพิง และต้องแบกรับภาระหนี้สินทางเวทมนตร์ของตระกูลที่ล่มสลายไว้เพียงลำพัง มันคือการฆ่าตัวตายทางสังคมที่ไม่มีวันหวนกลับ "คุณเสียสติไปแล้วหรือ ลูซิอาน! แค่เด็กฝึกหัดนอกคอกคนเดียว ถึงกับยอมแลกอนาคตทั้งหมดที่ตระกูลเพียรสร้างมาเลยงั้นหรือ?" ประธานกรรมการเค้นเสียงถามด้วยความไม่เข้าใจ "อนาคตของผม... ผมเป็นคนกำหนดเอง" ลูซิอานตอบกลับสั้นๆ แต่เฉียบคมดั่งใบมีด ทันใดนั้น ร่างของลูซิอานก็เปล่งแสงสีขาวนวลออกมาจากอก ตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลแอสเทอร์ที่เคยส่องประกายอยู่บนหลังมือค่อยๆ เลือนหายและสลายกลายเป็นละอองแสง ความเจ็บปวดจากการตัดขาดสายเลือดสะท้อนผ่านเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากของเขา แต่ลูซิอานไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้องออกมาสักแอะ เขายังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม สายตาคู่เดิมมองตรงไปข้างหน้าอย่างไม่เสียใจเลยแม้แต่น้อย โซ่เวทสีม่วงที่พันธนาการเซเรนค่อยๆ คลายตัวออกอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างของเซเรนทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นหินเย็นเฉียบ ก่อนที่มือเรียวหนาของลูซิอานจะยื่นเข้ามาประคองไหล่เขาไว้ทัน เซเรนเงยหน้าขึ้นสบตากับคู่หู ความรู้สึกผิดและมวลอารมณ์อุ่นวาบตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก น้ำเสียงที่เคยฉลาดปราดเปรื่องสั่นเครือเล็กน้อยยามเอ่ยคำพูด "นาย... ทำแบบนี้ทำไม นายรู้ไหมว่ามันแลกมาด้วยอะไร..." "ฉันรู้ดีกว่าใครทั้งหมด, เซเรน" ลูซิอานกระซิบตอบแผ่วเบา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของคนเย็นชา "โลกนี้มีทฤษฎีเวทมนตร์มากมายที่นายพยายามพิสูจน์... แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่สมการของนายยังขาดไป" เซเรนขมวดคิ้ว "อะไร...?" "ค่าความจริงที่ว่า... นายมีความหมายกับฉันมากกว่าสถาบันเฮงซวยนี่" ยังไม่ทันที่เซเรนจะได้เอ่ยคำใดต่อ แสงสว่างจ้าจากวงแหวนเวทกลางห้องโถงก็สาดกระเซ็นขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาทของเซเรนอย่างกะทันหัน—ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนธรรมดา แต่เป็นหน้าต่างระบบสีเลือดที่สั่นไหวรุนแรง [ระบบตรวจพบ: การทำลายล้างพันธะโลหิตระดับ SSS สำเร็จ] [เงื่อนไขลับถูกกระตุ้น: 'ผู้สืบทอดที่ถูกลืม' ได้รับพลังแห่งพันธะโลหิตย้อนกลับ] [คำเตือน: บุคคลปริศนาจากหอคอยแห่งกาลเวลาที่สาม กำลังก้าวผ่านรอยแยกมิติเข้ามาในห้องนี้—] ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับเซเรนและลูซิอานในบทนี้มากๆ เลยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%