ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต•ตอนที่ 22

ทางแยกแห่งโชคชะตา

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
เสียงรองเท้าบูทหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องไปทั่วระเบียงทางเดินปีกตะวันตกของหอคอยโบราณ กลิ่นอายของละอองเวทมนตร์ที่ถูกเผาไหม้จนระเหยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นเก่าคร่ำครึง มันไม่ใช่กลิ่นของการทดลองในห้องเรียนอีกต่อไป แต่เป็นกลิ่นอายคาวเลือดและความตายที่กำลังไล่ล่ากระชั้นชิดเข้ามาทุกที "ซ้ายมือ! ทางตัน!" เสียงกระซิบแหบพร่าของลูซิอานดังขึ้นพร้อมกับแรงฉุดที่แขน เซเรนเซถลาตามแรงดึงนั้นอย่างเฉียดฉิว เกือบไม่พ้นประกายแสงสีม่วงเข้มของเวทโจมตีระดับสูงที่เฉียดหัวไหล่ของเธอไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร แรงระเบิดจากการโจมตีนั้นแผดเผาผนังหินจนหลอมละลายกลายเป็นลาวาเหลวหยดติ๋งๆ เศษหินและฝุ่นผงร่วงกราวลงมาประหนึ่งหิมะมรณะ เซเรนหอบหายใจถี่กระชั้น หน้าอกสะท้อนขึ้นลงอย่างรุนแรง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นที่ร้าวเป็นรอยกวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุด พื้นที่ตรงนี้คือซอกอับระหว่างเสาค้ำยันสถาปัตยกรรมโกธิค ไม่มีทางออกอื่นนอกจากย้อนกลับทางเดิม ซึ่งหมายถึงการเดินเข้าไปหาหน่วยล่าสังหารของสภาสูงที่ปิดล้อมเส้นทางไว้หมดแล้ว "พวกมันไม่ได้ต้องการแค่จับตัวเราไปสอบสวน..." เซเรนเอ่ยขึ้น เสียงของเธอลอดผ่านไรฟันที่ขบเข้าหากันแน่น ความเจ็บแปลบที่ข้อเท้าจากการวิ่งมาราธอนหนีตายเริ่มแผ่ซ่าน แต่เธอกัดฟันอดกลั้นไว้ ไม่ยอมปล่อยให้ความอ่อนแอแสดงออกมาเด็ดขาด "ดูร่องรอยการร่ายเวทนั่นสิ... พวกมันใช้ 'ตราประทับพิฆาตวิญญาณ' ตั้งแต่การโจมตีระลอกแรก เป้าหมายของพวกมันคือการลบเราออกไปจากประวัติศาสตร์ของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ต่างหาก" ลูซิอานไม่ตอบทันที เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเงินยวงเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ดวงตาสีฟ้าครามเย็นชาคู่นั้นกวาดมองคราบเขม่าและรอยร้าวบนผนัง ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่ฉาบอยู่เบื้องหน้า เขายกมือขึ้น แผ่นเวทมนตร์โปร่งแสงรูปทรงเรขาคณิตซับซ้อนปรากฏขึ้นกลางอากาศ นิ้วเรียวยาววาดลวดลายสัญลักษณ์โบราณลงไปอย่างรวดเร็วราวกับดีดพิณ "ฉันรู้... และฉันก็ไม่ได้วางแผนจะยอมจำนนให้พวกมันเอาชื่อตระกูลไปเหยียบย่ำเล่นเป็นครั้งที่สองหรอกนะ" เสียงของลูซิอานราบเรียบแต่มั่น ภายในแววตานั้นสะท้อนความเคียดแค้นและอดีตอันแหลกสลายที่เขาแบกรับไว้ มันคือแรงผลักดันที่ทำให้เขายืนหยัดอยู่ได้แม้ในยามที่เลือดในกายกำลังเดือดพล่านจากการใช้มานาเกินขีดจำกัด เซเรนเหลือบมองเพื่อนร่วมชะตากรรม แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ เธอกลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นประหลาดจากแผ่นหลังกว้างที่ก้าวเข้ามาบังกระแสลมหนาวและอันตรายไว้ให้ครึ่งหนึ่ง ความรู้สึกด้อยค่าที่เคยกัดกินจิตใจในฐานะเด็กสาวไร้พลังสายตรงถูกปัดเป่าออกไปชั่วขณะ ในโลกแห่งทฤษฎีเวทมนตร์ที่เธอหลงใหล ไม่มีใครเหนือกว่าใครเมื่อเผชิญหน้ากับความตาย มีเพียงสมอง ไหวพริบ และความเข้าใจในแก่นแท้ของมานาเท่านั้นที่จะชี้ขาด "ทางออกไม่ได้มีแค่ประตูหรือหน้าต่าง..." เซเรนพึมพำ ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความเฉลียวฉลาด เธอยื่นมือออกไปสัมผัสพื้นผิวของเสาหินโบราณที่สั่นสะเทือนจากแรงระเบิดภายนอก "ลูซิอาน นายจำสมการการหมุนวนของมานาในชั้นบรรยากาศชั้นที่สามที่เราคำนวณไว้เมื่อคืนก่อนได้ไหม?" ลูซิอานชะงักมือที่กำลังร่ายเวทป้องกัน เขานัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสมองอัจฉริยะของเขาเชื่อมโยงความคิดของเธอได้ทันที "เธอหมายถึง... จะใช้แรงสั่นสะเทือนจากการโจมตีของพวกมัน ย้อนศรกลับไปทำลายโครงสร้างรากฐานของหอคอยนี้อย่างนั้นเหรอ? บ้าไปแล้ว แรงระเบิดมหาศาลขนาดนั้น เราอาจจะถูกฝังกลบไปพร้อมกับพวกมันด้วยซ้ำ!" "ถ้าเราไม่ทำ เราก็จะถูกพวกมันชำแหละวิญญาณในห้องทดลองใต้ดินอย่างไร้เกียรติ เลือกเอาสิว่าอยากตายแบบไหน ระหว่างถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังพร้อมกับความลับที่พวกมันอยากซ่อน หรือตายแบบสุนัขรับใช้ที่ยอมจำนน" เซเรนหันมาสบตาเขา รอยยิ้มที่มุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในทฤษฎีของตนเองอย่างเต็มเปี่ยม "เชื่อฉันสิ... ฉันคำนวณจุดรับแรงไว้หมดแล้ว ช่องว่างระหว่างโครงสร้างหินตรงนี้มีจุดอับสายตาและจุดกระจายแรงที่สมบูรณ์แบบที่สุด" ชั่วขณะนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังใกล้เข้ามาทุกที พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหี้ยมเกรียมของหัวหน้าหน่วยล่าสังหาร "พวกมันจนมุมแล้ว! พังกำแพงฝั่งนั้นเข้าไป! อย่าให้เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก!" ตูมมมม! ผนังหินแกร่งหนาหลายเมตรระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แรงอัดมหาศาลซัดเอาฝุ่นควันและเศษปูนกระจายไปทั่วทิศทาง พร้อมกับเงาร่างของเหล่ามือสังหารในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวล่วงเข้ามาในเขตซอกอับ พวกเขาต่างถือครองศาสตราเวทเปล่งแสงสีแดงฉาน พร้อมที่จะปลิดชีพเป้าหมายในพริบตา แต่ทว่า... มันช้าไปเสี้ยววินาที "ตอนนี้แหละ ลูซิอาน! ปลดปล่อยมานาตามพิกัดที่ฉันบอก!" เซเรนตวาดลั่นพร้อมกับกระแทกฝ่ามือลงบนพื้นหิน ลูซิอานไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาประสานมือเข้าหากันแล้วระเบิดพลังมานาสีเงินยวงทั้งหมดที่มีพุ่งทะยานลงสู่พื้นดินใต้ฝ่าเท้า แรงระเบิดประสานเข้ากับสมการทางทฤษฎีที่เซเรนคำนวณไว้ เกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโครงสร้างของหอคอยโบราณ ก๊าซซซซ—! โครมมมม! เสียงโครงสร้างหินยักษ์ถล่มทลายดังสนั่นหวั่นไหว เพดานหอคอยส่วนปีกตะวันตกเริ่มปริร้าวและร่วงหล่นลงมาทับถมเส้นทางของหน่วยล่าสังหารอย่างฉับพลัน ฝุ่นควันตลบอบอวลจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว แรงโน้มถ่วงและแรงผลักดันมหาศาลซัดร่างของเซเรนและลูซิอานร่วงหล่นลงสู่ความมืดเบื้องล่างตามแรงโน้มถ่วงของซากปรักหักพัง ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงลมที่หวีดหวิวข้างหู เซเรนรู้สึกได้ถึงมือหนาที่คว้าจับมือเธอไว้แน่นท่ามกลางความมืดมิด ทั้งสองกำลังดิ่งพสุธาลงสู่ส่วนลึกที่สุดของสถาบันเวทมนตร์ที่ถูกปิดตาย—ดินแดนต้องห้ามที่ไม่มีบันทึกไว้ในตำราเรียนเล่มใด ติ๊ง! [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าสู่ "เขาวงกตใต้ดินโบราณ (ระดับ SSS)"] [คำเตือน: ผู้เล่นได้กระตุ้นกลไกหลบหนีฉุกเฉิน เงื่อนไขการปลดล็อกความทรงจำที่หายไปเริ่มทำงาน] [ผู้มาเยือนปริศนาในเงาลึก 0 เมตร... กำลังจับจ้องการมาถึงของท่าน] ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับเซเรนและลูซิอานในบทนี้มากๆ เลยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%