คราบเขม่าสีดำบนปลายนิ้วของเซเรนไม่ได้มาจากดินปืน แต่มันคือเศษซากของปฏิกิริยาเวทมนตร์ที่ล้มเหลวติดต่อกันเป็นครั้งที่สี่สิบเจ็ด
"ถ้าท่านยังคิดจะใช้สมการพหุนามกำลังสามในการคำนวณวงแหวนเวทระดับพื้นฐานแบบนี้ต่อไป เกรงว่าหอคอยวิจัยส่วนตัวของพวกเราคงจะได้กลายเป็นเศษอิฐปรักหักพังก่อนที่การทดสอบภาคปฏิบัติจะเริ่มขึ้นเสียก่อนนะคะ เซเรน"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทดลองใต้ดิน ลูซิอานพิงแผ่นหลังเข้ากับชั้นหนังสือโบราณ ดวงตาสสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองแผ่นกระดาษคำนวณนับร้อยที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้นราวกับใบไม้ร่วง ทายาทตระกูลเวทมนตร์ตกอับผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาคนนี้ กำลังกอดอกมองดูความพยายามอันน่าเวทนา—หรืออาจจะน่าทึ่ง—ของคู่หูสามัญชนผู้ไม่มีเชื้อสายมานาบริสุทธิ์ไหลเวียนในร่างกาย
เซเรนไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงาน แว่นตากรอบทองของเธอสะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ จากผลึกมานาที่กำลังสั่นระริก นิ้วเรียวเล็กยังคงตวัดปลายปากกาขนนกเขียนอักขระโบราณลงบนแผ่นหนังแกะด้วยความเร็วที่แทบจะมองไม่เห็น ปลายปากกาจรดลงด้วยน้ำหนักที่แม่นยำราวกับจักรกล
"ทฤษฎีไม่ได้ผิดพลาด ลูซิอาน" เสียงของเซเรนราบเรียบ แต่มันสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาข้ามวันข้ามคืน "ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สูตร... แต่อยู่ที่ตัวกลางในการถ่าย ศาสตราจารย์มาร์คัสตั้งใจซ่อนตัวแปรตัวที่ห้าไว้ในสมการบทที่เจ็ด เพื่อปิดกั้นไม่ให้พวกเราเข้าถึงแกนกลางของหอคอยต่างหากล่ะ"
"แล้วคุณคิดจะแก้ตัวแปรที่ถูกซ่อนไว้นั้นด้วยอะไร? พลังใจงั้นหรือ?" ลูซิอานแค่นหัวเราะในลำคอ แต่ฝั่่นลึกในแววตากลับฉายประกายความกังวลที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งทะนง "คุณก็รู้ดีว่าร่างกายของสามัญชนอย่างคุณ... ไม่เคยถูกออกแบบมาให้รองรับแรงกระแทกจากการเร่งอนุภาคมานาในระดับนี้ เซเรน หยุดเสียเถอะ ก่อนที่เส้นประสาทเวทของคุณจะแหลกสลายไปเสียก่อน"
นี่คือความจริงอันโหดร้ายที่เซเรนต้องเผชิญมาตลอดชีวิต ในโลกที่ถูกขับเคลื่อนด้วยสายเลือดและความบริสุทธิ์ของมานา เธอเป็นเพียงเศษเกิน—เด็กสาวผู้มีความรู้ระดับศาสตราจารย์ แต่มีก้อนเนื้อในอกที่เต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวยามเมื่อต้องสัมผัสกับวงแหวนเวทโดยตรง ความด้อยค่านี้คือโซตรึงที่พันธนาการเธอไว้กับพื้นดิน ในขณะที่ชนชั้นสูงคนอื่นๆ ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยพรสวรรค์ที่ติดตัวมาแต่เกิด
แต่ทว่า... ในหอนี้ ในห้องวิจัยที่ลึกที่สุดแห่งนี้ กฎเกณฑ์เหล่านั้นกำลังจะถูกฉีกกระชากทิ้ง
เซเรนวางปากกาลงช้าๆ เสียงโลหะกระทบไม้ดังสะท้อนก้องในความเงียบ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูดลมหายใจเข้าลึก and ผผสานสติสัมปชัญญะทั้งหมดเข้ากับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขตที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการขัดเกลา วันนี้... เธอจะไม่พึ่งพาคถา ไม่พึ่งพาศิลาเวทราคาแพง และไม่พึ่งพาความเมตตาจากตระกูลขุนนางใดๆ ทั้งสิ้น
เธอจะใช้เพียง "สมการ" และ "เจตจำนง" ของตนเอง
"ลูซิอาน" เซเรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทจนน่ากลัว ดวงตาสีอำพันคู่นั้นหันไปสบตากับคู่หูหนุ่มอย่างแน่วแน่ "ช่วยถอยไปข้างหลังสามก้าว และ... ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน อย่าปล่อยให้ผลงานวิจัยชิ้นนี้ต้องถูกเผาทำลายไปพร้อมกับฉันเด็ดขาดนะคะ"
ลูซิอานชะงักไปชั่วขณะ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ความดื้อรั้นในแววตาของเซเรนทำให้เขาเถียงไม่ออก ชายหนุ่มยอมถอยหลังตามคำสั่งอย่างไม่เต็มใจนัก มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามดาบประจำตระกูลที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่น เตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้าไปรับร่างของเธอได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์เลวร้ายลง
กลางห้องทดลอง... วงแหวนเวทขนาดใหญ่ถูกวาดขึ้นด้วยผงเงินบริสุทธิ์ เซเรนก้าวเข้าไปยืนอยู่ตรงจุดศูนย์กลาง
ความหนาแน่นของมานาในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนผิวหนังรู้สึกชาหนึบ อณูเวทมนตร์รอบตัวเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูงเกิดเป็นเสียงหวีดหิวเสียดแก้วหู แรงกดดันมหาศาลจาก "หัวใจของหอคอย" ที่อยู่ลึกลงไปเบื้องล่างกำลังพยายามบดขยี้จิตใจของเธอ มันคือเสียงกระซิบจากความว่างเปล่า ที่คอยเยาะเย้ยความอ่อนแอของมนุษย์ปุถุชน
*ตั้งสติ... อย่าปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำ* เซเรนบอกตัวเองในใจ
เธอเริ่มร่ายเวทด้วยตนเองครั้งแรกในชีวิต เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอื้อnเอ่ยวาจาอักขระโบราณออกมาทีละพยางค์ จังหวะการร่ายไม่ได้รวดเร็วและลื่นไหลเหมือนจอมเวทอัจฉริยะ แต่มันเต็มไปด้วยความแม่นยำระดับวินิจฉัยโรค ทุกคำที่หลุดจากริมฝีปากคือการคำนวณทิศทาง ความหนาแน่น และแรงเสียดทานของอนุภาคมานาในอากาศอย่างไม่มีที่ติ
*“ด้วยนามแห่งทฤษฎี... ข้าขอปลดปล่อยตัวแปรที่ถูกพันธนาการ วงโคจรที่บิดเบี้ยว จงกลับคืนสู่สภาวะสมบูรณ์แบบ!”*
สิ้นเสียงคำประกาศ ทันใดนั้น... แสงสว่างสีขาวโพลนก็ระเบิดออกราวกับดวงอาทิตย์ดวงใหม่ถือกำเนิดขึ้นในห้องใต้ดิน!
แรงระเบิดจากคลื่นมานากระแทกเข้าใส่ผนังศิลาจนเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว หนังสือและตำราเวทนับร้อยเล่มลอยเคว้งคว้างกลางอากาศก่อนจะฉีกขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ลูซิอานต้องยกแขนขึ้นปัดป้องเศษซากที่ปลิวว่อนด้วยความตกตะลึง ดวงตาสสีเทาเบิกกว้างเมื่อพบว่าพลังที่เซเรนปลดปล่อยออกมานั้น... ไม่ใช่พลังทำลายล้างธรรมดา แต่มันคือ "การเขียนกฎเกณฑ์ใหม่ของธรรมชาติ"
กลางพายุมานาที่กำลังคำราม เซเรนยืนนิ่งสงบราวกับตาพายุ ร่างกายของเธอเริ่มมีรอยแตกร้าวเรืองแสงสีทองจางๆ คล้ายกับเซรามิกที่กำลังจะแตกสลาย เลือดสีแดงเข้มไหลรินจากมุมปากของเธอลงสู่พื้น แต่แววตากลับเปล่งประกายเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้า
วงแหวนเวทใต้ฝ่าเท้าของเธอไม่ได้หมุนตามเข็มนาฬิกาหรือทวนเข็มนาฬิกา แต่มันกำลังหมุนวนเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อนเกินกว่าที่ตำราเรียนเล่มไหนในสถาบันจะเคยบันทึกไว้
สมการพหุนามกำลังสามถูกแก้ไขแล้ว... หัวใจของหอคอยตอบสนองต่อเสียงเรียกของเธอ!
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่แกนกลางของหอคอยกำลังจะหลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของเซเรน เสียงเตือนอันคุ้นเคยและหนาวเหน็บก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเธอ—ไม่ใช่เสียงของระบบภารกิจที่เธอคุ้นเคย แต่เป็นเสียงคำรามต่ำๆ จากเบื้องล่าง พื้นห้องใต้ดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากำลังยุบตัวลง พร้อมกับเงาดำมหึมาที่ขยับตัวตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนานนับพันปี
ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่ลืมตาขึ้นในความมืดมิดใต้พื้นพิภพ พร้อมกับเสียงกระซิบที่เยือกเย็นจนกระดูกสันหลังสั่นสะท้าน:
*"ผู้บุกรุก... บังอาจนักที่กล้าแตะต้อง... หัวใจของข้า"*
เซเรนเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดจากการร่ายเวทถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเธอตระหนักได้ว่า... สิ่งที่เธอเพิ่งปลดปล่อยออกมาด้วยสูตรคำนวณนั้น ไม่ใช่พลังงานเวทของหอคอย แต่เป็นสิ่งมีชีวิตโบราณที่ถูกผนึกไว้ต่างหาก!
"เซเรน! ถอยออกมาเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนของลูซิอานดังลอดผ่านเสียงคำรามกึกก้อง แต่ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว เมื่อพื้นเบื้องล่างแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และร่างของเซเรนกำลังร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างพร้อมกับแสงสว่างสีทองที่ดับวูบลงในพริบตา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับเซเรนในบทนี้มากๆ เลยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต•ตอนที่ 19
หัวใจของหอคอย
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!