ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต•ตอนที่ 8

หุบเขาพายุเวท

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"ยินดีต้อนรับสู่เกมจริง... เซเรน" เสียงกระซิบแหบพร่าจากกรรมการคุมสอบยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทว่าสิ่งเดียวที่ดังก้องยิ่งกว่ากลับเป็นเสียงหัวใจของตัวฉันเองที่เต้นโครมครามสะท้อนกะโหลกศีรษะ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินกำลังแยกตัวออกเป็นเสี่ยงๆ กลิ่นอายของโอโซนและประจุไฟฟ้าเข้มข้นจนทำให้เส้นผมบนต้นแขนลุกชัน นี่ไม่ใช่สนามประลองจำลองในห้องเรียนทฤษฎีเวทมนตร์อันโอ่อ่าของสถาบันอคาเดมี่อีกต่อไปแล้วค่ะ พวกเราถูกโยนลงมากลาง "หุบเขาพายุเวท" พื้นที่ปิดตายระดับความอันตราย S ที่ถูกผนึกไว้ด้วยค่ายกลโบราณ ทัศนียภาพเบื้องหน้าถูกกลืนกินด้วยม่านหมอกสีม่วงเข้มที่ปั่นป่วนด้วยกระแสมานาอันบ้าคลั่ง สายฟ้าสีครามแปลบปลาบฟาดผ่าลงมาบนพื้นหินอัคนีจนเกิดรอยไหม้เป็นทางยาว ไอความร้อนและแรงกดดันทางเวทมนตร์แผ่ซ่านเสียดแทงผิวหนังจนเจ็บแปลบ "อย่ามัวแต่มองซ้ายมองขวา เซเรน! ถ้าไม่อยากให้ร่างของเธอแหลกเป็นจุลด้วยแรงดันมานา ก็ก้มหัวลงซะ!" เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของลูซิอานดังขึ้นข้างหู พร้อมๆ กับที่ทายาทตระกูลเวทมนตร์ตกอับผู้นี้คว้าแขนฉันแล้วกระชากหลบเศษหินขนาดยักษ์ที่พุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูง ร่างของพวกเรากลิ้งหลบไปกระแทกกับผนังถ้ำหินผาอันขรุขระ กลิ่นอายความเย็นชาและเด็ดเดี่ยวจากตัวเขาลอยแตะจมูก แม้เหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย แต่ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นยังคงฉายแววคมกริบและระแวดระวังภัยรอบด้าน ฉันหอบหายใจถี่รัว กวาดสายตาสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็ว สมองที่เคยชินกับการคำนวณสูตรเวทมนตร์ซับซ้อนเริ่มทำงานทันทีเพื่อประเมินสถานการณ์ สภาพแวดล้อมตรงนี้มีความผิดปกติทางโครงสร้างมานาอย่างรุนแรงค่ะ กระแสลมที่พัดผ่านไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่มันคือ "กระแสเวทสะท้อนกลับ" ที่เกิดจากการปะทะกันของค่ายกลผนึกหุบเขาและพลังงานดิบใต้พิภพ หากก้าวเดินไปผิดทิศทางแม้แต่ก้าวเดียว แรงดันอากาศรอบตัวจะบดขยี้อวัยวะภายในจนแหลกเหลวในพริบตา "นายเห็นความผิดปกติของทิศทางกระแสลมวนนั่นไหม ลูซิอาน" ฉันเอ่ยเสียงเบา มือเรียวผลักแว่นตาที่เกือบจะหลุดร่วงขึ้นเข้าที่ ขณะที่สมองประมวลผลข้อมูลอย่างบ้าคลั่ง "วงเวทที่พวกมันใช้กักพวกเราไว้ไม่ได้มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ใจกลางหุบเขา แต่มันเคลื่อนที่... มันหมุนวนเป็นรูปเลขแปดอนันต์" ลูซิอานหันมามองฉันแวบหนึ่ง แววตาของเขามีร่องรอยของความทึ่งฉายชัดอยู่ชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งงั้นตามเดิม "สมกับที่เป็นเธอ... ในขณะที่คนอื่นกำลังหาทางเอาตัวรอดจากสัตว์อสูรพายุ เธอกลับมองเห็นโครงสร้างค่ายกลก่อนเป็นอันดับแรก" "เพราะถ้าเราแก้ค่ายกลไม่ได้ ต่อให้เราฆ่าสัตว์อสูรพายุจนหมดหุบเขา พลังงานพวกนั้นก็จะถูกรีไซเคิลกลับมาสร้างพวกมันใหม่ไม่มีวันจบสิ้น" ฉันแย้มยิ้มบางๆ แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่ความท้าทายเชิงทฤษฎีเวทมนตร์แบบนี้กลับจุดประกายไฟในตัวฉันให้ลุกโชน "นี่ไม่ใช่การทดสอบการต่อสู้... แต่เป็นการทดสอบว่า 'สติปัญญา' ของเราจะเฉียบคมพอที่จะหาทางออกในเขตแดนไร้ทางออกนี้หรือไม่ต่างหาก" โฮกกกกกก—! เสียงคำรามกึกก้องเสียดแก้วหูขัดจังหวะบทสนทนา ม่านหมอกสีม่วงเบื้องหน้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เงาร่างขนาดมหึมาของ "สัตวาตภัย" อสูรกายเวทมนตร์รูปร่างคล้ายสิงโตติดปีกอินทรีย์ เกล็ดทั่วร่างเป็นผลึกคริสตัลแหลมคมที่ทำหน้าที่ดูดซับและปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูง มันจ้องมองมาที่พวกเราด้วยดวงตาสีแดงฉานกระหายเลือด แรงกดดันระดับผู้อำนวยการสถาบันแผ่ซ่ายจนลมหายใจสะดุด ลูซิอานก้าวขึ้นมาบังหน้าฉันไว้ ชัก "ดาบอัคนีทมิฬ" อาวุธประจำตระกูลที่ปลายดาบยังคงมีรอยร้าวจากการต่อสู้ครั้งก่อนออกมาตั้งรับ มานาสีดำสนิทแผ่พุ่งออกจากร่างของเขาเพื่อต้านทานแรงกดดัน ทว่าฉันสังเกตเห็นมือที่ถือด้ามดาบนั้นกำลังสั่นเทาเล็กน้อย... ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะอาการบาดเจ็บสะสมจากการใช้พลังเกินขีดจำกัดเมื่อรอบที่แล้ว "ถอยไป ลูซิอาน นายรับมือมันตรงๆ ไม่ไหวหรอก แผลที่แขนซ้ายของนายยังไม่หายดี!" ฉันร้องเตือนด้วยความร้อนใจ "ถ้าฉันถอย แล้วใครจะปกป้องเธอกันล่ะ เซเรน" น้ำเสียงของเขาติดจะเย้ยหยันตัวเองเล็กน้อย แต่แววตาที่หันกลับมามองช่างจริงจังจนหัวใจกระตุกวูบ "เธอมีสมองไว้คำนวณค่ายกล... ส่วนหน้าที่สับพวกมันเป็นชิ้นๆ ปล่อยให้เป็นภาระของคนไร้ค่าคนนี้เถอะ" คำพูดตัดพ้อแกมประชดประชันนั้นทำให้ฉันรู้สึกเจ็บแปลبในอก ลูซิอานยังคงแบกรับปมในอดีตเรื่องการล่มสลายของตระกูลและการถูกมองว่าเป็น "ตัวถ่วง" เช่นเดียวกับที่ฉันมักจะถูกสบประมาทว่าเป็นคนไร้พลังเวทสายตรง ทั้งคู่ต่างดิ้นรนพิสูจน์ตัวเองในสังเวียนที่ผู้คนต่างมองข้าม แต่ในวินาทีที่สัตวาตภัยอ้าปากกว้างเพื่อพ่นลำแสงพลาสมาความร้อนสูงเข้าใส่พวกเรา ฉันก็ตัดสินใจได้ทันที "ถ้าอย่างนั้น... ก็มาพิสูจน์ให้พวกมันเห็นพร้อมกันเถอะค่ะ ว่าคนไร้ค่าสองคนนี้จะพลิกกระดานนี้ยังไง!" ฉันคว้าข้อมือของลูซิอานที่กำลังจะพุ่งออกไปปะทะ ดึงตัวเขากลับมาด้านหลังเล็กน้อย พร้อมกับสะบัดมือร่ายอักขระเวทมนตร์กลางอากาศด้วยความเร็วสูงสุด มานาในตัวฉันไม่ได้มีปริมาณมหาศาล แต่วิธีการเรียบเรียงและปรับแต่ง "โครงสร้างเวท" ของฉันมันคมกริบเสียยิ่งกว่าคมดาบ "ค่ายกลสะท้อนกลับ... ทำงาน!" แสงสว่างวาบสีทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดิน สอดประสานเข้ากับกระแสลมพายุของหุบเขาจนเกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ สัตวาตภัยคำรามลั่นด้วยความตื่นตระหนกเมื่อจู่ๆ ร่างของมันถูกตรึงไว้ด้วยเสาแสงมานารูปทรงเรขาคณิตที่ฉันคำนวณมุมองศาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่มิลลิเมตรเดียว "ลูซิอาน! จุดอ่อนของมันอยู่ที่ต่อมมานาใต้ปีกข้างขวา แทงทะลุจุดนั้นด้วยพลังทั้งหมดที่นายมี!" ฉันตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดราวกับศาสตราจารย์ผู้ควบคุมห้องทดลอง ลูซิอานไม่รอช้า ร่างสูงโปร่งพุ่งทะยานขึ้นไปในอากาศราวกับเงาทมิฬ ดาบอัคนีทมิฬอาบไล้ด้วยเปลวเพลิงสีครามเข้มข้นที่ระเบิดออกมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณแห่งความแค้นและการยอมรับ เขารวบรวมมานาเฮือกสุดท้าย ฟันฉับลงไปยังเป้าหมายที่ฉันชี้จุดไว้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ! ฉับ! เสียงเนื้อและผลึกคริสตัลขาดออกจากกัน พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของอสูรกายพายุที่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งหุบเขา ร่างมหึมาสลายกลายเป็นละอองมานาสีม่วงโปร่งแสง ทิ้งให้พวกเรายืนหอบหายใจอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของค่ายกลที่พังทลายลงมา ฉันทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความอ่อนล้า เหงื่อชุ่มโชกไปทั่วแผ่นหลัง ทว่ารอยยิ้มแห่งชัยชนะกลับประดับอยู่บนเรียวปาก ทว่าความเงียบสงบหลังพายุสงบลงได้ไม่ถึงอากาศ... พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนยิ่งกว่าเดิม และรอยแยกขนาดใหญ่ก็เปิดอ้าออกที่ใจกลางหุบเขา ไม่เพียงแต่แรงสั่นสะเทือนเท่านั้น แต่จู่ๆ หน้าต่างระบบโฮโลแกรมสีแดงฉานที่มีรหัสลับแปลกประหลาดก็เด้งขึ้นตรงหน้าฉันโดยไม่มีปุ่มปิด [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสมานาปริศนา ระดับความอันตรายเกินขีดจำกัด] [คำเตือน: หุบเขาพายุเวทไม่ใช่สนามทดสอบ แต่เป็น "ห้องทดลองลับ" ที่ถูกลืมเลือนของอดีตจอมมาร] [เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS ถูกกระตุ้น: ประตูผนึกชั้นที่ศูนย์กำลังจะเปิดออก... และผู้มาเยือนที่แท้จริงได้ตื่นขึ้นแล้ว] เงาสัมผัสเย็นยะเยือกพาดผ่านต้นคอ พร้อมกับเสียงฝีเท้าอันเชื่องช้าแต่หนักหน่วงดังขึ้นมาจากก้นบึ้งของรอยแยกมืดมิด... "ในที่สุด... ก็มีคนฉลาดพอที่จะเปิดประตูให้ฉันออกมาเสียทีนะ แม่สาวน้อยนักทฤษฎี" - ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับเซเรนและลูซิอานในบทนี้นะคะ -
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%