“ในที่สุด… ก็มีคนฉลาดพอที่จะเปิดประตูให้ฉันออกมาเสียทีนะ แม่สาวน้อยนักทฤษฎี”
เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากเบื้องหน้า แต่ทอดตัวแผ่วเบาอยู่ข้างใบหูของเซเรน ราวกับกระซิบผ่านม่านหมอกแห่งกาลเวลา กลิ่นอายความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของหอคอยร้างชั้นที่เจ็ดพุ่งปะทะเข้ากับปลายจมูก ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเด็กสาวเต้นผิดจังหวะไม่ใช่ความน่ากลัวของภูตรับใช้โบราณ หากเป็นเงาสูงโปร่งที่ทาบทับลงมาบนตำราเวทมนตร์ในมือของเธอ
เซเรนไม่แม้แต่จะสะดุ้งตกใจ เธอนิ่งค้างไปเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตสีนิลกวาดสายตาสำรวจความผิดปกติของอากาศรอบตัวที่บิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น ก่อนจะค่อย ๆ ปิดหนังสือเล่มหนาลงอย่างเชื่องช้า ความสงบเยือกเย็นนี้คือเกราะป้องกันตัวที่เธอฝึกฝนมาตลอดชีวิตในฐานะบุตรสาวนอกสมรสผู้ไร้ค่าของตระกูลขุนนางตกอับ—ความนิ่งงันที่มักทำให้คู่สนทนาคาดเดาไม่ได้
“คุณไม่ได้ถูกขังไว้เพราะความฉลาดหรอกค่ะ” เซเรนเอ่ยตอบเสียงเรียบ ไม่หันกลับไปมองทันที “แต่ถูกขังไว้เพราะไม่มีใครทนความอวดดีของคุณไหวต่างหาก มากกว่านั้น… การลักลอบเข้ามาในเขตหวงห้ามของสถาบันเวทมนตร์เซนทอเรียยามวิกาลเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่บัณฑิตทั่วไปเขาทำกันนะคะ”
เงาร่างนั้นหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเหนื่อยล้าและเย้ยหยันในคราเดียวกัน ลูซิอานก้าวพ้นจากเงาดำของเสาศิลาโบราณ แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกสีส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีก ปรากฏดวงตาสีเทาเข้มที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำและเส้นผมสีเงินยวงที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เสื้อคลุมสีเข้มของเขาขาดวิ่นที่ชายผ้าและเปรอะเปื้อนคราบเขม่าสีดำ—ร่องรอยอันชัดเจนของการต่อสู้กับเวทมนตร์สายดาร์กที่คนทั่วไปพากันหลีกหนี
“ปากกล้าใช้ได้นี่” ลูซิอานปรายตามองตำราในมือของเธอ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ไปถึงดวงตา “ทฤษฎีการหมุนเวียนมานาขั้นต่ำที่เธอใช้แก้อักขระประตูเมื่อครู่… มันเป็นของล้าสมัยเมื่อสามร้อยปีមុនแล้วนะ แม่เด็กน้อย แต่เธอกลับต่อยอดมันด้วยสมการการหักเหแสงสะท้อนได้อย่างไร้ที่ติ… น่าสนใจ ช่างเป็นวิธีคิดที่ไร้ซึ่งความเคารพต่อกฎเกณฑ์เดิม ๆ เสียจริง ตรงสเปกฉันทีเดียว”
เซเรนเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาเต็มตา แม้ลูซิอานจะขึ้นชื่อว่าเป็นทายาทตระกูลเวทมนตร์โบราณที่ล่มสลายและถูกตราหน้าว่าเป็น ‘ตัวปัญหา’ ประจำรุ่น แต่เธอกลับมองเห็นสิ่งอื่นภายใต้ท่าทีหยิ่งทะนงนั้น—รอยร้าวลึกที่เกิดจากความโดดเดี่ยว
“ความรู้ไม่ได้มีไว้เพื่อเคารพค่ะ แต่มีไว้เพื่อใช้งาน” เซเรนวางตำราลงบนโต๊ะไม้เก่า ๆ เกิดเสียงดังทึบ “และดูเหมือนว่าคุณกำลังต้องการความช่วยเหลือมากกว่าที่คิดนะคะ... ลูซิอาน ทายาทแห่งตระกูลวาเลนไทน์ ผู้ถูกขับไล่ออกจากสภาเวทมนตร์ด้วยข้อหาใช้มนตร์ดำต้องห้าม”
บรรยากาศในห้องใต้หลังคารùngวูบลงทันที อุณห็พูมิรอบตัวลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ลูซิอานหุบยิ้มทันที แววตาคู่คมกริบจ้องเขม็งมาที่เธอราวกับสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุม มือเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะซุกมันลงในกระเป๋าเสื้อคลุมเพื่อซ่อนความเปราะบาง
“เธอรู้อะไรเกี่ยวกับฉันบ้าง เซเรน” เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจ
“ฉันรู้แค่ว่าคนเราจะไม่วิ่งเข้าหา ‘ความมืด’ เว้นเสียแต่ว่า ‘แสงสว่าง’ มันปฏิเสธที่จะโอบกอดพวกเขาตั้งแต่แรก” เซเรนก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด เว้นระยะห่างที่พอดีเพื่อให้เกียรติพื้นที่ส่วนตัวของอีกฝ่าย น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ตระกูลวาเลนไทน์ไม่ได้ล่มสลายเพราะพวกเขาล้มละลายทางการเงินนะคะ… แต่ล่มสลายเพราะพวกเขารู้ความจริงบางอย่างที่สภาเวทมนตร์พยายามปกปิดต่างหาก”
ลูซิอานชะงักไป ดวงตาสีเทาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างสูงโปร่งสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตกใจ โกรธแค้น และ… โล่งใจอย่างประหลาด เขาไม่เคยคิดเลยว่าเด็กสาวอายุสิบเจ็ดปีผู้ไม่มีพลังเวทสายตรงคนนี้ จะมองทะลุผ่านเปลือกนอกอันเย็นชาของเขาเข้ามาได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้
เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ฝั่งตรงข้ามอย่างหมดแรง ราวกับหุ่นเชิดที่ถูกตัดสายโยกย้าย ลูซิอานกุมขมับ ปล่อยให้เรือนผมสีเงินปรกลงมาบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง
“พวกมันไม่ได้แค่ขับไล่ฉัน เซเรน…” ลูซิอานเริ่มเอ่ยด้วยเสียงกระซิบที่สั่นเครือ อดีตที่เขาพยายามฝังกลบมาตลอดหลายปีค่อย ๆ ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทีละน้อย “ในคืนที่ตระกูลวาเลนไทน์ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ ท่านพ่อไม่ได้ใช้มนตร์ดำเพื่ออำนาจ… ท่านพยายามใช้มันเพื่อผนึก ‘บางสิ่ง’ ที่กำลังจะกลืนกินรากแก้วมานาของเมืองนี้ต่างหาก แต่สภาเวทมนตร์เลือกที่จะปิดข่าว พวกเขาฆ่าทุกคนในตระกูล… และโยนความผิดทั้งหมดให้ฉันรับเคราะห์ เพียงเพราะฉันเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้ด้วยการใช้เวทมนตร์นอกรีตพวกนั้น”
เซเรนยืนฟังเงียบ ๆ เธอไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนประเภท ‘ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง’ เพราะเธอกล้าพูดได้เลยว่าคำพูดเหล่านั้นมันไร้สาระที่สุดในโลกเวทมนตร์ เด็กสาวเพียงแค่ยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดให้เขา พร้อมกับรินน้ำชาอุ่น ๆ จากกาน้ำที่ตั้งอยู่มุมห้องส่งให้
“คุณแบกรับภาระที่หนักเกินกว่าเด็กอายุเท่าเราจะแบกไหวมาตลอดเลยสินะคะ” เซเรนกล่าวเบา ๆ “การถูกขับไล่และถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรโดยคนที่คุณเรียกว่าอาจารย์… มันคงเจ็บปวดน่าดู”
ลูซิอานเงยหน้าขึ้นมองผ้าเช็ดหน้าในมือของเธอ รอยยิ้มขมขื่นผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เขารับมันมาแต่ไม่ได้ใช้เช็ดอะไร เพียงแค่กำมันแน่นไว้ในอุ้งมือ
“ฉันคิดว่าตัวเองโดดเดี่ยวมาตลอด… คิดว่าต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อการแก้แค้นและพิสูจน์ให้พวกมันเห็นว่าฉันไม่ได้ผิด” ลูซิอานมองสบตาเซเรน แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพของเด็กสาวผู้ฉลาดล้ำและจริงใจ “แต่พอมาเจอเธอวันนี้… ความคิดบ้า ๆ นั้นมันเริ่มสั่นคลอนแล้วล่ะ”
“การแก้แค้นไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดหรอกค่ะ มันเหนื่อยเปล่า” เซเรนยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศอึมครึมในห้องสว่างไสวขึ้นมาถนัดตา “สู้เราใช้ความรู้ ทฤษฎีเวทมนตร์ และความจริง มาตบหน้าพวกสภาเวทมนตร์ให้คว่ำกลางที่ประชุมใหญ่ ด้วยคะแนนผลงานการวิจัยระดับ SSS ของพวกเราไม่ดีกว่าเหรอคะ?”
คำพูดนั้นทำให้ลูซิอานหลุดหัวเราะออกมาจริงๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เสียงหัวเราะที่สดใสและปลดปล่อยความอึดอัดทั้งหมดออกไปจนหมดสิ้น ความมืดมนที่เคยรายล้อมรอบตัวเขาเริ่มจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยประกายไฟแห่งความหวังครั้งใหม่ที่จุดติดขึ้นมาในใจ
“เธอนี่มัน… อันตรายจริงๆ นะ เซเรน” ลูซิอานส่ายหัวเบา ๆ แววตากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง “ตกลง… ฉันจะร่วมมือกับเธอ ในการแข่งขันวิจัยเวทมนตร์ประจำปีนี้ เราจะทำให้พวกมันเห็นว่าตระกูลตกอับและเด็กสาวไร้พลังเวทสายตรงคนนี้ จะพลิกแผ่นดินเซนทอเรียอย่างไร”
ติ๊ง!
[ระบบแจ้งเตือนภารกิจพิเศษ: ปลดล็อกสถานะคู่หู ‘ทายาทตระกูลวาเลนไทน์’ สำเร็จ!]
[ระดับความสัมพันธ์: ผูกพันทางจิตวิญญาณระดับ 2 (จาก 10)]
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานปริศนาพุ่งตรงมายังหอคอยร้างจากทิศเหนือ… ผู้มาเยือนยามวิกาลไม่ได้มีแค่พวกคุณสองคน!]
รอยยิ้มบนใบหน้าของเซเรนและลูซิอานแข็งค้างไปพร้อมกัน เมื่อประตูไม้บานใหญ่ที่พวกเขาเพิ่งปลดล็อกอักขระไป ถูกกระแทกเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจากภายนอก พร้อมกับเงาร่างของบุคคลในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ก้าวเข้ามาพร้อมไอสังหารอันเย็นเยียบ!
"พบตัวกบฏแล้ว... จับพวกมันให้หมด!"
—--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซเรนและลูซิอานในบทนี้นะคะ
ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต•ตอนที่ 9
ความลับของตระกูลตกอับ
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!