ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต•ตอนที่ 10

อักขระที่สามสิบสาม

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"พบตัวกบฏแล้ว... จับพวกมันให้หมด!" เสียงตะโกนก้องกังวานของหน่วยอัศวินลาดตระเวนเวทมนตร์ยังคงสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ขณะที่แผ่นหลังของเซเรนแนบชิดกับผนังหินเย็นเฉียบของหอคอยโบราณ กลิ่นอายของเวทมนตร์สีครามเข้มข้นลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศจนแสบจมูก แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องเข้ามาเป็นระยะผ่านหน้าต่างแคบๆ เงาดำทะมึนทอดตัวยาวน่าสะพรึงกลัว ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสติของเซเรนกลับไม่ใช่ความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ หากแต่เป็นแผ่นศิลาโบราณที่วางอยู่บนโต๊ะหินตรงหน้า—ศิลาที่สลัก "อักขระที่สามสิบสาม" ซึ่งสูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์เวทมนตร์มากว่าสามร้อยปี "ลูซิอาน... ทางนั้นเป็นอย่างไรบ้างคะ?" เซเรนกระซิบถามเสียงเบาหวิว มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่พยายามประคองแท่งช็อกเวทมนตร์ในมือเพื่อจดบันทึกโครงสร้างทางคณิตศาสตร์เวทเวกเตอร์ที่ซับซ้อนราวกับใยแมงมุม เงาร่างสูงโปร่งของลูซิอานขยับไหวที่ริมหน้าต่าง ดวงตาสีเทาเข้มภายใต้แสงสลัวฉายแววเย็นชาและเด็ดเดี่ยว เขากำด้ามดาบในมือแน่นจนข้อต่องอขาว "พวกมันใกล้เข้ามาทุกทีแล้วค่ะ เกราะเวทมนตร์ที่เรากางไว้รอบหหอคอยนี้... น่าจะยื้อเวลาได้อีกไม่เกินสามนาที ถ้าคุณยังถอดรหัสไอ้รอยขูดขีดพวกนั้นไม่เสร็จ เราคงต้องเตรียมตัวรับมือกับอัศวินยกกองทัพมาบดขยี้ที่นี่แน่ๆ" เซเรนไม่ตอบ เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หัวใจเต้นรัวระส่ำราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความกดดันจากภายนอกถาโถมเข้ามาประชิดตัว แต่ในขณะเดียวกัน สัญชาตญาณความเป็นนักทฤษฎีเวทมนตร์ที่หลับใหลอยู่ภายในกลับตื่นตัวขึ้นอย่างเต็มพิกัด สำหรับคนอื่น ศิลาแผ่นนี้อาจเป็นเพียงแค่เศษหินไร้ค่า หรืออาวุธโบราณที่อันตรายถึงชีวิต แต่สำหรับเซเรนแล้ว มันคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ขาดหายไป ทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขตที่เธอเฝ้าเพียรพยายามพิสูจน์มาตลอด ไม่ว่าสายตาดูถูกเหยียดหยามจากตระกูลขุนนางชั้นสูง หรือความรู้สึกด้อยค่าที่เกาะกินหัวใจมานานนับปี ทุกอย่างล้วนถูกหลอมรวมมาไว้ที่จุดนี้ จุดที่ปลายปากกาของเธอจะสามารถเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นได้ "อดทนอีกนิดเดียวนะคะ..." เซเรนพึมพำกับตัวเอง ในโลกเวทมนตร์ที่ขับเคลื่อนด้วยสายเลือดและพลังมานานนับศตวรรษ การไม่มีพลังเวทสายตรงเปรียบเสมือนการเป็นคนใบ้ในงานเลี้ยงใหญ่ เธอมักถูกมองว่าเป็นเพียงเศษสวะที่ไม่คู่ควรแม้แต่จะยืนอยู่ใต้ชายคาของสถาบันเวทมนตร์ชั้นนำ แต่ใครเล่าจะล่วงรู้ว่า... ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในโครงสร้างทางทฤษฎี การมองเห็นความสัมพันธ์ของตัวเลขและกระแสมานาที่คนมีพลังเวทมองข้ามไปต่างหาก คือกุญแจที่แท้จริง ดวงตาสีมรกตของเซเรนกวาดมองอักขระตัวสุดท้ายบนแผ่นศิลา มันไม่ใช่เวทมนตร์โจมตี ไม่ใช่คำสาปแช่ง และไม่ใช่คาถาป้องกันตัว แต่มันคือ "สูตรการแปลงพลังงานบริสุทธิ์" ถ้าลากเส้นเชื่อมต่อจากจุดศูนย์กลางของอักขระที่สิบสอง ไปยังวงแหวนเวทของอักขระที่ยี่สิบห้า... ค่าความต้านทานของมานาจะลดลงจนเป็นศูนย์! นั่นหมายความว่า... เวทมนตร์ทุกบทในโลกนี้สามารถถูกใช้งานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาปริมาณมานาในร่างกาย ขอเพียงแค่มีสูตรคำนวณที่ถูกต้อง! เปรี๊ยะ! เสียงเกราะเวทมนตร์ชั้นนอกของลูซิอานแตกละเอียดลงท่ามกลางความเงียบ เศษเสี้ยวของแสงสีฟ้ากระจายตัวออกราวกับละอองดาว แรงกระแทกจากการโจมตีทำให้ฝุ่นผงบนเพดานร่วงกราวลงมา ลูซิอานถอยกรูดเข้ามาด้านใน รอยแผลเรืองแสงสีแดงเข้มพาดผ่านต้นแขนของเขา เลดี้หนุ่มกัดฟันแน่นโดยไม่หลุดเสียงร้องแม้แต่น้อย แต่หยาดเหงื่อที่ผุดพรายตามขมับบ่งบอกถึงความเจ็บปวดและสถานการณ์ที่จวนตัวถึงขีดสุด "เซเรน..." เสียงของลูซิอานแหบพร่าเล็กน้อยขณะที่เขายกดาบขึ้นตั้งรับ "ฉันคิดว่า... เวลาของเราหมดลงแล้วค่ะ" ทว่า ในวินาทีที่ความมืดมิดและความพ่ายแพ้กำลังจะเข้ากลืนกิน เซเรนกลับสูดหายใจเข้าลึก ปลายปากกาในมือของเธอกวัดแกว่งลงบนกระดาษแผ่นสุดท้ายด้วยความเร็วและแม่นยำรากับปาฏิหาริย์ อักขระที่สามสิบสามถูกเติมเต็มสมบูรณ์แบบ แสงสีทองสว่างวาบขึ้นจากแผ่นศิลาโบราณ พลังงานลึกลับบางอย่างระเบิดออกเบาๆ แต่ทรงพลังจนแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องหอคอย กริ๊ง... เสียงแจ้งเตือนใสกระจ่างดังก้องขึ้นในห้วงความคิดของเซเรน ราวกับเสียงกระดิ่งแห่งการเปลี่ยนแปลงโชคชะตา [ระบบ: ตรวจพบการถอดรหัส "อักขระที่สามสิบสาม" สำเร็จ] [เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS: "กุญแจสู่จุดเริ่มต้นของจุดจบ" ถูกปลดล็อก] [กำลังอัปโหลดฐานข้อมูลทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขตเข้าสู่จิตสำนึก...] ประตูกระจกบานใหญ่ที่กั้นระหว่างห้องกับระเบียงแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดคลุมสีเงินยวง ใบหน้าของเขาถูกซ่อนอยู่ภายใต้เงาฮู้ด แต่รัศมีเวทมนตร์ที่กดดันรอบตัวทำให้หายใจแทบไม่ออก—ผู้นำสูงสุดของหน่วยสืบราชลับเวทมนตร์ ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก "เก่งมาก เด็กน้อย... ไม่นึกเลยว่าคนไม่มีพลังเวทอย่างเธอจะไขปริศนามรดกของบรรพกาลได้" น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นมือออกมาราวกับจะยึดครองผลงานทั้งหมด "ส่งศิลานั้นมาให้ฉันเสียดีๆ แล้วฉันจะไว้ชีวิตพวกเธอ" เซเรนเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่ แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความมั่นใจที่เฉียบคมราวกับใบมีด เธอกำกระดาษบันทึกในมือแน่น แล้วหันไปสบตากับลูซิอานที่ยืนอยู่ข้างกาย ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจในเสี้ยววินาที มือเรียวของเซเรนกดลงบนอักขระที่สามสิบสามบนศิลาด้วยแรงทั้งหมดที่มี พร้อมกับเอ่ยคาถาลับที่เพิ่งถอดรหัสได้ออกเสียงเบา "เปิดใช้งาน... ทฤษฎีไร้ขอบเขต" แสงสว่างจ้าสีขาวบริสุทธิ์ระเบิดขึ้นจนกลืนกินทุกสิ่งในห้องนั้นให้หายลับไปในพริบตาเดียว และก่อนที่สติของเซเรนจะหลุดลอยเข้าสู่มิติอื่น เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหูของเธอ... เสียงของบุคคลที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ ลูกสาวของฉัน" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับเซเรนและลูซิอานนะคะ หวังว่าจะสนุกจนวางไม่ลงค่ะ! — แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%