ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต•ตอนที่ 6

เงาที่ติดตาม

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
เศษเสี้ยวของผนึกโบราณยังคงอุ่นระอุอยู่บนปลายนิ้ว ขณะที่อากาศรอบตัวดิ่งวูบลงจนกลายเป็นความหนาแน่นระดับศูนย์ [เตือนภัยระดับวิกฤต: ผนึกแห่งบรรพกาลถูกทำลายโดยสมบูรณ์] [ตรวจพบการตื่น 7 ของ "บรรพบุรุษผู้ถูกลืม" - สิ่งมีชีวิตระดับภัยพิบัติที่ไม่อาจประเมินค่าได้] [ภารกิจลับระดับ SSS อัปเดต: จงเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของสิ่งที่กำลังก้าวออกมาจากความมืดภายใน 60 วินาที] ตัวเลขสีแดงฉานกระพริบเตือนอยู่ตรงหน้าเซเรนราวกับจะเยาะเย้ยความรู้เชิงทฤษฎีทั้งหมดที่เธอสะสมมาตลอดชีวิต ภายในหอคอยโบราณที่ควรจะปิดตาย กลิ่นอายของความตายและกาลเวลาที่ถูกกักขังมานับพันปีโชยเข้าปะทะจมูกจนแทบสำลัก เงามืดเบื้องหน้าบิดเบี้ยวเป็นรูปร่างขนาดยักษ์ ดวงตานับร้อยคู่เปิดขึ้นพร้อมกันในความมืดมิด กวาดมองมายังพวกเธอด้วยความกระหายใครรู้ที่พร้อมจะฉีกกระชากวิญญาณให้แตกเป็น 60 ส่วนในพริบตา "ถอยไปเซเรน!" เสียงของลูซิอานตวาดก้องพร้อมกับที่ร่างโปร่งของเขาก้าวขึ้นมาบังหน้าเธอไว้ แรงกดดันมหาศาลจากตระกูลเวทมนตร์ตกอับถูกปลดปล่อยออกมาจนแผ่นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว เปลวเพลิงสีครามลุกโชนขึ้นรอบกายของเขา มือเรียวยาวตวัดวาดอักขระเวทป้องกันชั้นสูงกลางอากาศอย่างรวดเร็วเป็นพัลวัน ทว่าเหงื่อกาฬที่ผุดพรายขึ้นตามขมับและเรียวปากที่เม้มเข้าหากันจนซีดขาว กลับฟ้องชัดเจนว่าพลังระดับนั้นเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่กำลังคุกคามอยู่เบื้องหน้า เซเรนไม่ยอมถอย เธอกวาดสายตาผ่านม่านหมอกสีดำด้วยสัญชาตญาณของนักวิชาการผู้บ้าคลั่ง สมองทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าเครื่องจักรกลเวทมนตร์ *ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทางกายภาพ...* เธอกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด *มันคือโครงสร้างเวทมนตร์โบราณที่ถูกบิดเบือนด้วยเจตจำนงแห่งความมืด หากใช้เวทปะทะโดยตรง มีแต่จะทำให้มันดูดซับพลังแล้วขยายใหญ่ขึ้นเท่านั้น!* "ลูซิอาน อย่าใช้เพลิงคราม! เปลี่ยนเป็นเกราะสะท้อนความถี่ต่ำเจ็ดชั้น ทางทิศสิบเอ็ดนาฬิกา จุดอ่อนของโครงสร้างเวทตรงนั้นกำลังสั่นพ้อง!" เซเรนตะโกนสั่ง เสียงของเธอนิ่งสนิทและเฉียบคมท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ ลูซิอานชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาสีเทาเข้มหันกลับมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลังเลระคนทึ่ง แต่ร่างกายกลับขยับไปตามคำสั่งโดยอัตโนมัติ เขาพลิกข้อมือ เปลวเพลิงสีครามถูกบีบอัดจนกลายเป็นแผ่นโลหะเวทมนตร์ใสแจ๋วซ้อนทับกันเจ็ดชั้น พุ่งกระแทกเข้าใส่จุดที่เซเรนระบุอย่างแม่นยำราوจับวาง *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดกัมปนาทสะท้อนก้อง แรงอัดมหาศาลซัดพวกเธอจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง เซเรนหลังกระแทกเข้ากับเสาหินอย่างจังจนจุกเสียดไปหมด แต่เธอยังคงพยายามยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ควันพิษสีดำที่เคยคุกคามเบื้องหน้าสลายตัวลงไปชั่วขณะ เปิดช่องว่างให้พวกเธอได้หายใจ ทว่ายังไม่ทันที่ความโล่งอกจะทันได้แผ่ซ่าน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง *ตึง... ตึง... ตึง...* ไม่ใช่เสียงของสัตว์ประหลาดเงา แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่ก้าวเข้ามาอย่างใจเย็น ท่ามกลางบรรยากาศที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดนี้ กลับมีบุคคลที่สามปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เงาร่างโปร่งในชุดคลุมศาสตราจารย์สีเทาเข้มก้าวพ้นม่านหมอกออกมา ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซีกฮู้ดบังไว้ แต่มุมปากที่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยนั้นเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจที่กดขี่จนอากาศรอบตัวหนักอึ้ง "ช่างเป็นทฤษฎีที่น่าประทับใจเสียจริง... ศาสตราจารย์ฝึกหัดเซเรน" เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยเอ่ยขึ้น ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีเงินยาวสลวยก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากพวกเขาเพียงไม่กี่ก้าว ศาสตราจารย์ "คาร์ล" ผู้ทรงอิทธิพลแห่งสภาเวทมนตร์ ศิษย์เอกที่เคยแย่งชิงทุกอย่างไปจากตระกูลของลูซิอาน และเป็นคนที่ควรจะอยู่ในการประชุมสภาที่หอคอยใหญ่เวลานี้ ไม่ใช่มาซุ่มซ่อนอยู่ ณ ดินแดนต้องห้ามแห่งนี้ "แก..." ลูซิอานคำรามในลำคอ ดวงตาสีเทาสั่นระริกด้วยความโกรธแค้นจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ "เป็นฝีมือแกงั้นเหรอ... คนที่ทำลายผนึก เพื่อเปิดทางให้บรรพบุรุษผู้ถูกลืมตื่นขึ้นมา!" คาร์ลหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "ทำลายเหรอ? ไม่หريكarlos ลูซิอานน้อย... ฉันแค่ 'ปลดปล่อย' สิ่งที่ควรจะกลับมาเป็นเจ้าของที่แท้จริงต่างหาก โลกใบนี้เน่าเฟะเกินกว่าจะเยียวยาด้วยกฎเกณฑ์คร่ำครึของพวกเธอ การรวบรวมเบาะแสของพวกเธอมันน่ารำคาญเสียจนฉันต้องออกโรงมาตัดวงจรด้วยตัวเองนี่แหละ" เซเรนกัดฟันกรวด เธอใช้มือข้างหนึ่งยันเสาหินไว้เพื่อพยุงร่างที่สั่นเทา สมองวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว ปมปริศนาทั้งหมดเริ่มต่อจิ๊กซอว์เข้าหากัน การขัดขวางการสืบสวน การรั่วไหลของข้อมูลลับระดับ SSS และการที่ผนึกถูกทำลายอย่างแม่นยำ ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... มีหนอนบ่อนไส้อยู่ในสภาเวทมนตร์ และตัวการใหญ่ก็ยืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว "คุณรู้เรื่องการสืบสวนของเรามาโดยตลอด..." เซเรนเปล่งเสียงลอดไรฟัน สายตาจ้องมองตรงไปยังนัยน์ตาคู่คมสีฟ้าอมเทาของคาร์ล "เพราะคุณคือคนที่คอยส่งข่าวให้กลุ่มเงาทมิฬ และพยายามกำจัดเราตั้งแต่วันแรกที่ห้องทดลองเกิดเหตุระเบิด!" "ฉลาดสมกับที่เป็นเด็กปั้นของตาแก่คนนั้น..." คาร์ลยิ้มรับอย่างไม่สะทกสะท้าน เขายกมือขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวปรากฏลูกแก้วเวทมนตร์สีดำสนิทที่หมุนวนด้วยพลังงานทำลายล้างสูง "น่าเสียดายจริงๆ ที่ความฉลาดมักจะมาพร้อมกับอายุที่สั้นเสมอ... ลาก่อนนะ ศาสตราจารย์เซเรน" ทันทีที่ปลายนิ้วของคาร์ลดีดออกไป ลูกแก้วมรณะพุ่งแหวกอากาศเข้ามาหาพวกเธอด้วยความเร็วแสง เกราะเวทมนตร์ที่ลูซิอานเพิ่งสร้างขึ้นยังไม่ทันได้ตั้งตัว ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของพวกเขากลับยุบตัวลงอย่างกะทันหัน เสียงกรีดร้องของหินผาและแรงดึงดูดมหาศาลดึงร่างของเซเรนและลูซิอานดิ่งลงสู่ความมืดเบื้องล่าง ร่างของทั้งคู่ร่วงหล่นลงไปในเหวลึกที่ไม่มีแม้แต่ก้นบึ้ง ขณะที่เสียงหัวเราะเยือกเย็นของคาร์ลยังคงก้องสะท้อนตามหลังมา [ตรวจพบการหลุดรอดจากเขตปลอดภัย] [เงื่อนไขลับถูกกระตุ้น: เส้นทางสู่ "ห้องสมุดต้องห้ามแห่งปฐพี" เปิดออกแล้ว] [คำเตือนสุดท้าย: สิ่งที่รออยู่เบื้องล่าง ไม่ใช่ความตาย... แต่คือความจริงที่คุณไม่มีวันลืม] ก่อนที่สติทั้งหมดจะดับวูบลงในความมืดมิด เซเรนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากมือของใครบางคนที่เอื้อมมาคว้ามือเธอไว้แน่น ท่ามกลางเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากความว่างเปล่าข้างหู—เสียงที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต... *ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ผู้สืบทอดแห่งพันธสัญญาที่แท้จริง* --- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - แอสทริดธาตุมนต์ -
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%