ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต•ตอนที่ 12

กับดักลวงตา

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
“นายกำลังก้าวพลาด ลูซิอาน... ทางนั้นไม่ใช่ทางออก” เสียงของเซเรนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดของผนังหินสีดำสนิท ไอร้อนระอุที่ลอยอวลอยู่ในเขาวงกตใต้ดินระดับ SSS นี้ไม่ได้ทำให้เหงื่อกาฬไหลซึมเท่ากับแรงกดดันทางจิตวิทยาที่กำลังบีบขยี้ขั้วหัวใจของพวกเขาที2 ละน้อย หลังจากหน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงของระบบแจ้งเตือนระดับ SSS ได้ประกาศก้องถึงการปลดล็อกผนึกโบราณไปแล้ว 32% พื้นที่รอบตัวพวกเขาก็บิดเบี้ยวกลายเป็นเขาวงกตกระจกเงาขนาดยักษ์ ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไปบนพื้นศิลาไม่ได้สะท้อนเพียงเงาร่างของมนุษย์ แต่มันกำลังสะท้อน “ภาพอดีต” และ “ปมด้อย” ที่ลึกที่สุดในจิตใต้สำนึกของแต่ละคนออกมาเป็นรูปร่าง ลูซิอานหยุดชะงัก ฝ่ามือที่ถือคทาเวทมนตร์สั่นเทาเล็กน้อย—อาการที่ชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและถือดีเช่นเขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน นัยน์ตาคมกริบมองตรงไปยังเงาสะท้อนตรงหน้า ภาพของห้องโถงตระกูลเวทมนตร์อันยิ่งใหญ่ที่กำลังลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีคราม ภาพของบิดาผู้ล่วงลับที่หันมามองด้วยสายตาผิดหวัง และเสียงกระซิบเย้ยหยันจากเครือญาติที่ขับไล่เขาออกจากตระกูลเพราะถือว่าเป็น “เศษสวะไร้ค่า” กำลังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท *“แกมันก็แค่ขยะที่เกิดมาเพื่อทำลายชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล... ลูซิอาน กลับไปตายซะ!”* เสียงนั้นก้องกังวานมาจากเงาสะท้อนในกระจก ร่างจำแลงของบิดาในวัยเยาว์ก้าวออกมาจากผิวเงา พร้อมกับดาบเวทมนตร์ที่เง้าง่าหมายปลิดชีพ “หยุดนะ...!” ลูซิอานคำรามในลำคอ พลังเวทสายธาตุไฟระเบิดออกมาจากปลายนิ้วโดยสัญชาตญาณ ความโกรธเกรี้ยวและความเจ็บปวดในอดีตผสานเข้าด้วยกันจนทำให้เปลวเพลิงแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ทว่า ยิ่งเขาโจมตีใส่เงาสะท้อนนั้นมากเท่าไหร่ ร่างจำแลงก็ยิ่งทวีจำนวนมากขึ้นและสะท้อนความผิดพลาดในอดีตของเขากลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบเสียสติ เซเรนหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลสถานการณ์ด้วยความรวดเร็ว แม้รอบตัวเธอจะไม่มีเสียงกรีดร้องหรือเงาของอดีตครอบครัวชนชั้นสูงที่เคยเหยียบย่ำเธอว่า “เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าผู้ไร้พลังเวทสายตรง” ปรากฏขึ้นมาให้เห็นเด่นชัดเหมือนลูซิอาน แต่ทว่า... พื้นเบื้องล่างของเธอกลับกลายเป็นหลุมพรางแห่งความว่างเปล่า ภาพของห้องเรียนทฤษฎีเวทมนตร์ที่เพื่อนร่วมรุ่นหัวเราะเยาะในวันที่เธอนำเสนอวิทยานิพนธ์ชิ้นแรกกำลังหมุนวนอยู่เบื้องล่าง พร้อมกับเสียงก้องกังวานในใจที่คอยกัดกินว่า *‘เธอเป็นเพียงแค่คนนอกที่ไม่มีวันเข้าใจแก่นแท้ของเวทมนตร์’* “นี่มันไม่ใช่เวทมนตร์โจมตีทางกายภาพ... แต่เป็นเขตอาคมสะท้อนจิตใต้สำนึก” เซเรนพึมพำกับตัวเองขณะพยายามควบคุมการหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอ เธอรู้ดีว่าหากปล่อยให้ความรู้สึกด้อยค่านี้ครอบงำ ทั้งเธอและลูซิอานจะต้องติดอยู่ในวังวนนี้จนกว่าจิตใจจะแตกสลายไปตามกฎของเขาวงกต หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไปใกล้ลูซิอานที่กำลังจะระเบิดพลังเวทเฮือกใหญ่ใส่เงาของตัวเอง ซึ่งหากทำเช่นนั้นจริง พลังเวทสะท้อนจะย้อนกลับมาเผาไหม้ร่างของเขาจนมอดไหม้เป็นจุล “ลูซิอาน! ตั้งสติหน่อย!” เซเรนตะโกนแข่งกับเสียงคำรามก้องของภาพลวงตา พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนแกร่งของชายหนุ่มไว้แน่น สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเธอทำให้นัยน์ตาที่แดงก่ำด้วยความโกรธของลูซิอานชะงักกุน “ปล่อยฉัน... เซเรน! แกไม่เข้าใจหรอกว่าฉันต้องแบกรับอะไรมาบ้าง!” ลูซิอานหันมาตวาดเสียงกร้าว นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจันหน้า “ฉันเข้าใจค่ะ...” เซเรนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่มั่น คงอย่างยิ่งยวด นัยน์ตาส่อประกายความเด็ดเดี่ยวในแบบที่ทำให้อีกฝ่ายต้องชะงักงัน “เพราะฉันเองก็ยืนอยู่บนความรู้สึกไร้ค่ามาตลอดชีวิตเหมือนกัน... แต่การจมอยู่กับอดีตที่พวกมันตีตราให้เรา มันก็เท่ากับเราเป็นคนลงมือฆ่าตัวเองซ้ำสองไม่ใช่หรือคะ?” ประโยคเรียบง่ายแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจนั้นทำให้ลูซิอานนิ่งงัด เงาสะท้อนที่เคยส่งเสียงเย้ยหยันเริ่มบิดเบี้ยวและจางลงเมื่อเจ้าตัวเลิกต่อต้านและหันมาเผชิญหน้ากับความจริงในใจ ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะคลายมือที่กำแน่นลง ความมืดมนในนัยน์ตาเริ่มถูกแทนที่ด้วยประกายแห่งความเข้าใจ ทันใดนั้นเอง... พื้นศิลาเบื้องหน้าก็เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ เสียงกลไกโบราณดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีบางสิ่งที่หลับใหลมาเนิ่นนานกำลังพลิกตัวตื่นขึ้น ระบบแจ้งเตือนสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าของทั้งคู่ด้วยตัวอักษรสีแดงฉานที่เต้นระริกอย่างบ้าคลั่ง [ระบบแจ้งเตือนระดับ SSS: ตรวจพบการผ่านบททดสอบจิตใจ 100%] [สถานะผนึกโบราณ: ปลดล็อกถึง 85%...] [คำเตือน: สิ่งที่ถูกกักขังอยู่ใต้ชั้นหินนี้ไม่ใช่ภูตผีหรือสัตว์อสูร... แต่เป็น "ต้นกำเนิด" ของทฤษฎีเวทมนตร์ที่ถูกลบเลือน] พื้นดินใต้เท้าของเซเรนและลูซิอานยุบตัวลงอย่างกะทันหัน ทั้งสองร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ท่ามกลางเสียงหัวอกที่เต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก และก่อนที่ร่างของพวกเขาจะสัมผัสถึงพื้นห้องโถงปริศนาเบื้องล่าง แสงสว่างสีทองอันเจิดจ้าก็สาดส่องทะลุผ่านความมืด พร้อมกับร่างเงาปริศนาของบุคคลที่น่าจะสูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์เวทมนตร์เมื่อพันปีก่อน ที่กำลังก้าวออกมาจากม่านหมอก พร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่เอ่ยทักทายพวกเขาว่า... "ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนบทสุดท้าย... เหล่าผู้สืบทอดที่น่าสมเพชของข้า" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในทุกๆ บททดสอบนะคะ แอสทริดธาตุมนต์สัญญาว่าจะพาไปพบกับความลับที่ระทึกใจยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ไร้ขอบเขต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%