ดีเบตหัวใจให้ตรงกับจังหวะนายวิศวะ•ตอนที่ 9

การง้อในแบบฉบับคนซึน

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
กระดาษโน้ตแผ่นเล็กในมือสั่นเทาเล็กน้อยตามแรงบีบของปลายนิ้ว ข้อความลายมือหวัด ๆ แต่เต็มไปด้วยน้ำหนักที่ตอกย้ำว่าเจ้าของมันไม่ได้เขียนขึ้นด้วยความลวก ๆ ปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงหน้า คีย์ยืนนิ่งอยู่มุมตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ลมเย็นยามเย็นพัดผ่านโครงสร้างเหล็กและคอนกรีต แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาบนใบพัดของหัวใจลดลงเลยแม้แต่น้อย ความลับที่เขาอุตส่าห์เก็บซ่อนไว้ใต้มาดนิ่งและคำพูดกวนประสาทมาตลอดหลายเดือน... บัดนี้มันกำลังจะกลายเป็นหลักฐานมัดตัวที่ดิ้นไม่หลุด "ให้ตายสิ..." เสียงทุ้มต่ำสบถออกมาเบา ๆ พร้อมกับมุมปากที่กระตุกขึ้นอย่างจนปัญญา ภาพของประธานชมรมโต้วาทีสาวฝีปากกล้าอย่างพริมาผุดขึ้นมาในหัว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แฝงแววรู้ทันของเธอยังติดตา ใบหน้าหวานที่มักจะเชิดขึ้นอย่างถือดีเวลาเถียงกันในห้องซ้อมดนตรี ทำให้เขารู้สึกทั้งหมั่นไส้และ... ปั่นป่วนในอกอย่างประหลาด พริมาไม่ควรจะรู้เรื่องนี้ เธอมันก็แค่ยัยตัวแสบที่ชอบเข้ามาปأسกปะทะคารมกับเขาในทุกเรื่อง แต่กระดาษแผ่นนี้กลับบอกว่า เธอกุมจุดอ่อนชิ้นโบว์แดงของมือกีตาร์วงคณะไว้ในกำมือเรียบร้อยแล้ว คีย์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เก็บกระดาษแผ่นนั้นใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตหนังอย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็นของมีค่า ก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆ มุ่งตรงไปยังห้องชมรมโต้วาทีที่ตั้งอยู่ตึกกิจกรรมนักศึกษา ในเมื่อหลบเลี่ยงไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดของคนอย่างคีย์คือการเผชิญหน้า... แม้ว่าข้างในจะปั่นป่วนยิ่งกว่าตอนขึ้นเวทีคอนเสิร์ตครั้งแรกเสียอีก ก๊อก ๆ ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งโดยไม่รอให้คนข้างในอนุญาต คีย์ผลักประตูบานไม้เข้ามาทันที สายตาดุดันกวาดมองไปรอบห้องที่เงียบเชียบ ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่เลยนอกจากร่างเพรียวบางของเจ้าของฉายาฝีปากไร้พ่าย ที่กำลังนั่งไขว่ห้างกอดอกพิงพนักเก้าอี้หมุนด้วยท่าทางสบายอารมณ์ บนตักของเธอมีสมุดโน้ตเล่มหนาเปิดค้างไว้ และข้างกายมีกีตาร์โปร่งตัวเก่งของเขาวางพิงอยู่ พริมาเงยหน้าขึ้นสบตา ปลายคางมนเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัย พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ฉายแววเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด "นึกว่าจะป๊อดแล้วหนีกลับหอไปซะอีกนะ... คุณมือกีตาร์" เสียงหวานใสเอ่ยแซวทันทีที่เห็นหน้าเขา คีย์ปิดประตูลงกลอนเสียงดังคลิก ตั้งใจจะกักขังบรรยากาศตึงเครียดนี้ไว้ระหว่างเขากับเธอเท่านั้น ร่างสูงสาวเท้าเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ กดดันให้คนนั่งอยู่ต้องเงยหน้ามองตาม "เธอต้องการอะไรกันแน่ พริมา" น้ำเสียงของคีย์ทุ้มต่ำและจริงจังจนไม่มีเค้าโครงของความกวนประสาทหลงเหลืออยู่ พริมาไม่สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด เธอยังคงสบตากับเขาตรง ๆ นัยน์ตากลมโตคู่นั้นแพรวพราวด้วยความท้าทาย "ฉันไม่ได้ต้องการอะไรเป็นพิเศษหรอกค่ะ... เอ้ย... หรอกนะ แค่สงสัยว่าทำไมคนปากร้ายอย่างนาย ถึงต้องลงทุนแต่งเพลงสารภาพรักยาวเป็นหน้ากระดาษขนาดนี้แถมยังซ่อนไว้ในกล่องเก็บปิ๊กกีตาร์ของฉันด้วยล่ะ หรือว่า... แอบชอบฉันมานานแล้วแต่ไม่กล้าบอกตรง ๆ เลยต้องใช้วิธีโบราณแบบนี้" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้คีย์ถึงกับชะงัก กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน เขาไม่คิดว่าความซุ่มซ่ามของตัวเองจะทำให้โน้ตเพลงที่ตั้งใจแต่งระบายความรู้สึกในคืนที่ฝนตกหนักหลุดไปอยู่ในมือของคนที่เขาอยากฟอร์มจัดใส่มากที่สุด "ใครบอกว่าฉันชอบเธอ อย่ามโนไปเองน่าพริมา ฉันแค่... ลองแต่งเพลงส่งประกวดต่างหาก" คีย์สวนกลับทันควัน เสียงแข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู พริมาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูหมั่นไส้เสียจนคีย์อยากจะก้มลงไปปิดปากอวดดีนั้นด้วยริมฝีปากของตัวเองซะให้เข็ด "แต่งเพลงส่งประกวด? เพลงอะไรคะที่มีท่อนร้องว่า *'ต่อให้เธอเถียงเก่งแค่ไหน แต่จังหวะหัวใจเธอก็ดันตรงกับฉันอยู่ดี'* แถมโน้ตตัวสุดท้ายยังลงท้ายด้วยคีย์ C ตามชื่อฉันเป๊ะ ๆ อีกต่างหาก นี่ตกลงจะประกวดเวทีไหนเหรอจ๊ะ ถึงได้ใช้ชื่อฉันเป็นคีย์เพลงบอกรักเนี่ย" คีย์พูดไม่ออก เขาเผลอเม้มริมฝีปากแน่น เปลือกตาปิดลงชั่วเสี้ยววินาทีเพื่อตั้งสติกับความพ่ายแพ้ราบคาบครั้งนี้ ให้ตายเถอะ... ยัยนี่ฉลาดเป็นกรดและทันคนเสมอ สมแล้วที่เป็นประธานชมรมโต้วาที ไม่เคยมีช่องโหว่ให้เขาได้เถียงชนะเลยสักครั้ง "โอเค... ยอมรับก็ได้" ในที่สุดคีย์ก็ถอนหายใจออกมาพรวดใหญ่ ยอมทิฐิลงครึ่งหนึ่ง ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งยอง ๆ ให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกับเธอ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่สวยที่ตอนนี้มีความประหลาดใจฉายแวววับขึ้นมาวูบหนึ่ง "ใช่... ฉันแต่งให้เธอ พอใจหรือยัง" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ พริมาที่เคยเตรียมคำพูดรุกไล่ไว้เป็นร้อยประโยค กลับนิ่งค้างไปเมื่อเจอความตรงไปตรงมาแบบไม่ทันตั้งตัวของคนตรงหน้า เลือดในกายของเธอสูบฉีดจนรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้ม "น... นายพูดบ้าอะไรเนี่ย" เสียงหวานเริ่มติดขัด ความมั่นใจเมื่อครู่หายวับไปกับตาเมื่อเจอสายตาคลั่งรักที่ถูกเปิดเผยออกมาอย่างไร้การป้องกันตัวของมือกีตาร์หนุ่ม "ฉันพูดความจริง" คีย์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายนิ้วแทบจะแตะโดนเข่าของเธอ "ปากเธอบอกว่าเกลียดฉัน ปากเธอบอกว่าเราเข้ากันไม่ได้ แต่เวลาที่เธออยู่ใกล้ฉัน หัวใจเธอมันเต้นรัวจนเสียงกีตาร์กลบไม่มิด... รู้ตัวไหมพริมา" "ไอ้... ไอ้คนบ้า ใครหัวใจเต้นแรงใส่กันเลิกมโนเถอะน่า!" พริมาพยายามจะเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความเขินอายที่กำลังระเบิดออกมาเป็นจุล แต่ทว่า... มือหนากลับเอื้อมมาจับปลายคางของเธอไว้แผ่วเบา บังคับให้ใบหน้าหวานหันกลับมาสบตากันตรง ๆ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาทำให้ลมหายใจของพริมาสะดุดกึก สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก "ถ้าไม่เชื่อ..." คีย์เอ่ยเสียงพร่าต่ำ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเว้าวอนและจริงจังอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ลองฟังคำขอโทษในแบบของฉันดูสิ" พูดจบ คีย์ก็เอื้อมมือไปคว้ากีตาร์โปร่งที่วางพิงอยู่ข้างเก้าอี้มาถือไว้ นิ้วเรียวยาวเริ่มดีดสายกีตาร์เป็นทำนองเพลงช้า ๆ ที่คุ้นหู ท่วงทำนองที่ละมุนละไมและอบอุ่น ลอยล่องไปทั่วห้องซ้อมดนตรีที่เงียบงัด เสียงร้องทุ้มนุ่มที่เอื้อnเอ่ยออกมาแผ่วเบาเคล้าคลอไปกับเสียงดนตรี ทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบอย่างไร้การควบคุม พริมานั่งนิ่งค้าง สมองตื้อตันจนลืมวิธีเถียง เธอทำได้เพียงแค่นั่งมองรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากของคนปากร้าย ที่ตอนนี้ยอมถอดเขี้ยวเล็บออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังบรรเลงเพลงรักเพื่อขอโทษเธอด้วยความจริงใจ ทว่า... ในจังหวะที่เสียงกีตาร์กำลังดำเนินไปถึงท่อนฮุกที่หวานซึ้งที่สุด และใบหน้าของทั้งคู่ขยับเข้าใกล้กันจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน เสียงเคาะประตูดังปัง ๆ พร้อมกับลูกบิดที่ถูกบิดเปิดออกกะทันหันก็ทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่ใยดี! "เฮ้ย ไอ้คีย์! อาจารย์เรียกตัวด่วน บอกว่าห้องอัดเสียงมีปัญหา—อุ๊пс!" เสียงโวยวายของเพื่อนร่วมวงที่ผลกประตูเข้ามาเต็มแรงทำเอาทั้งคู่ผละออกจากกันแทบไม่ทัน คีย์หน้าตึงขึ้นมาทันทีด้วยความหงุดหงิด ขณะที่พริมาสะดุ้งสุดตัว หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู รีบก้มหน้าคว้าสมุดมาปิดหน้าตัวเองแทบไม่ทัน คีย์สูดหายใจเข้าลึกระงับอารมณ์กรุ่นโกรธ ก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทที่ยืนทำตาโตอ้าปากค้างอยู่ตรงประตู แล้วหันกลับมาสบตากับคนตัวเล็กที่ยังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของมือกีตาร์หนุ่มอีกครั้ง พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเดิมที่ถูกเลื่อนกลับมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าเธอ "เรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่ครับ ตัวแสบ" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟังจังหวะหัวใจไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงกับจังหวะนายวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%