ดีเบตหัวใจให้ตรงกับจังหวะนายวิศวะ•ตอนที่ 4

โจทย์บังคับที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
“ถ้าสมองส่วนหน้าของคุณยังทำหน้าที่ได้ไม่บกพร่องจนเกินไป คุณน่าจะแยกแยะได้นะครับว่าแฟ้มงานโปรเจกต์วิศวกรรมโยธากับเอกสารร่างญัตโต้วาที มันอยู่คนละกาแล็กซีกัน” เสียงหวานใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดของห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์โซนเงียบสงบ พริมาไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ตในมือด้วยซ้ำ ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะไม้สักเสียงดัง *ก๊อก ๆ* เป็นจังหวะเพื่อเร่งเร้าสติของร่างสูงที่นั่งพิงพนักเก้าอี้ไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม คีย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความกวนประสาทตามสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบใต้กรอบผมสีเข้มมองประธานชมรมโต้วาทีผู้พกความมั่นใจมาเต็มร้อยด้วยแววตาระ100โวลต์ เขายื่นมือไปหยิบกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นมาเปิด เสียง *ฟิ้ว* เบา ๆ ดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นซ่าที่ลอยมาแตะจมูก ก่อนที่เขาจะจิบมันช้า ๆ อย่างไม่รีบร้อน “ปากคอเรานี่มัน... น่าเอาเทปพันไว้สักรอบสองรอบจริง ๆ นะพริมา” คีย์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำติดแหบพร่า “นี่ห้องสมุดคณะผม โปรดให้เกียรติเจ้าถิ่นด้วยการลดเดซิเบลลงหน่อย คุณหนูประธานโต้วาที” “ถ้าวิศวกรอย่างคุณทำงานให้มันเร็วเท่ากับปากที่หาเรื่องคนอื่น ป่านนี้โปรเจกต์บูรณาการข้ามคณะคงเสร็จไปถึงไหนต่อไหนแล้วครับ ไม่ใช่มานั่งดองเค็มจนอาจารย์ที่ปรึกษาโทรตามจิกหัวพวกเราแบบนี้” พริมาตอกกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองเอกสารในมือเขาอย่างเอาเรื่อง วันนี้เธอจำต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง เดินดุ่ม ๆ เข้ามาในถิ่นเสือสิงห์กระทิงเปลี่ยวอย่างคณะวิศวะ ก็เพราะคำสั่งเด็ดขาดจากอาจารย์ผู้คุมวิชา ที่จับคู่ให้ ‘ประธานชมรมโต้วาทีตัวแม่’ มาร่วมสังฆกรรมทำโปรเจกต์วิจัยร่วมกับ ‘มือกีตาร์หน้านิ่งตัวพ่อ’ แห่งภาควิชาโยธา โจทย์บังคับที่ปฏิเสธไม่ได้... และไม่มีทางหนีพ้น “ใครดอง?” คีย์วางกระป๋องน้ำอัดลมลงบนโต๊ะเสียงดังปานกลางจนพริมาต้องสะดุ้ง เขานโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างวางทับบนโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนรัศมีอันตรายบีบให้พริมาต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ “ผมแค่กำลังคิดคำนวณโครงสร้างสถาปัตยกรรมทางเสียงให้มันสอดคล้องกับหลักการโน้มน้าวใจที่คุณเขียนมาเป็นร้อย ๆ หน้า... ซึ่งบอกตรง ๆ นะพริมา อ่านแล้วผมนึกว่าคุณกำลังเขียนบทความส่งศาลโลก ไม่ใช่งานโปรเจกต์มหาลัย” “มันคือตรรกะและความสมเหตุสมผลครับคุณคีย์! ถ้าโครงสร้างของคุณมันแข็งแรง แต่แนวคิดการสื่อสารกับสาธารณชนมันกลวงเปล่า งานมันก็พังไม่เป็นท่าอยู่ดี” พริมาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีหลบแม้แต่น้อย เคมีระหว่างทั้งคู่ระอุขึ้นเรื่อย ๆ จนอากาศรอบตัวคล้ายจะมีประกายไฟแลบแปล๊บ ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมเมื่อต่างฝ่ายต่างจ้องกันอย่างไม่มีใครยอมใคร คีย์มองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ระหว่างความหมั่นไส้กับความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่คอยแต่จะกระชากสติเขาให้หลุดลอยไปทุกทีที่เธอทำหน้าดื้อรั้นแบบนี้ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้า ๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาพริมาเลือดขึ้นหน้า “งั้นพิสูจน์ให้ผมดูหน่อยสิครับ... ว่าปากเก่ง ๆ ของคุณเนี่ย มันจะเก่งเท่ากับฝีมือการทำงานจริงหรือเปล่า” คีย์เลื่อนแฟ้มเอกสารในมือมาตรงหน้าเธอ แรงกระแทกเบา ๆ ทำให้อุปกรณ์การเรียนสั่นไหว พริมากัดริมฝีปากล่างอย่างขัดใจ เธอคว้าแท็บเล็ตของตัวเองมากอดแนบอกไว้ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อกดดันเขากลับด้วยส่วนสูงที่ไม่ค่อยเป็นใจนัก “ได้! แต่ถ้างานนี้ออกมาคะแนนไม่เต็มร้อย เตรียมตัวรับบทลงโทษจากฉันได้เลยคุณวิศวะ” “หึ หึ น่าสนใจดีนี่ครับ...” คีย์หัวเราะในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่ยากจะคาดเดา “แล้วบทลงโทษที่ว่า... คือการให้ผมไปนั่งดีดกีตาร์ร้องเพลงจีบคุณกลางโรงอาหารคณะ หรือว่าต้องยอมให้คุณด่าฟรีสามวันติดล่ะครับ?” พริมาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ เธอถลึงตาใส่เขาอย่างคาดโทษ “เพ้อเจ้อ! กลับมาทำงานต่อได้แล้ว อย่าให้ฉันต้องเปิดฉากดีเบตข้อบกพร่องของคุณให้คนแถวนี้ได้ยินนะ!” ทั้งสองนั่งลงฝั่งตรงข้ามกันอีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกดดันรูปแบบใหม่—ความใกล้ชิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์และกองเอกสารนับร้อยหน้าที่ต้องสะสางให้ทันรุ่งสางของวันพรุ่งนี้ นิ้วเรียวของพริมาจดบันทึกข้อมูลยิก ๆ ขณะที่คีย์ทำหน้าที่คำนวณตัวเลขทางวิศวกรรมสลับกับแอบมองเสี้ยวหน้าหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำงานอย่างลืมตัว เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องสมุดเริ่มส่งเสียงฮัมเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบสงบของยามวิกาล จนกระทั่งปลายนิ้วของทั้งคู่บังคับไปหยิบปากกาแท่งเดียวกันบนกองเอกสารพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย สัมผัสอุ่นจัดของปลายนิ้วที่แตะโดนกันทำให้พริมาสะดุ้งราวกับถูกไฟช็อต เธอดึงมือกลับทันทีราวกับไขลาน ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบกับดวงตาคมกริบของคีย์ที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว ระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ลดลงเหลือเพียงคืบเดียวทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันอย่างชัดเจน หัวใจของพริมาเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุนลงตรงวินาทีนั้นเอง... “เอ่อ... นาย...” พริมาพยายามจะเอ่ยท้วงเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด แต่เสียงทุ้มต่ำของคีย์กลับดังแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและจริงจังจนน่าตกใจ “พริมา...” คีย์เรียกชื่อเธอเบา ๆ ดวงตาคู่คมไม่ได้มีความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา “บางที... เราอาจจะไม่ต้องเถียงกันในทุกเรื่องก็ได้นะ” พริมาเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันไปด้วย สติสัมปชัญญะเตือนให้เธอยถอยห่าง แต่ทว่าร่างกายกลับไม่ยอมทำตามคำสั่ง... *แอ๊ด—!* เสียงประตูห้องสมุดโซนเงียบสงบถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือ และน้ำเสียงห้าวห้วนที่เอ่ยทักขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจาง ๆ ให้แตกกระจายในเสี้ยววินาที “เฮ้ย ไอ้คีย์! อาจารย์ฝากให้กูเอาไอ้นี่มาเพิ่ม... อ้าว... ชิบหาย กูขัดจังหวะอะไรพวกมึงหรือเปล่าเนี่ย?” ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโบยบินอยู่ในจังหวะหัวใจดวงนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงกับจังหวะนายวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%