"ถ้านายยังยืนทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้น ฉันจะถือว่านายยอมจำนนต่อหน้าคณะกรรมการโต้วาทีแล้วนะ, รุ่นพี่กรณ์"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันนิดๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบของห้องซ้อมดนตรีเก่าหลังตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ในยามวิกาล ร่างสูงโปร่งของบุคคลที่สามก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาเต็มตัว แสงไฟนีออนสีส้มสลัวสาดกระทบใบหน้าคมคายและรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเสียจนคนมองอยากจะคว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าสักที
พริมาเบิกตากว้าง หัวใจที่เคยเต้นรัวจังหวะผิดเพี้ยนเพราะการแนบชิดกับอกแกร่งของคีย์เมื่อวินาทีที่แล้ว กลับกระโจนขึ้นมาจุกที่ลำคอด้วยความตื่นตระหนก เธอดันตัวเองออกจากอ้อมแขนของหนุ่มวิศวะมือกีตาร์อย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟลวก สองมือรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางเพื่อเรียกสติและสร้างกำแพงความเย่อหยิ่งขึ้นมาปกป้องตัวเองทันที
"กรณ์..." พริมาครางชื่อนั้นเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
ส่วนคีย์... เจ้าของฉายามือกีตาร์หน้านิ่งผู้เข้าถึงยาก กลับไม่มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อย เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นจางๆ ที่หัวไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับไม่ได้เพิ่งทำเรื่องชวนหัวใจวายใส่ประธานชมรมโต้วาทีเมื่อครู่ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเรียเฉย เย็นชา และเปี่ยมด้วยความรำคาญใจที่ฉายชัดอยู่ลึกๆ
"ใครอนุญาตให้แกเข้ามาในนี้, กรณ์" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ แต่กดต่ำจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ
กรณ์ หัวหน้าชมรมดนตรีสากลและคู่ปรับตัวฉกาจของคีย์ หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายกมือขึ้นกอดอก เดินเอ้อระเหยเข้ามาใกล้พื้นที่ปลอดภัยของทั้งคู่ สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองตั้งแต่ใบพักตร์ตื่นตระหนกเจือความแดงระเรื่อของพริมา ไล่ลงมายังร่างสูงของคีย์ที่ยืนบังเธอไว้ครึ่งตัวราวกับจะปกป้อง
"โอ้โห... พูดจาต้อนรับแขกได้น่ารักสมเป็นไอ้คีย์คนเดิมเลยนะ" กรณ์ยิ้มหยัน "ฉันก็แค่เดินผ่านมาแล้วได้ยินเสียงกีตาร์โปร่งแปลกหู... ปกติคนอย่างนายมันต้องดีดแต่ร็อกหนักๆ หรือเมทัลกระชากวิญญาณนี่นา แต่นี่อะไร ดี In the End แบบละมุนละไมซะจนฉันนึกว่าหูฝาด ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นภาพเด็ด... ประธานพริมาคนเก่ง กำลังอยู่ในอ้อมกอดของมือกีตาร์เลือดร้อน"
"หุบปากไปซะ ถ้าไม่อยากให้กีตาร์ตัวนี้ไปฟาดหน้าแก" คีย์ขู่เสียงลอดไรฟัน มือหนายื่นไปคว้าคอกีตาร์โปร่งที่วางพิงอยู่ข้างตัวขึ้นมาถือไว้ด้วยท่าทางคุกคาม ชัดเจนว่าถ้ากรณ์ยังพูดจาไม่เข้าหูอีกเพียงคำเดียว เขาพร้อมจะใช้มันเป็นอาวุธจริงๆ
พริมาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอก้าวออกมาจากด้านหลังของคีย์ ยืดอกขึ้นเชิดหน้าใส่กรณ์ด้วยมาดของประธานชมรมผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้ว่าหัวใจข้างในจะยังเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะก็ตาม
"พูดจาให้มันระวังหน่อยนะ, รุ่นพี่กรณ์" พริมาสวนกลับด้วยน้ำเสียงคมกริบและเย็นชาไม่แพ้กัน "ฉันกับคีย์... เราแค่มีธุระเรื่องเอกสารงบประมาณของงานมหาวิทยาลัยที่จะถึงนี้ การที่รุ่นพี่เดินละเมอเข้ามาสอดเรื่องชาวบ้านแบบนี้ มันแสดงถึงมารยาทที่ติดลบและไร้คลาสเอามากๆ เลยนะ"
กรณ์เลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้ายิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินคำแก้ตัวที่ดูไม่ค่อยเนียนเท่าไรนัก
"ธุระเรื่องงบประมาณ? ถึงขั้นต้องกอดกันกลมแนบชิดขนาดนั้นเลยเหรอครับ ประธานพริมา?" กรณ์แกล้งลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท "แปลกแฮะ ปกติเห็นเธอถือแฟ้มโต้วาทีไล่ต้อนคนอื่นจนมุม แต่วันนี้กลับจนมุมซะเองในห้องซ้อมมืดๆ กับผู้ชายปากร้ายเนี่ยนะ... น่าสนใจแฮะ ถ้ารุ่นพี่คนอื่นรู้เรื่องนี้เข้า ภาพลักษณ์ 'เจ้าแม่แห่งความเนี๊ยบ' ของเธอจะสั่นคลอนแค่ไหนกันนะ"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนลูกดอกอาบยาพิษที่พุ่งตรงเข้าเป้า พริมาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือเรียวที่กำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองสั่นระริกเล็กน้อยด้วยความโกรธ ปมในใจเรื่องความคาดหวังของครอบครัวและชื่อเสียงที่เธอต้องแบกรับไว้บนบ่ากรีดลึกเข้ามาในความรู้สึก เธอยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีไม่ได้เด็ดขาด—โดยเฉพาะต่อหน้าผู้ชายปากเสียอย่างกรณ์
แต่ก่อนที่พริมาจะทันได้อ้าปากพ่นคำพูดเชือดเฉือนเพื่อตอกกลับให้อีกฝ่ายหงายเงิบ ร่างสูงของคีย์ก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้อีกครั้งอย่างรวดเร็ว
แรงกดดันจากตัวตนของคีย์รุนแรงเสียจนกรณ์ต้องหุบยิ้มลงชั่วขณะ ดวงตาคมกริบของมือกีตาร์หนุ่มจ้องมองผู้มาใหม่เขม็ง แววตาคู่นั้นไม่ได้มีร่องรอยของความกลัวเลยสักนิด มีเพียงความเดือดดาลที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งเฉย
"อยากลองดีเหรอ, กรณ์" คีย์เอ่ยเสียงต่ำ ทุ้มลึก และเต็มไปด้วยอันตราย "ถ้าแกกล้าเอาเรื่องนี้ไปพูดพล่ามส่งเดชแม้แต่คำเดียว ฉันนี่แหละจะทำให้แกไม่มีหน้าไปยืนเล่นดนตรีบนเวทีไหนในมหาลัยนี้อีกเลย... เชื่อมือฉันเถอะว่าฉันทำแน่"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องซ้อมดนตรีชั่วขณะ บรรยากาศตึงเครียดเสียจนพริมายังต้องกลั้นหายใจ เธอเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังเธอไว้ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตี Woven เข้ามาในอก—ผู้ชายคนนี้ ปากก็บอกว่าเกลียดเธอนักหนา ปากร้ายใส่เธอสารพัด แต่ทุกครั้งที่เธอตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน หรือมีใครมารังแก เขากลับเป็นคนแรกที่ก้าวออกมารับหน้าแทนเสมอ
กรณ์จ้องตากับคีย์อยู่หลายวินาที ก่อนที่มุมปากของเขาจะกระตุกยิ้มหยันออกมาอีกครั้ง แม้จะเกรงรัศมีน่ากลัวของคีย์อยู่บ้าง แต่คนอย่างกรณ์ก็ไม่เคยยอมแพ้ใครง่ายๆ
"โอ Tkay... โหดจังวะ แค่แซวเล่นนิดๆ หน่อยๆ เอง" กรณ์ยกมือขึ้นสองข้างยอมจำนนจำยอมเชิงสัญลักษณ์ "ก็ได้ๆ ฉันจะถือว่าตาฝาดไปก็แล้วกัน... แต่ก็นะ, ระวังตัวกันหน่อยก็ดี ห้องซ้อมนี้มันไม่ได้เก็บความลับดีอย่างที่คิดหรอกนะ โดยเฉพาะเรื่องของ 'หัวใจ' เนี่ย"
พูดจบ กรณ์ก็หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไปจากห้อง ปล่อยให้ประตูเปิดทิ้งไว้รับลมเย็นยามค่ำคืน เสียงฝีเท้าของเขากลืนหายไปกับความเงียบของทางเดิน เหลือไว้เพียงความอึดอัดและแรงกระเพื่อมระลอกใหญ่ในความรู้สึกของคนทั้งคู่
พริมายืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือเรียวยกขึ้นแตะหน้าอกข้างซ้ายที่ยังคงเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองมาตลอด บัดนี้มีรอยร้าวขนาดใหญ่เกิดขึ้นแล้ว และต้นเหตุของรอยร้าวนั้นก็ยืนอยู่ตรงหน้าเธอห่างออกไปไม่ถึงก้าว
คีย์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิด เขาวางกีตาร์โปร่งกลับลงบนขาตั้งอย่างแรง ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบมองพริมาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ทั้งดุ ทั้งหงุดหงิด และ... ซ่อนความห่วงใยไว้ลึกซึ้งเกินกว่าที่เจ้าตัวจะยอมรับ
"ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะ? หรือยังช็อกที่โดนเห็นสภาพเมื่อกี้" คีย์เปิดฉากด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามเคย เพื่อกลบเกลื่อนความอึดอัดในบรรยากาศ
พริมาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา เธอเชิดหน้าขึ้น ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นประธานชมรมโต้วาทีผู้ไร้เทียมทานทันที แม้ว่าแก้มทั้งสองข้างจะยังคงมีร่องรอยความเขินอายจางๆ หลงเหลืออยู่ก็ตาม
"ใครช็อกกัน! นายต่างหากที่ทำตัวรุ่มร่ามก่อนเองนะ, คีย์" พริมาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเชือดเฉือนพยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "แล้วก็... ขอบคุณ... เอえ—หมายถึง ขอบคุณที่ช่วยจัดการไอ้รุ่นพี่นั่นให้ ไม่งั้นฉันคงต้องเสียเวลาเถียงกับคนไรมารยาทจนเช้าแน่ๆ"
คีย์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าขอบคุณจากปากของหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคมมองสำรวจใบหน้าเนียนที่พยายามทำเป็นเก่งของเธอ ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างคาดไม่ถึง
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ..." คีย์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนพริมาต้องเผลอถอยหลังไปชนกับผนังห้องเย็นๆ ด้านหลังโดยอัตโนมัติ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธออย่างชัดเจน "แต่ถ้าวันหลังอยากให้ฉัน 'ช่วย' แบบนี้อีก... บอกกันดีๆ ก็ได้นะ ประธานพริมา"
พริมาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบเป็นศูนย์ กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกับกลิ่นจางๆ ของไม้กیتาร์และบุคลิกดิบเซอร์ของเขาลอยวนอยู่รอบตัว สร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้สมองเธอล่องลอยจนคิดคำโต้เถียงไม่ออก
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและหัวใจของทั้งคู่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง—
*กริ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของพริมาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบอย่างไม่รู้กาลเทศะ พริมาสะดุ้งสุดตัว รีบเบือนหน้าหนีและใช้มือผลักอกแกร่งของคีย์ให้ออกห่าง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความตกใจ
หน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือนจากกลุ่มแชทคณะกรรมการนักศึกษา และข้อความสั้นๆ จากใครบางคนที่ส่งตรงเข้ามาส่วนตัว...
*[ข้อความจาก:กรณ์]*
*"ลืมบอกไป... ฉันเห็นแฟ้มเอกสารลับของชมรมโต้วาทีที่เธอทำตกไว้ตรงเก้าอี้หน้าห้องซ้อมนะ ประธานพริมา... พรุ่งนี้เช้า คงได้เห็นเรื่องสนุกกันแน่"*
พริมาอ่านข้อความนั้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าถอดสีลงทันทีจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน
คีย์ที่ยืนมองปฏิกิริยาของเธออยู่ขมวดคิ้วมุ่นทันที เขายื่นมือไปคว้าโทรศัพท์ในมือเธอมาอ่านข้อความบนหน้าจออย่างรวดเร็ว และเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวหนังสือเหล่านั้น ใบหน้าคมคายที่เคยเรียเฉยก็แปรเปลี่ยนเป็นความมืดมนและเยียบเย็นในพริบตา
บรรยากาศในห้องซ้อมดนตรีเปลี่ยนจากความหวานชวนจิกหมอน กลายเป็นความตึงเครียดระอุที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ...
—ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองหัวใจบทนี้ด้วยกันนะครับ—
ดีเบตหัวใจให้ตรงกับจังหวะนายวิศวะ•ตอนที่ 3
เมื่อกำแพงน้ำแข็งเริ่มร้าว
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงกับจังหวะนายวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!