ดีเบตหัวใจให้ตรงกับจังหวะนายวิศวะ•ตอนที่ 13

ความสับสนของคนปากแข็ง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
“เรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่ เตรียมหาข้อโต้แย้งดีๆ ไว้รอฉันได้เลย พริมา” ประโยคทิ้งท้ายที่ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าเจ้าของเสียงจะเดินลับหายเข้าไปในห้องซ้อมดนตรีหลังตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์นานร่วมสัปดาห์แล้วก็ตาม พริมายืนกอดอกแน่น สายตาคมกริบมองลอดผ่านกระจกใสบานใหญ่เข้าไปด้านใน ที่ซึ่งร่างสูงโปรดของ ‘คีย์’ กำลังนั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้สตูล ตัวกีตาร์โปร่งสีไม้เมเปิ้ลแนบชิดกับอกแกร่ง นิ้วเรียวยาวกำลังเกาทำนองเพลงที่ฟังดูก็รู้ว่าตั้งใจแต่งขึ้นเพื่อเยาะเย้ยเธอโดยเฉพาะ ให้ตายสิ... ผู้ชายอะไร ปากเสียเป็นที่สุด! ประธานชมรมโต้วาทีอย่างเธอไม่เคยยอมจำนนให้ใคร ไม่ว่าจะเป็นการโต้ทีสิสระดับประเทศ หรือการปะทะฝีปากกับคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย พริมาฟาดฟันจนคู่สนทนาต้องก้มหน้าหนีมานักต่อนัก แต่ทำไม... กับนายวิศวะหัวเกรียนคนนี้ เธอกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่นักเรียนอนุบาลที่กำลังยืนเถียงกับผู้ใหญ่ที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู ก๊อกๆ! เสียงเคาะกระจกเบาๆ ทำให้คนที่กำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิดสะดุ้งเล็กน้อย คีย์เงยหน้าขึ้นจากฟิงเกอร์บอร์ด ดวงตาสีนิลคมกริบมองตรงมาที่เธอผ่านกระจกใส แววตานั้นไม่มีความกวนประสาทเหมือนทุกครั้งที่ปะทะคารมกัน แต่กลับมีความนิ่งสงบ... นิ่งจนน่ากลัว และลึกซึ้งจนพริมาต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน มือหนาวางกีตาร์ลงบนขาตั้งอย่างทะนุถนอม ก่อนที่ขายาวๆ จะก้าวมาเปิดประตูห้องซ้อมให้กว้างขึ้น “ยืนทำหน้ายุ่งเป็นยายแก่หน้าตึกคณะฉันแบบนั้น กลัวคนอื่นไม่รู้เหรอว่ากำลังคิดถึงฉันอยู่” น้ำเสียงกวนประสาทเอ่ยขึ้นทันทีที่บานประตูเปิดออก คีย์พิงไหล่หนากับกรอบประตู กอดอกมองเธอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่พริมาอยากจะยกมือขึ้นไปฟาดสักทีให้หายหมั่นไส้ “หลงตัวเองไปหน่อยไหม ศาสตราจารย์คีย์” พริมาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วสูงใส่ “ฉันแค่ผ่านมาตรวจความเรียบร้อยของตึกกิจกรรม ไม่ได้ว่างมาเดินเพ้อเจ้อแถวถิ่นวิศวะหรอกนะ” “อ๋อเหรอ...” คีย์ลากเสียงยาวในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำเอาพริมาต้องรีบขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าว “แล้วที่ยืนกัดริมฝีปากตัวเองจนแดงก่ำตั้งแต่หนาวตึกยันหน้าห้องเนี่ย... เรียกว่าตรวจความเรียบร้อย หรือเรียกว่ากำลังใช้สมองอันน้อยนิดคิดข้ออแก้ตัวเรื่องวันก่อนกันแน่ครับ ประธานพริมา” “ฉันไม่ได้แก้ตัว และสมองฉันก็ใช้งานได้ดีกว่านายที่เป็นโรคภูมิแพ้ความจริงก็แล้วกัน!” พริมาสวนกลับทันควัน ไดอะล็อกคมกริบถูกงัดออกมาใช้เพื่อปกปิดจังหวะหัวใจที่เริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อเขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ “ถอยไปนะ นายจะยืนขวางทางเดินทำไม” “ก็ไม่ได้ขวาง...” คีย์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของสบู่ผสมกับกลิ่นอายแดดอ่อนๆ ลอยเข้า แตะจมูก ทำให้พริมาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว “แค่จะถามว่า... ที่บอกว่าเรื่องของเรายังไม่จบเนี่ย หมายถึงเรื่องการบ้านฟิสิกส์ หรือเรื่องที่เธอแอบมองฉันตอนเล่นกีตาร์เมื่อกี้กันแน่” “นาย! นายนี่มัน...” พริมาหน้าแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะเขิน แต่เป็นเพราะความโกรธ (ที่เธอพยายามหลอกตัวเองว่าเป็นความโกรธ) ที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า “ใครมองนาย! อย่ามามโนนะคีย์ ฉันแค่จะมาทòiเรื่องเอกสารงบประมาณชมรมต่างหาก!” “ปากแข็งจริงนะเรา” เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นเบาหวิวกว่าทุกครั้ง แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนน่าใจหาย คีย์ยื่นมือออกมาราวกับจะปัดปอยผมที่ปลิวมาปรกลงข้างแก้มเนียนของเธอ แต่พริมากลับผถะตัวหนีอย่างรวดเร็วกราวกับโดนไฟช็อต พรึบ! “อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ” พริมาถอยหลังไปชนกับผนังห้องซ้อมอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงของคีย์ตามมาประชิดได้อย่างรวดเร็ว เขายกมือขึ้นข้างหนึ่งยันกับผนังห้อง กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างจำยอม ดวงตาคมกริบก้มลงมองสบตาเธอนิ่ง ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้ใกล้เสียจนพริมาได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง และ... เสียงหัวใจที่เต้นโครมครามราวกับมีใครมารัวกลองชุดอยู่ข้างในอก ทำไมเขาต้องเข้ามาใกล้ขนาดนี้ด้วย... ทำไมสายตาของเขาถึงมีพลังทำลายล้างความเก่งกาจของเธอได้ราบคาบขนาดนี้ “กลัวอะไรหึงเหรอ พริมา” คีย์กระซิบแผ่วเบา ชิดริมใบหูของเธอจนขนลุกซู่ ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่พยายามสร้างกำแพงเหล็กมาตลอดสิบเก้าปี “ฉัน... ฉันไม่ได้กลัว แล้วก็ไม่ได้...” พริมาพยายามจะเถียงต่อ แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อคีย์ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มใสไปเพียงนิดเดียว ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ ไม่มีเสียงทะเลาะ ไม่มีคำพูดเชือดเฉือน มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันในจังหวะแปลกประหลาด คีย์ไม่ได้รุกรานเธอมากกว่านั้น เขานิ่งมองดวงตากลมโตที่ฉายแววสับสนอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความเยาะเย้ย มีเพียงความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ลึกๆ จนพริมาเกือบจะละลายไปกับความอบอุ่นนั้น “ถ้าปากแข็งนัก...” คีย์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยได้รูปขยับเข้าใกล้เรียวปากอิ่มของเธอจนแทบจะแนบชิด “งั้นเดี๋ยวฉันจะช่วยสอนวิธีพูดความจริงให้เธอฟังใหม่... แบบตัวต่อตัว” พริมาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบด้วยความตื่นตระหนกและหวั่นไหวในคราวเดียวกัน เธอเงยหน้าขึ้นเตรียมจะอ้าปากด่ากราดเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่า... แกร๊ก! เสียงเปิดประตูห้องซ้อมฝั่งด้านหลังดังแทรกขึ้น พร้อมกับร่างของ ‘กรณ์’ เพื่อนสนิทในชมรมดนตรีที่เดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาอย่างไร้จังหวะเวลา พร้อมกับเอ่ยเสียงดังลั่นห้อง “ไอ้คีย์! มึงเห็นสมุดโน้ตเพลงที่กูวางไว้... เฮ้ย! กูขอโทษ กูไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะพวกมึง!” (โปรดติดตามตอนต่อไป) *** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสจังหวะหัวใจบทนี้ด้วยกันนะครับ ขอให้เป็นวันที่เสียงเพลงโอบกอดหัวใจทุกคนไว้นะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงกับจังหวะนายวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%