ดีเบตหัวใจให้ตรงกับจังหวะนายวิศวะ•ตอนที่ 12

สายตาที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ถ้าแกสองคนยังมองตากันหวานเยิ้มขนาดนี้ ฉันแนะนำให้ไปจดทะเบียนสมรสกันที่เขตเลยดีกว่านะ... ประธานพริมา" เสียงแซวของ 'ข้าวโอ่ง' เพื่อนสนิทสายฮาประจำชมรมโต้วาทีดังลั่นห้องพักรับรอง หลังม่านเวทีงานมหาวิทยาลัยที่เพิ่งปิดฉากลงหมาดๆ เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากสมาชิกคนอื่นๆ ในชมรมที่กำลังช่วยกันเก็บอุปกรณ์ เสียงหัวเราะเหล่านั้นไม่ได้เบาเลย และมันพอดิบพอดีที่จะทำให้คนที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องถึงกับชะงัก พริมาสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบดึงสายตาออกจากร่างสูงของหนุ่มวิศวะที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าหวานที่ปกติมักจะเชิดขึ้นด้วยความถือดี ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ หญิงสาวหันขวับไปค้อนใส่เพื่อนสนิททันที "พูดมากน่าข้าวโอ่ง อยากโดนฉันลับฝีปากกลางที่ประชุมใหญ่รอบหน้าหรือไง" พริมาแสร้งทำเป็นเสียงเข้ม เพื่อกลบเกลื่อนความรวนเรในอกที่มันเต้นผิดจังหวะไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ "อุ๊ย กลัวจังเลยจ้า แต่สายตากรรมการสมาพันธ์โต้วาทีอย่างแกเมื่อกี้ มันฟ้องยิ่งกว่าคำพิพากษาศาลฎีกาอีกนะยะ ใครๆ เขาก็เห็นกันหมดว่าประธานคนเก่งของเรายอมอ่อนข้อให้มือกีตาร์วิศวะคนนี้เป็นกรณีพิเศษ" ข้าวโอ่งยังคงลอยหน้าลอยตาแซวต่อ ไม่มีความเกรงกลัวอำนาจมืดของประธานชมรมเลยสักนิด พริมาเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวขึ้นมาจริงๆ เมื่อสมองดันทรยศหักหลัง ย้อนภาพเหตุการณ์บนเวทีเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ตอนที่ไมโครโฟนเกิดเสียงหอนหวีดจนเธอเสียสมาธิ แล้วจู่ๆ เสียงกีตาร์โปร่งที่คุ้นเคยก็บรรเลงขึ้นมาสดๆ เพื่อประคับประคองจังหวะการพูดของเธอให้ลื่นไหลไปจนจบการดีเบตได้อย่างงดงาม และวินาทีที่เธอลงจากเวที สายตากลุ่มคนดูและเพื่อนร่วมคณะต่างก็หันมามองเป็นตาเดียว พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบแซόที่ดังระงมไปทั่วหอประชุม ในสายตาคนนอก มันคือโมเมนต์โรแมนติกที่หลุดออกมาจากซีรีส์เกาหลี แต่สำหรับพริมา... มันคือภัยคุกคามต่อหัวใจที่เธอพยายามสร้างกำแพงเหล็กกั้นไว้อย่างดีต่างหาก หางตาของเธอลอบเหลือบมองไปยังต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด คีย์ยังคงยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาติดจะเรียบเฉยตามสไตล์ผู้ชายปากร้ายที่โลกส่วนตัวสูงลิ่ว เขาไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านกับเสียงแซวรอบตัวเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วเข้มคู่นั้นมองตรงมาที่พริมา นิ่งสนิท และเดาไม่ออกเลยว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่ "มองอะไร ยัยปากจัด" ในที่สุด เสียงทุ้มต่ำที่เจือความกวนประสาทเล็กๆ ก็เอ่ยขึ้น คีย์ผละออกจากกรอบประตูแล้วสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเขากับพริมาลดลงเรื่อยๆ จนคนรอบข้างเริ่มสังเกตเห็น และเสียงซุบซิบก็เงียบลงทันที เปิดทางให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มตึงเครียดด้วยเคมีบางอย่างที่ชวนให้คนมองต้องลุ้นตาม "ฉันเปล่ามองนายสักหน่อย หูฝตาฝาดไปเองหรือเปล่าพ่อนักดนตรีจำเป็น" พริมาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมกริบราวกับพร้อมจะฟาดฟันทุกคำพูดของเขา "เปล่าฝาด..." คีย์หยุดยืนห่างจากเธอแค่คืบเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อนๆ ลอยเข้าจมูกจนพริมาต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ทีจะได้เห็น "เมื่อกี้เธอมองฉัน... มองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมด้วยซ้ำ" ประโยคนั้นทำเอาพริมาถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกในอก สายตาที่เปลี่ยนไปงั้นเหรอ? เขาหมายความว่าอะไร... หรือเขาจับสังเกตความหวั่นไหวบ้าๆ ในแววตาของเธอได้ตั้งแต่ตอนไหนกัน "อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยคีย์ นายก็แค่อطาสมัครมาช่วยขัดตาทัพแก้ขัดให้ชมรมฉันต่างหาก ไม่มีอะไรมากกว่านั้นหรอก" เธอยังคงรักษากำแพงความปากแข็งไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้ว่ามือเรียวที่ไขว้ไว้ข้างหลังจะจิกเข้าหากันจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อเพื่อระบายความประหม่า คีย์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่จนน่าโมโห "ปากเก่งชะมัด... เวลาเขินแล้วชอบหาเรื่องกลบเกลื่อน เป็นนิสัยประจำตัวของประธานพริมาเขาหรือไง" คีย์กระซิบด้วยเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่ท่าทางโน้มตัวลงมาใกล้ชิดแบบนั้น มันอยู่ในสายตาของทุกคนในห้องพักรับรองเรียบร้อยแล้ว เสียงฮิ้วแซวดังขึ้นอีกระลอกใหญ่จากมุมห้อง ทำให้ข้าวโอ่งและเพื่อนๆ เริ่มทยอยเดินเลี่ยงออกจากห้องไปทีละคน เพื่อเปิดพื้นที่ส่วนตัวให้คนทั้งคู่แบบรู้กัน ทำเอาพริมาอยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด หญิงสาวตวัดสายตาดุๆ ไปไล่หลังเพื่อนสนิท แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากหันกลับมาประจันหน้ากับต้นเหตุที่ยังยืนยันคำเดิมด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ร้ายกาจที่สุด "ใครเขินนาย ทุเรศที่สุด!" พริมาแหวใส่เสียงเบา หน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ขัดกับคำปฏิเสธโดยสิ้นเชิง "ก็หน้าเธอมันฟ้อง ยิ่งกว่าตอนที่เธอใช้เหตุผลหักล้างฉันบนเวทีซะอีก" คีย์ยื่นมือหนาออกมาอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวยาวเอื้อมมาปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอออกอย่างเบามมือ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอาพริมายืนแข็งทื่อ ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อตจนสมองขาวโพลนไปหมด "พูดเก่งทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องหัวใจตัวเองสินะ... พริมา" หัวใจของเธอกระหน่ำรัวยิ่งกว่าเสียงกลองชุดในห้องซ้อมดนตรี สมองอื้ออึงจนไม่สามารถสรรหาคำพูดไหนมาเถียงเขาได้ทัน ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด และระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น... *แอ๊ด—!* ประตูห้องพักรับรองถูกผลักเปิดออกกะทันหันโดยฝีมือใครบางคน พร้อมกับเสียงใสๆ ของรุ่นน้องปีหนึ่งที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาขัดจังหวะ "พี่พริมาคะ! แย่แล้วค่ะ! อาจารย์ที่ปรึกษาเรียกประชุมด่วนที่ห้องคณะตอนนี้เลยค่ะ บอกว่ามีเรื่องด่วนเกี่ยวกับงบประมาณชมรมปีหน้า!" พริมาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบผละถอยหลังออกมาจากรัศมีอ้อมแขนของคีย์ทันที จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่อย่างลนลาน ขณะที่คีย์ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างขัดใจ ดวงตาคมกริบตวัดมองรุ่นน้องที่เข้ามาขัดจังหวะด้วยสายตาพิฆาต จนเด็กปีหนึ่งถึงกับหดคอด้วยความกลัว พริมาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา หญิงสาวหันไปมองหน้าคีย์ที่ยังคงยืนกอดอกมองเธอด้วยแววตาซับซ้อน ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "ฉัน... ฉันต้องไปประชุมก่อน" เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินพ้นประตู แต่ข้อมือเรียวกลับถูกมือหนาคว้าเอาไว้เสียก่อน รั้งให้เธอนิ่งค้างอยู่กับที่ คีย์ก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและจริงจังจนขนลุกซู่ "เรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่ เตรียมหาข้อโต้แย้งดีๆ ไว้รอฉันได้เลย พริมา" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโบยบินในจังหวะหัวใจดวงนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงกับจังหวะนายวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%