“เฮ้ย ไอ้คีย์! อาจารย์ฝากให้กูเอาไอ้นี่มาเพิ่ม... อ้าว... ชิบหาย กูขัดจังหวะอะไรพวกมึงหรือเปล่าเนี่ย?”
เสียงทุ้มปนกวนประสาทของ ‘กรณ์’ เพื่อนสนิทสายวิศวะของคีย์ดังแทรกขึ้นมากลางอากาศ พร้อมกับเอกสารกองโตในมือที่ถูกยกขึ้นบังหน้าต่างกับเกราะกำบังชั้นดี ท่ามกลางความเงียบงันที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้องในห้องชมรมโต้วาที
พริมาสะดุ้งสุดตัว ร่างบางที่เกือบจะแนบชิดติดกับแผงอกของคนตัวสูงกว่าเมื่อเสี้ยววินาทีก่อน ดีดตัวผละออกห่างราวกับโดนกระแสไฟแรงสูงช็อต ดวงตาคู่คมตวัดมองคีย์ด้วยความหงุดหงิดปนเคืองระคนกระดากอาย เธอกลืนน้ำลายลงคออึกลึก พยายามดึงสติแล้วยกมือขึ้นจัดเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็ว
“ไม่ต้องทำหน้าเหมือนเห็นผีหรอกน่ากรณ์ มึงเข้ามาถูกจังหวะจะโคนจนกูอยากจะเอาแฟ้มเอกสารฟาดหัวมึงสักทีต่างหาก” คีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยติดจะหงุดหงิดเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความเก้อเขินที่แต้มอยู่บนสันหนาของใบหู
มือหนาเสยผมสีเข้มของตัวเองลวกๆ ก่อนจะหันไปคว้ากองกระดาษรายงานโปรเจกต์บูรณาการร่วมระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะมนุษยศาสตร์จากมือเพื่อนสนิท
“เออๆ กูขอโทษ แค่จะเอาโปรเจกต์ดีเบตหัวข้อ ‘เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกหรือทำลายมนุษยชาติ’ มาให้เซ็นรับทราบตามระเบียบ เห็นเงียบๆ นึกว่าซ้อมรบกันอยู่ ที่ไหนได้... กำลังซ้อมรักกันนี่เอง” กรณ์ยังคงหยอดคำพูดกวนประสาทไม่เลิก พร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์มองสลับระหว่างคีย์กับพริมา
“ถ้ามึงยังไม่อยากเดินออกจากห้องนี้ด้วยสภาพฟันร่วงหมดปาก กรุณาไสหัวออกไปแล้วปิดประตูให้สนิทซะ” คีย์กดเสียงต่ำ ขู่ลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ ขณะที่ดึงแฟ้มเอกสารมากอดไว้แน่น
กรณ์หัวเราะร่วนในลำคออย่างไม่ยี่หล่า “ครับๆ เจ้าชายน้ำแข็งแห่งวิดวะ ไม่กวนละ เชิญพวกท่านเคลียร์ปมในใจกันต่อตามสบาย” ว่าแล้วเจ้าตัวก็หมุนตัวเดินถอยหลังออกไปจากห้อง พร้อมกับปิดประตูลงอย่างเบามือ ทิ้งให้ความเงียบโรยตัวกลับมาครอบคลุมพื้นที่อีกครั้ง
พริมาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ เธอกลับมาตีสีหน้านิ่งเรียบ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามสไตล์ประธานชมรมโต้วาทีผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้ว่าหัวใจดวงน้อยข้างในจะยังเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม
“ไหนล่ะ ข้อตกลงที่นายบอกว่าจะเคลียร์ให้มันจบๆ ไป” พริมาเปิดฉากทวงถาม ทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทแต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน
คีย์หันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกจ้องเขาเขม็ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นจางๆ ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็วแทนที่ด้วยมาดนิ่งขรึมตามเดิม เขาก้าวเดินช้าๆ ไปหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน แล้วตบเบาๆ ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“นั่งลงก่อนสิครับ คุณประธาน... ยืนค้ำหัวกันแบบนี้ ผมสมาธิกระเจิงหมด”
“ฉันไม่ได้มานั่งเล่นเกมกับนายนะคีย์ งานโปรเจกต์นี่มีเวลาอีกแค่สองสัปดาห์ แต่หัวข้อที่เราต้องดีเบตกันมันคนละขั้วโดยสิ้นเชิง นายเลือกฝั่งสนับสนุนเทคโนโลยีสุดโต่ง ส่วนฉันต้องค้านหัวชนฝา แล้วเราต้องมาทำรายงานวิจัยร่วมกันอีก นายคิดบ้าอะไรอยู่ถึงไปรับปากอาจารย์ที่ปรึกษาแบบนั้นฮึ?” พริมาทรรดตัวลงนั่งตามคำเชิญอย่างเสียไม่ได้ แต่แววตากลับจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
คีย์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แขนแกร่งยกขึ้นกอดอก ดวงตาสีนิลคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังยุ่งเหยิงด้วยความหงุดหงิดอย่างพินิจพิเคราะห์ แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความเกรงกลัวเลยสักนิด กลับมีประกายบางอย่างที่บ่งบอกว่าเขากำลังสนุกกับการได้เห็นเธอดิ้นร่าน
“ก็เพราะผมรู้ว่า... ถ้าไม่ใช่คุณมาคานอำนาจ งานนี้มันคงน่าเบื่อเป็นบ้าเลยน่ะสิครับ” คำตอบหน้าตายของคนตรงข้ามทำเอาพริมาเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง
“นายคิดว่านี่คือเรื่องสนุกงั้นเหรอ? เกรดเฉลี่ยของฉัน ผลงานของชมรม และศักดิ์ศรีของประธานโต้วาทีสามปีซ้อนกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายนะคีย์!” พริตตี้สาวตบโต๊ะเบาๆ ด้วยความฉุนเฉียว
“แล้วผมบอกเหรอครับว่ามันเป็นเรื่องเล่นๆ” คีย์ปรับน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอจนพริมาต้องเผลอกลั้นหายใจ “ผมจริงจังมากกว่าที่คุณคิดซะอีก... พริมา”
สรรพนามและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปชั่วขณะทำให้ห้องทั้งห้องราวกับถูกดูดกลืนเสียงรอบข้างจนเงียบสนิท พริมาเม้มปากแน่น หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วกลับทวีจังหวะเร็วขึ้นอีกเมื่อปะทะเข้ากับสายตาคู่นั้น สายตาที่ซ่อนความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อาจคาดเดา
“งั้นก็เอาข้อตกลงมา” พริมาเบนสายตาหนีความกดดันประหลาดนั้น “นายจะแบ่งงานยังไง จะเขียนหัวข้อไหนบ้าง ว่ามาให้หมด”
คีย์หยิบปากกาหมึกซึมด้ามโปรดขึ้นมาหมุนเล่นในมือเรียวยาว ก่อนจะดันกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่งเลื่อนไปตรงหน้าเธอ
“ไม่มีสัญญา ไม่มีการเซ็นชื่อเป็นลายลักษณ์อักษรใดๆ ทั้งสิ้น” คีย์เอ่ยเสียงเรียบ
พริมาขมวดคิ้วมุ่น “นายหมายความว่ายังไง? จะให้ฉันทำงานโดยไม่มีหลักประกันอะไรเลยเนี่ยนะ? เกิดนายเบี้ยวขึ้นมาทำยังไง?”
“ผมไม่เคยผิดคำพูดกับคนที่ผมสนใจ” คีย์สบตาเธอนิ่ง “เราจะใช้ ‘ศักดิ์ศรี’ ของเราสองคนเป็นเดิมพัน ใครทำหน้าที่ในส่วนของตัวเองได้ไม่ดีพอ หรือใครยอมแพ้ก่อน... คนนั้นต้องเป็นฝ่ายทำตามคำสั่งของอีกฝ่ายอย่างไร้เงื่อนไข เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม”
คำว่า *‘คำสั่งอย่างไร้เงื่อนไข เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม’* ทำให้พริมาถึงกับชะงัก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความเสี่ยงมหาศาล แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ปลุกเลือดนักสู้ในตัวเธอให้พลุ่งพล่านขึ้นมา
เธอยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายและดื้อรั้นแบบฉบับของพริมา
“นายแน่ใจนะคีย์ ว่าคนที่จะต้องทำตามคำสั่งฉัน... จะไม่ใช่ตัวนายเอง”
“หึ...” คีย์หลุดหัวเราะในลำคอด้วยความชอบใจ รอยยิ้มมุมปากของเขาฉายแววเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาพริมาต้องรีบตั้งการ์ดป้องกันหัวใจตัวเองทันที “ลองดูสิครับ... ถ้าคุณคิดว่าคุณแน่พอ”
มือบางยื่นออกไปคว้าปากกาจากมือเขามาถือไว้ แม้จะไม่มีลายเซ็นบนกระดาษ แต่สัญญาลับระหว่างคนทั้งสองได้ถูกประทับลงในความรู้สึกเรียบร้อยแล้ว ชัยชนะไม่ได้มีไว้ให้ใครยอมจำนน แต่เป็นสนามประลองที่เดิมพันด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นไหวเกินกว่าจะควบคุม
ทว่า... ในจังหวะที่พริมากำลังจะดึงมือกลับเพื่อประกาศเปิดศึกอย่างเป็นทางการนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับบานประตูห้องที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทอีกครั้งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
“ไอ้คีย์! พริมา! แย่แล้ว... อาจารย์ภาควิชาเรียกพวกเธอสองคนด่วนเลยตอนนี้ เรื่องโปรเจกต์ดีเบต มีปัญหาใหญ่แล้ว!”
เสียงหอบหายใจของกรรมการชมรมอีกคนทำให้ทั้งคู่ต้องผุดลุกขึ้นพร้อมกัน คีย์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อสบตากับพริมาที่หันมามองเขาด้วยความตกใจ ปัญหาใหญ่ที่เพิ่งเริ่มต้นกำลังจะลากพวกเขาทั้งคู่เข้าสู่บททดสอบที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม...
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาส่งกำลังใจให้คอร์ดรักกีตาร์โปร่งเสมอนะครับ
ดีเบตหัวใจให้ตรงกับจังหวะนายวิศวะ•ตอนที่ 6
ข้อตกลงที่ไม่มีลายเซ็น
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงกับจังหวะนายวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!