เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนประสาท•ตอนที่ 11

คำขอบคุณที่ไม่พูดออกมา

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
"ถ้าคุณยังแก้ฟอนต์นี้เป็นครั้งที่สี่ ผมจะถือว่าคุณจงใจก่อวินาศกรรมโปรเจกต์เดอะมอลล์ และผมจะหักเงินเดือนคุณข้อหาทำลายสุขภาพจิตของสถาปนิกครับ มินนี่" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือแววหงุดหงิดจางๆ ดังขึ้นเหนือหัว ทว่ามันไม่ได้ทำให้มินนี่สะดุ้งสะเทือนเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา หญิงสาวซึ่งกำลังฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงานจนแก้มแนบไปกับแผ่นรองเมาส์ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาสีน้ำตาลเข้มบ่งบอกถึงความอ่อนล้าอย่างชัดเจน แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับยังคงแย้มยิ้มหยันได้อย่างน่าหมั่นไส้ หน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างวาบสะท้อนกับขอบตาดำคล้ำของเธอ เที่ยงคืนกว่าแล้ว ทว่าออฟฟิศใจกลางเมืองยังคงเงียบสงัด มีเพียงเสียงแอร์ฮัมเบาๆ กับกลิ่นกาแฟดำเย็นชืดที่วางทิ้งไว้ตั้งแต่หัวค่ำ "คุณคินน์คะ... เอ้ย... คุณคินน์ครับ" มินนี่แก้คำเรียกขานแทบไม่ทัน เมื่อเหลือบไปเห็นสายตาพิฆาตของคนตัวโตที่ยืนกอดอกมองลงมา "ปากนี่หัดพูดดีๆ สักวันมันจะตายไหมคะ... เอ้ย จะตายไหมครับ ประโยคแรกของวันไม่เคยมีคำว่า 'เหนื่อยไหมครับคุณมินนี่' หรือไง" "ถ้างานมันเดิน ผมคงไม่ต้องมาทวงถามหาความรับผิดชอบจากคุณดึกดื่นแบบนี้หรอกครับ" คินน์ถอนหายใจยาว ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ อย่างถือวิสาสะ "แล้วเลิกทำหน้าเหมือนคนวิญญาณหลุดออกจากร่างได้แล้ว เอกสารสรุปแบบแปลนเฟสสองอยู่ไหน ส่งมาให้ผมตรวจเดี๋ยวนี้" มินนี่เบ้หน้า พลางยื่นแฟ้มสีน้ำตาลที่หนาเตอะให้เขาแบบขอไปที "นี่ค่ะ... เอ้ย นี่ครับ เชิญตรวจให้ตาแฉะไปเลย ฉัน... ผมทำเสร็จตั้งแต่สองทุ่มแล้ว แต่เผอิญเกรงใจกลัวคุณจะนอนไม่หลับ เลยกั๊กไว้ให้คุณหงุดหงิดเล่นตอนเที่ยงคืนนี่แหละ" คินน์รับแฟ้มมาเปิดดูผ่านๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวเลขและลายเส้นกราฟิกอย่างรวดเร็ว สมเป็นสถาปนิกจอมเนียบที่ไม่มีวันปล่อยให้รายละเอียดหลุดรอดสายตา แต่มินนี่สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง... นิ้วเรียวยาวที่กำลังพลิกหน้ากระดาษนั้นไม่ได้กดน้ำหนักลงไปด้วยความหงุดหงิดเหมือนทุกที แววตาที่มองตัวเลขบนกระดาษไม่ได้มีประกายความจับผิด มันเป็นความเงียบที่เจือด้วยความระมัดระวัง มินนี่หรี่ตามองผู้ชายตรงหน้า ประเมินจากสภาพของคินน์ในยามนี้... เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนถูกพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เนกไทถูกถอดออกพาดไว้บนพนักเก้าอี้ เม็ดกระดุมเม็ดบนสุดปลดออกเผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อสีแทนจากการทำงานกลางแจ้ง ทั้งหมดนั่นทำให้ความน่ากลัวของ 'ไอ้มนุษย์จอมเผด็จการ' ลดลงไปเกือบครึ่ง เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเหนื่อยล้าไม่แพ้เธอ "มองอะไรครับ หน้าผมมีรอยหมึกติดอยู่หรือไง" คินน์เอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากแฟ้ม เสียงทุ้มนั้นราบเรียบ แต่หูข้างขวาที่ขึ้นสีแดงเรื่อเล็กน้อยไม่สามารถหลบพ้นสายตาช่างสังเกตของกราฟิกสาวจอมดื้อไปได้ "เปล่าค่ะ... แค่กำลังคิดว่า..." มินนี่ลากเสียงยาว จงใจเว้นจังหวะเพื่อแกล้งคนฟอร์มจัด "ถ้าวันหนึ่งคุณคินน์เกิดหัวใจวายตายคาโต๊ะทำงานขึ้นมา พวกเราในบริษัทจะประชุมเพลิงวันไหนดี ระหว่างวันพุธกับวันศุกร์" คินน์ชะงักมือที่กำลังพลิกกระดาษ เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะเสียงดังปัง! จนมินนี่สะดุ้ง ดวงตาสมาร์ทคู่นั้นหันขวับมาจ้องเขม็ง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น "ปากดีนะมินนี่ ถ้าว่างมากจนสมองคิดแต่เรื่องงานศพของผม เอาเวลาไปเช็คโคורด์สีของหน้าสามสิบแปดดีกว่า สีมันเพี้ยนไปจากเรฟเฟอเรนซ์ที่คุณเสนอมาตอนแรกตั้งสามเฉด รู้ตัวบ้างไหมครับ" "อ้าว! ก็คุณเล่นเปลี่ยนบรีฟกะทันหันตอนบ่ายสาม ใครจะไปแก้ทันคะ... แก้ทันครับ!" มินนี่เถียงเสียงแข็ง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อสู้รัศมี แต่เพราะนั่งท่าเดิมมาหลายชั่วโมงทำให้ข้อเท้าพลิกเล็กน้อย ร่างบางเซถลาไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ พรึบ! อ้อมแขนกว้างที่ไวกว่าความคิดคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน แรงดึงทำให้มินนี่พุ่งเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นกระดาษเก่าลอยเข้าแตะจมูก ท่ามกลางความเงียบงันของออฟฟิศยามวิกาล เสียงหัวใจของใครบางคนกำลังเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก มินนี่ค้างนิ่ง มือเล็กข้างหนึ่งทาบอยู่บนอกเสื้อเชิ้ตของเขา สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้า ขณะที่คินน์ก้มมองเธอลงมาด้วยแววตาที่ไหววับชั่วขณะ เป็นประกายความตกใจที่ฉายชัดขึ้นก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยความนิ่งขรึมตามเคย "ซุ่มซ่าม" คินน์เอ่ยเสียงพร่า ประโยคเดิมที่มักใช้ด่าทอ แต่วันนี้... น้ำเสียงนั้นกลับไร้ซึ่งความดุดัน มีเพียงความระมัดระวังราวกับกลัวว่าตุ๊กตาแก้วในอ้อมแขนจะแตกสลาย มินนี่แหงนหน้าขึ้นมอง สบเข้ากับดวงตาคู่คมที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ระยะประชิดนี้ทำให้เธอเพิ่งสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาของเขาเช่นกัน และที่สำคัญกว่านั้น... มือข้างที่โอบเอวเธออยู่ไม่ได้ปล่อยออกทันทีที่เธอยืนทรงตัวได้ แต่มันกลับกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับต้องการยืนยันว่าเธออยู่ตรงนี้จริงๆ "ปล่อยได้แล้วค่ะ... เอ้ย ครับ" มินนี่กระซิบบอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มโดยไม่ต้องอาศัยบลัชออน คินน์เม้มปากแน่น ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ คลายวงแขนออกอย่างไม่เต็มใจนัก เขากระแอมเบาๆ สองสามครั้งเพื่อปรับโทนเสียงให้กลับมาเป็นปกติ แล้วหยิบแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนน้ำแข็งจืดชืดบนโต๊ะขึ้นมาถือ "ผมไม่ได้ตั้งใจจะด่าคุณแรงเกินไปหรอกนะ..." จู่ๆ เสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดลงไปครึ่งหนึ่ง มินนี่กะพริบตาปริบๆ มองหน้าผู้ชายจอมซึนตรงด้วยความประหลาดใจ คินน์หลบสายตาไปมองทางหน้ากระจกใสที่สะท้อนวิวเมืองยามค่ำคืนแทน "...แต่ถ้าคุณยังฝืนนั่งทำงงานจนถึงตีสองติดกันสามวันแบบนี้ งานยังไม่ทันเสร็จ คุณคงได้ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลก่อน โปรเจกต์นี้ถึงคราวพังพินาศพอดี" มินนี่อ้าปากค้างเล็กน้อย เธอมองตามสายตาของเขา แล้วจึงเหลือบไปเห็นบางสิ่งที่วางอยู่ข้างกองเอกสาร... ถุงกระดาษจากร้านโจ๊กชื่อดังที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกล่องยาแก้ปวดไมเกรนที่วางทับอยู่ด้านบน ซึ่งเธอจำได้แน่ว่ามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นตอนหัวค่ำ "อันนั้น..." มินนี่ชี้ "ร้านมันทางผ่านบ้านผม... แค่ซื้อมาเกินแล้วกินไม่หมด" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทราวกับท่องบท แต่หูทั้งสองข้างกลับแดงก่ำลามไปถึงต้นคอ "ถ้าไม่อยากกินก็ทิ้งซะ หรือถ้าไม่อยากตายก็กินซะให้หมดเรื่อง แล้วก็... เลิกทำหน้าโง่แล้วเคลียร์โต๊ะกลับบ้านได้แล้วครับ ผมให้เวลาสิบนาที ไม่งั้นผมจะหักเงินเดือนคุณจริงๆ ด้วย" พูดจบ สถาปนิกหนุ่มก็คว้าแฟ้มงานของตัวเองแล้วเดินจ้ำอ้าวหายเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว ปิดประตูกระแทกเบาๆ ตามนิสัย ทิ้งให้มินนี่ยืนเคว้งอยู่กลางห้อง หญิงสาวก้มลงมองถุงโจ๊กอุ่นๆ ที่ยังส่งไอร้อนจางๆ ออกมา หัวใจที่เคยเหนื่อยล้ามาตลอดทั้งวันกลับพองโตขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ มุมปากบางแย้มยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว ปากร้าย... ใจแข็ง... แต่แอบใส่ใจคนอื่นเป็นที่หนึ่ง มินนี่ส่ายหัวเบาๆ ให้กับความซึนเดระของเจ้านายหนุ่ม ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดกล่องโจ๊ก ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะตักคำแรกเข้าปาก... กริ๊ดดดดด! เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคินน์ที่ลืมวางไว้ แผดเสียงดังลั่นทำลายความเงียบงัดขึ้นมาหน้าตาเฉย บนหน้าจอปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ทำเอามินนี่ชะงักค้าง... 'คุณแม่' และก่อนที่เธอจะทันได้คิดอะไร ประตูห้องทำงานของคินน์ก็เปิดผางออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดของเจ้าตัว ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาพร้อมกับพูดสวนขึ้นทันทีโดยไม่ทันมองว่าเธอยืนอยู่ตรงไหน "มินนี่! ห้ามรับสายเด็ดขาด นั่นไม่ใช่แม่ผม... แต่เป็นแม่คุณที่โทรมาเช็กยอดเงินในบัญชีผมเรื่องค่าใช้จ่ายโปรเจกต์!" --- [มุมมองโครโนสทริกเกอร์]: บทนี้ฟินจิกหมอนแบบเบาๆ กับความปากไม่ตรงกับใจของพระเอกสายซึนของเรานะครับ รี้ดเดอร์ทุกท่านเตรียมตัวรับมือกับความวุ่นวายคูณสองในตอนหน้าได้เลยครับ รับรองว่ามีคนงานเข้าแน่นอน! 😉 ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและคอยสนับสนุนผลงานของโครโนสทริกเกอร์เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%