เสียงกุกกักของแป้นพิมพ์ที่รัวติดต่อกันเป็นจังหวะเหมือนเสียงกลองชุดในผับอินดี้ คือดนตรีประกอบเดียวที่เหลืออยู่บนชั้นสิบห้าของบริษัทสถาปนิกในเวลาเกือบตีสอง
หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ส่องแสงสีฟ้าสะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาของคินน์ เขากำลังใช้ปลายดินสอกดเคาะโต๊ะทำงานเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนตัวเองว่าความอดทนของเขากำลังจะหมดลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
โปรเจกต์รีสอร์ตริมทะเลที่ถูกแก้มาแล้วสามรอบไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับสถาปนิกมือฉกาจอย่างเขา ปัญหาใหญ่จริงๆ กำลังนั่งไขว่ห้างสวมฮู้ดตัวโคร่งอยู่โต๊ะทำงานฝั่งตรงข้าม ต่างหาก
"คุณคินน์คะ... เอ้ย คุณคินน์ครับ" มินนี่สะดุดปากตัวเองเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วเจอสายตาดุๆ ที่มองทะลุผ่านความมืดมา "มองหน้าฉันแบบนี้ หมายความว่าไอเดียเลย์เอาต์แปลนบ้านพักตบะแตกอีกแล้วเหรอครับ"
คินน์ถอนหายใจยาว พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้า เขาดันแว่นขึ้นแล้วจ้องเธอด้วยแววตาคมกริบ "ถ้าคุณยังย้ายสระว่ายน้ำไปไว้หน้าหาดอีกรอบเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจแกล้งสถาปนิกผู้น่าสงเคราะห์คนนี้ และบทลงโทษคือคุณต้องเลี้ยงกาแฟผมยี่สิบแก้วรวด"
"โห เผด็จการชะมัด" มินนี่เบะปากใส่จอคอมพิวเตอร์ของตัวเอง แต่ไม่วายแอบอมยิ้มที่มุมปาก "ก็ลมทะเลมันต้องปะทะหน้าแขกที่เดินออกจากห้องนอนสิคะ... เอ่อ ครับ! ดิฉันหมายถึง 'ครับ' ต่างหากเล่า!"
เธอรีบแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นคินน์หรี่ตามองด้วยความจับผิด ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ นี้กลายเป็นมุกตลกประจำออฟฟิศไปเสียแล้ว ตั้งแต่คืนวันที่พวกเขาต้องอยู่ดึกด้วยกันบ่อยขึ้น บรรยากาศอึมครึมและกฎระเบียบเคร่งครัดที่คินน์เคยสร้างไว้ กลับถูกเจาะรูรั่วทีละนิดด้วยความกวนประสาทแบบไม่มียอมใครของกราฟิกสาวคนนี้
จากเดิมที่เคยต่างคนต่างนั่งเงียบราวกับอยู่คนละโลก ตอนนี้โต๊ะทำงานสองตัวถูกขยับเข้ามาใกล้กันโดยปริยาย ข้าวของบนโต๊ะมีทั้งแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนจืดชืด ขนมปังกรอบที่แชร์กันกินตอนเที่ยงคืน และเสียงบ่นกระปอดกระแปดยamดึกที่กลายเป็นความคุ้นเคยอย่างประหลาด
คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงโปร่งก้าวเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ทำงานของมินนี่ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ปะปนกับกลิ่นกระดาษและกาแฟลอยแตะจมูกจนคินน์ต้องเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกกว่าปกติ
"ขยับไปซิ" เขาเอ่ยเสียงเรียบ
"ยึดพื้นที่อีกแล้วนะคุณ" ถึงจะบ่นแต่1มินนี่ก็ยอมไถเก้าอี้ถอยหลังให้ครึ่งก้าวโดยดี คินน์โน้มตัวลงใช้มือข้างหนึ่งค้ำพนักเก้าอี้ไว้ ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปจับเมาส์บนโต๊ะเพื่อแก้เส้นโค้งของแปลนบ้านให้เข้าที่
ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับไหล่ลาดของเธอนั้นใกล้เสียจนมินนี่ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดอยู่ใกล้ใบหูทำเอาหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะ เธอแอบชำเลืองมองสันจมูกโด่งเป็นสันและคางที่เริ่มมีไรหนวดจางๆ ขึ้นตามกาลเวลาของผู้ชายสายเนี้ยบคนนี้
"มองอะไรครับ หน้าผมมีแปลนรีสอร์ตติดอยู่หรือไง" คินน์ถามโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน
"เปล่า... แค่คิดว่าถ้าคุณเลิกทำหน้ายักษ์แล้วหัดยิ้มกว้างๆ สักที สาวๆ ในตึกนี้คงต่อแถวรอซื้อมือถือให้คุณเป็นกระบุง" มินนี่สวนกลับทันควันเพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดเร่งจังหวะ
คินน์หยุดมือที่กำลังคลิกเมาส์ เขาหันหน้ากลับมามองเธอตรงๆ ดวงตาคมกราบจ้องมองลึกลงไปในดวงตากลมโตของหญิงสาวที่รั้นไม่เคยเปลี่ยน "ผมไม่ได้อยากได้มือถือจากใครหรอกนะ... ถ้าคนคนนั้นไม่ใช่คนที่นั่งเถียงผมอยู่ตอนนี้"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดปุ่มหยุดเวลา ไดอะล็อกคมคายที่เคยใช้ฟาดฟันกันเปลี่ยนเป็นกระแสความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง มินนี่รู้สึกเหมือนปรอทวัดไข้ในร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน เธออ้าปากจะเถียงแต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ ของคินน์เอื้อมมาปัดปอยผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้าของเธอออกให้อย่างเบามือ
สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้โลกทั้งใบเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่ดังแข่งกับเสียงแอร์ในสำนักงาน
"เอ่อ..." มินนี่พยายามจะดึงสติกลับมา เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อยด้วยความเขินอายจนใบหูแดงก่ำ "งาน... งานเสร็จแล้วนี่คะ... เอ้ย ครับ!"
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะกลางดึกที่ทุ้มต่ำและอบอุ่นจนมินนี่ต้องหันกลับมามองด้วยความประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่เธอได้เห็นผู้ชายมาดนิ่งคนนี้หัวเราะออกมาอย่างจริงใจ ไม่ใช่แค่ยิ้มมุมปากแบบเหยียดๆ อย่างเคย
"หัวเราะอะไรเล่า คนยิ่งเขินๆ อยู่" มินนี่บ่นอุบอิบพลันตีแขนเขาเบาๆ แก้เขิน
"เปล่าครับ แค่รู้สึกว่า... การอยู่ดึกแบบนี้ มันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่" คินน์พูดเสียงนุ่ม ดวงตาสื่อความหมายบางอย่างที่ชัดเจนเสียจนมินนี่ต้องรีบเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มกว้างที่ห้ามไม่อยู่
ทว่า ในวินาทีที่ความหวานกำลังโรยตัวปกคลุมทั่วพื้นที่สำนักงาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นก้องโถงทางเดินด้านนอก
*กริ๊ง... แอ๊ด...*
ประตูกระจกบานใหญ่ของออฟฟิศถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารกองโตในมือ และคำพูดที่ทำให้บรรยากาศโรแมนติกเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา
"คุณคินน์ครับ! แย่แล้วครับ ลูกค้าขอเปลี่ยนเรฟเฟอเรนซ์โปรเจกต์ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่หน้ามือเป็นหลังมือเลยครับ!"
คินน์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีด้วยความหงุดหงิด ขณะที่มินนี่สะดุ้งสุดตัวรีบดีดตัวออกจากรัศมีประชิดตัวของสถาปนิกหนุ่มอย่างรวดเร็ว
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาร่วมลุ้นและอมยิ้มไปกับโมเมนต์ละมุนปนฮาของคู่กัดคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนประสาท•ตอนที่ 12
เสียงหัวเราะกลางดึก
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!