เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนประสาท•ตอนที่ 13

อดีตที่ตามมาหลอกหลอน

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
เสียงกระแทกเบาๆ ของแฟ้มโปรเจกต์ลงบนโต๊ะทำงานกระจกนิรภัย ดังชัดเจนพอที่จะดึงสติของคนทั้งคู่ให้กลับมาสู่โลกความเป็นจริง มินนี่สะดุ้งสุดตัว รีบดีดร่างถอยหลังกรูดจนสะโพกไปชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานอีกฝั่ง รอยยิ้มเย้าแหย่เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหม่าที่ฉาบอยู่บนพวงแก้มใส ขณะที่คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด สถาปนิกหนุ่มกวาดสายตาคมกริบมองค้อนไปยังต้นตอของเสียงขัดจังหวะทันที บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ตึงเครียดขึ้นในเสี้ยววินาที "ขอโทษทีครับที่เข้ามาขัดจังหวะสวีท... พอดีผมเห็นประตูไม่ได้ล็อก" น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เจือแววเยาะหยันดังขึ้นจากร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป เรือนผมเซ็ตแต่งทรงอย่างเนี๊ยบและใบหน้าหล่อเหลาที่เคยคุ้นตาดีทุกกระเบียดนิ้ว 'ภาคิน' หรือที่ใครๆ ในวงการสถาปนิกและนักลงทุนรู้จักในนามนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง และที่สำคัญ... เขามีสถานะเป็น 'อดีคนิรันดร์' ที่คินน์ไม่เคยอยากนึกถึง มินนี่กะพริบตาปริบๆ หันซ้ายแลขวาอย่างทำตัวไม่ถูกเมื่อเรดาร์ความเผือกทำงานอัตโนมัติ รังสีออำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของคินน์ในตอนนี้หนาแน่นเสียจนเธอสัมผัสได้ "นายเข้ามาทำไม ภาคิน" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ เย็นเยียบจนน่าขนลุก ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย แววตาสื่อชัดเจนว่าความอดทนของเขากำลังเดินทางมาถึงขีดจำกัด "ที่นี่คือห้องประชุมส่วนตัวของบริษัทเรา ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะที่ใครจะเดินเข้ามาตามใจชอบ" "โห ใจร้ายจังนะคินน์ แค่แวะมาทักทายเพื่อนเก่า... อ้อ หรือต้องเรียกว่าแฟนเก่าดีล่ะ?" ภาคินยิ้มมุมปาก เดินลอยชายเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานเรื่อยๆ สายตาคมกวาดมองสำรวจทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของมินนี่ที่ยืนตัวเกร็งอยู่ข้างโต๊ะ "แล้วนี่... พนักงานใหม่เหรอ? หน้าตาจิ้มลิ้มดีนี่นา ถึงว่าล่ะ ช่วงนี้คินน์ถึงดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ผิดวิสัยคนบ้างานจนเป็นบ้าไปแล้ว" มินนี่เม้มปากแน่น ความรู้สึกอึดอัดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในอก เธอเกลียดสถานการณ์จำยอมแบบนี้เป็นที่สุด ยิ่งเห็นสายตาวิเคราะห์แกมดูถูกที่ภาคินใช้มองเธอกับคินน์สลับกัน เธอก็ยิ่งอยากจะหยิบแฟ้มโปรเจกต์ฟาดหน้าแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้สักที "ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไรเชิญออกไปครับ" คินน์ก้าวเท้าขวางหน้าภาคินไว้ ร่างสูงใหญ่บังมินนี่มิดชิดโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการปกป้องคุ้มครองถูกปลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว "โปรเจกต์นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ และผมคิดว่าเราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีก" "แน่ใจเหรอว่าไม่มี?" ภาคินเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนมุมปาก ดวงตาคมพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย "บริษัทของผมเพิ่งเซ็นสัญญารับเป็นที่ปรึกษาการลงทุนโปรเจกต์มิกซ์ยูสล็อตข้างๆ นี้เองนะคินน์ พูดง่ายๆ ก็คือ... เราต้องทำงานร่วมกันในฐานะพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปล่ะครับ" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงาน คินน์ชะงักกึก กรามขบเข้าหากันจนสันนูนขึ้นมาอย่างชัดเจน ดวงตาคู่นคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธกรุ่น ความกลัวการสูญเสียการควบคุมที่ฝังรากลึกในใจกำลังถูกเขย่าด้วยเงื้อมมือของอดีตที่เขาพยายามหนีมาตลอดชีวิต มินนี่เบิกตากว้าง หันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคินน์ที่ตอนนี้ตึงเครียดจนน่ากลัว เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มือเรียวของสถาปนิกหนุ่มกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน คนๆ นี้เนี่ยนะ... คือคนที่เคยหักหลังความรู้สึกของคินน์ในอดีต? มินนี่สูดลมหายใจเข้าลึก ความรู้สึกหงุดหงิดระคนเห็นใจตีรวนอยู่ในอก แม้เธอจะไม่รู้รายละเอียดลึกซึ้งว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขาสองคน แต่เธอก็รู้ดีว่าคินน์ในตอนนี้ไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ แน่นอน และเธอ... ในฐานะคนรัก (ที่ยังปากแข็งไม่ยอมรับ) ไม่มีวันปล่อยให้ใครมาเหยียบย่ำเซฟโซนที่เขากำลังสร้างขึ้นมาใหม่เด็ดขาด "อ้อ งั้นเหรอคะ..." มินนี่ก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังของคินน์อย่างกล้าหาญ ดวงตากลมโตจ้องตรงไปยังภาคินด้วยแววตานิ่งสงบแต่เฉียบคม "ในเมื่อคุณบอกว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ก็กรุณารักษามารยาทความเป็นมืออาชีพด้วยค่ะ การเดินเข้าห้องคนอื่นโดยไม่เคาะประตู แถมยังพูดจาไร้คลาสแบบนี้ บริษัทระดับคุณคงไม่ได้อบรมมาสินะคะ" ภาคินหันขวับมามองกราฟิกดีไซเนอร์สาวทันที รอยยิ้มมุมปากชะงักค้างไปเล็กน้อยเมื่อเจอสายตาฟาดฟันที่ไม่ยอมคนของมินนี่ คินน์ชะงัก เหลียวมองคนตัวเล็กที่ยืนเคียงข้างอย่างคาดไม่ถึง ไหล่บางที่เคยห่อเพราะความประหม่าเมื่อครู่ ตอนนี้กลับตั้งตรงเชิดขึ้นอย่างท้าทาย เคมีอันดุเดือดระหว่างเขากับภาคินถูกเบี่ยงเบนความสนใจไปที่หญิงสาวชั่วขณะ "ปากเกรี้ยวกราดใช้ได้นี่... สมแล้วที่เป็นเด็กของคินน์" ภาคินหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับด้วยความสนใจระคนหมั่นไส้ "เอาล่ะ ในเมื่อเราต้องร่วมงานกันอีกยาวนาน ผมคงต้องขอตัวไปประชุมกับทีมผู้บริหารก่อน ไว้เราค่อยมา 'รื้อฟื้นความหลัง' กันใหม่นะ... คินน์" ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท ภาคินก็หมุนตัวเดินนินทาออกจากห้องไปอย่างลอยชาย ทิ้งความเงียบงันและบรรยากาศอึดอัดหนักอึ้งไว้เบื้องหลัง ประตูกระจกปิดลงสนิท แต่มวลอากาศในห้องยังคงเบาบางจนแทบหายใจไม่ออก มินนี่ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด หันกลับมามองคนข้างกายด้วยความกังวล "คุณคินน์... ไหวไหมคะเนี่ย?" คินน์ยังคงยืนนิ่งเงียบ ดวงตาคมทอดมองไปยังบานประตูที่ว่างเปล่า ร่างกายของเขายังคงเกร็งเครียด ความทรงจำเก่าๆ ที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองงานอันมหาศาลกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างไม่ปรานี มินนี่ขยับเข้าไปใกล้ชิดขึ้นอีกนิด เธอไม่ลังเลที่จะเอื้อมมือไปแตะเบาๆ ที่ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มสัมผัสนั้นอบอุ่นและมั่นคงพอที่จะดึงสติของสถาปนิกหนุ่มให้หลุดพ้นจากภวังค์อันมืดมิด "ไม่ต้องไปสนใจหرอกค่ะ อดีตก็คืออดีต... ตอนนี้คุณมีฉัน... เอ๊ย! มีโปรเจกต์นี้ที่ต้องโฟกัสต่างหาก!" มินนี่รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอพูดอะไรที่ชวนเข้าใจผิดออกไป พวงแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย คินน์ก้มลงมองมือเล็กที่วางอยู่บนแขนของเขา ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบกับดวงตากลมโตที่ฉายแววเป็นห่วงเป็นใยอย่างปิดไม่มิด ความเย็นชาในแววตาของเขาค่อยๆ ละลายหายไป เหลือเพียงประกายความอบอุ่นที่ไหวระริกอยู่ลึกๆ มุมปากหยักสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแรกในรอบวันที่ดูจริงใจและผ่อนคลายที่สุด "เป็นห่วงผมเหรอครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามแกมหยอกล้อ แม้สถานการณ์ก่อนหน้าจะตึงเครียดแค่ไหน แต่ความกวนประสาทของเขาก็ยังคงทำงานเป็นปกติ "ใครเป็นห่วงคุณกันเล่า! ฉันแค่กลัวว่าสถาปนิกประจำโปรเจกต์จะสติแตกจนงานพังมากกว่าต่างหากล่ะ!" มินนี่รีบชักมือกลับแทบไม่ทัน ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องเบือนหนีไปมองทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ ความขุ่นมัวในใจเมื่อครู่มลายหายไปเกือบหมดสิ้น เขาขยับก้าวเข้าไปประชิดตัวมินนี่อีกครั้ง จนร่างบางต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานอีกรอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ วงแขนแกร่งยกขึ้นวางท้าวลงบนขอบโต๊ะทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างเบ็ดเสร็จ "ปากแข็งจังนะครับ... เมื่อกี้ยังปกป้องผมอยู่เลยแท้ๆ" คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบเสียงนุ่มชิดริมหูจนมินนี่ขนลุกซู่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก "คุณคินน์ ถอยไปเลยนะ! นี่มันเวลาทำงาน!" มินนี่โวยวายเสียงหลง พยายามดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงแมวตัวน้อยจะสู้แรงสถาปนิกหนุ่มสายคลั่งงานได้ "ทำงานอะไรล่ะครับ หมดเวลาทำงานแล้ว..." คินน์กระซิบเสียงพร่า ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต ไล่สายลงมามองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า "ตอนนี้เป็นเวลา... เคลียร์ใจกับแฟนเก่า และเคลียร์ความรู้สึกกับคนปัจจุบันต่างหาก" มินนี่อ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำพูดสับขาหลอกของคนเจ้าเล่ห์ หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิดเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดพวงแก้ม ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังฟินจิกหมอนจนถึงขีดสุด *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีมารยาท พร้อมๆ กับเสียงเปิดผงะเข้ามาของบุคคลที่สามที่ทำลายจังหวะโรแมนติกพังไม่เป็นท่า "พี่คินน์คะ! แย่แล้วค่ะ แบบแปลนโครงสร้างตึกเฟสสองมีปัญหาใหญ่แล้วค่ะ!" คินน์ชะงักกึก ดวงตาคมฉายแววหงุดหงิดสุดขีดจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ ขณะที่มินนี่สะดุ้งสุดตัวรีบมุดตัวหลุดจากวงแขนของเขาหน้าตาตื่น สถาปนิกหนุ่มหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกระงับอารมณ์กรุ่นโกรธ ก่อนจะหันไปจ้องมองน้องฝึกงานที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่หน้าประตูด้วยสายตานิ่งสนิทที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ .................................................................................. ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความซึนของสถาปนิกปากแข็งคนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%