"คุณจะบ้าหรือไงคินน์! นั่นมันไฟล์ดิบเซ็ตสุดท้ายที่ฉันต้องแก้ก่อนส่งลูกค้าตอนแปดโมงเช้าพรุ่งนี้ ทำไมคุณถึงกล้า—"
เสียงตวาดแหลมสูงของมินนี่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานใหญ่ที่ตอนนี้เหลือเพียงความเงียบงันของเที่ยงคืน เธอยืนค้ำโต๊ะทำงานของตัวเอง สองมือจิกขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน ดวงตากลมโตที่ฉายแววเดือดดาลจ้องมองร่างสูงโปรดิวเซอร์และสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ฝั่งตรงข้ามอย่างเอาเรื่อง
คินน์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับท่าทีพายุเข้าของหญิงสาวแม้แต่น้อย เขายังคงเลื่อนนิ้วเรียวยาวไปตามแทร็กแพดของ MacBook Pro รุ่นล่าสุด สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมยังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอที่มีเส้นสายเวกเตอร์กราฟิกขยับเคลื่อนไหวอย่างลื่นไหล
เขายกกาแฟดำอุ่นขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะไม้โอ๊กอย่างใจเย็น ผิดกับอีกฝ่ายที่ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความเครียดสะสมมาตลอดสัปดาห์
"เลิกโวยวายแล้วหุบปากสักสองนาที มินนี่" เสียงทุ้มต่ำราบเรียบเอ่ยขึ้นอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน "ถ้าคุณใช้เวลาเอาแต่กรี๊ดใส่ผมไปกับการดูสัดส่วนเลย์เอาต์ที่ผมจัดแก้ให้ใหม่ คุณจะเห็นว่าผมไม่ได้ทำลายงานของคุณ... ผมแค่ทำให้มันรอดพ้นจากการโดนลูกค้าฝ่ายบัญชีตีตกในรอบที่สามต่างหากล่ะครับ"
"ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาช่วย!" มินนี่ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเขา ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความอัดอั้น "คุณชอบทำตัวเป็นเผด็จการ คอยก้าวก่ายงานคนอื่นอยู่เรื่อย! งานนี้เป็นความรับผิดชอบของฉัน ฉันจัดการเองได้ ทำไมคุณต้องเข้ามายุ่ง ทำไมต้องทำตัว... ทำตัวใจดีแบบนี้ใส่ฉันด้วยเล่า!"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกจากปากเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือนิดๆ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสับสนระคนน้อยใจอย่างปิดไม่มิด
คินน์ชะงัก นิ้วที่กำลังพิมพ์คีย์ลัดหยุดชะงักกลางอากาศ เขายอมละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เงยขึ้นสบตากับหญิงสาวที่ยืนจ้องเขาอยู่ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เป็นแบ็กกราวด์
สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ แววตาที่มักจะเย็นชาจนคนอื่นหวาดกลัวในยามปกติ กลับฉายประกายบางอย่างที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองไปยังรอยคล้ำใต้ดวงตาของกราฟิกสาวจอมดื้อคนนี้
"ใจดีเหรอครับ?" คินน์ทวนคำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด "คุณคิดว่าผมว่างงานจนไม่มีอะไรทำ ถึงต้องมานั่งแก้ไฟล์เวกเตอร์ตาแตกตอนเที่ยงคืนครึ่งเพื่อความบันเทิงงั้นเหรอ มินนี่... สติครับสติ"
"ก็แล้วถ้าไม่ใช่เพราะความอยากรู้อยากเห็นหรืออยากเข้ามาควบคุม งานนี้มัน—"
"เพราะผมรำคาญเสียงถอนหายใจของคุณตั้งแต่มื้อเที่ยงต่างหากล่ะครับ" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังขึ้นจนมินนี่อ้าปากค้างจะเถียงแต่ก็ต้องกลืนคำพูดกลับลงไป "คุณนั่งหน้าดำคร่ำเครียด ขยับเม้าส์มือสั่นจนผมกลัวว่าคุณจะเส้นเลือดในสมองแตกคาออฟฟิศซะก่อน ถ้าคุณล้มป่วยขึ้นมา งานพรีเซนต์โปรเจกต์ใหญ่สัปดาห์หน้าใครจะรับผิดชอบ ผมเหรอ? ฝันไปเถอะครับ ผมไม่อยากทำงานหนักแทนใครทั้งนั้น"
คำแก้ตัวที่ฟังดูปากแข็งและกวนประสาทตามสไตล์คินน์ ทำให้มินนี่เม้มปากแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบแปลกประหลาดไหล뢰ลึกเข้ามาในอกจนเธอต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เผลอระบายออกมาบน
ไอ้ผู้ชายคนนี้นี่มัน... ปากกับใจไม่เคยตรงกันเลยสักครั้ง!
"ปากแข็งชะมัด..." มินนี่พึมพำเบาๆ แต่ก็ดังพอให้คนหูดีได้ยินชัดเจน
"ผมได้ยินนะครับ" คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนขวางโต๊ะอยู่ จนมินนี่ต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อแรงกดดันจากความเป็นสุภาพบุรุษร่างสูงใหญ่แผ่ซ่านเข้ามาใกล้ "แล้วก็เลิกทำหน้าเหมือนผมเป็นผู้ร้ายใจร้ายเสียที งานของคุณผมแก้ให้ในพาร์ทของการจัดวางองค์ประกอบศิลป์ให้รับกับโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ผมออกแบบไว้ เพื่อความสมบูรณ์แบบสูงสุดของโปรเจกต์ ไม่ใช่เพราะความสงสาร... เข้าใจตรงกันนะครับ?"
มินนี่เงยหน้าขึ้นมองเขา ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้ใกล้เสียจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน
"ค่ะ... เข้าใจแล้วค่ะ พ่อคนเก่ง!" มินนี่จงใจประชดด้วยการลากเสียงยาว พร้อมกับใช้คำลงท้ายที่เธอรู้ว่าเขาเกลียดนักหนา
คินน์หรี่ตามองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของหญิงสาว แววตาคมกริบไหววูบชั่วขณะก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้ผิวแก้มจนมินนี่ต้องหลับตาปี๋ด้วยความประหม่า
"ห้ามพูดคำนั้นอีกเป็นครั้งที่สองนะครับ มินนี่... ไม่งั้นผมจะลงโทษคุณด้วยวิธีที่ทำให้คุณไม่ได้นอนยาวไปจนถึงเช้าแน่"
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง มินนี่ยังไม่ทันได้ลืมตาขึ้นมาโต้เถียงเพื่อกู้ฟอร์ม เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ทั้งคู่ผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต มินนี่สะดุ้งสุดตัวรีบหันไปจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าของตัวเองให้เข้าที่อย่างลนลาน ขณะที่คินน์กลับคืนสู่โหมดสถาปนิกมาดนิ่งผู้เยือกเย็นได้อย่างรวดเร็วราวดับสวิตช์ไฟ
"เข้ามาครับ" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ หันไปมองที่ประตู
บานประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบกริบ เส้นผมเซ็ตเข้ารูปอย่างดี ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ก้าวเข้ามาพร้อมกับกล่องโดนัทแบรนด์ดังในมือ
"โอ๊ะ... ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของคู่รักข้าวใหม่ปลามันหรือเปล่าครับเนี่ย?"
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของ 'ธนวินท์' หุ้นส่วนหนุ่มรูปหล่อดังขึ้น พร้อมกับสายตาพินิจพิเคราะห์ที่กวาดมองระหว่างคินน์กับมินนี่สลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
มินนี่หน้าถอดสี รีบถอยกรูดออกห่างจากโต๊ะทำงานทันที ขณะที่คินน์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญแบบนี้
---
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "โครโนสทริกเกอร์" เสมอมานะครับ!
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนประสาท•ตอนที่ 10
เย็นชาแต่ไม่ใจร้าย
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!