เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนประสาท•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของคนเนี๊ยบ

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
"ถ้าคุณจะวางแก้วกาแฟไว้ตรงจุดตัดของเส้น Grid แบบนี้ ผมแนะนำให้ไปสมัครงานที่โรงงานผลิตไม้บรรทัดแทนที่จะมาเป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์ในบริษัทสถาปนิกนะครับ คุณมินนี่" เสียงทุ้มต่ำที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งราดลงบนกองไฟดังขึ้นทันทีที่มินนี่เพิ่งก้าวเท้าเข้าห้องทำงาน คินน์ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ สายตาคมกริบของเขาจ้องมองไปยังรอยคราบจางๆ ของก้นแก้วที่ทิ้งไว้บนพิมพ์เขียวโปรเจกต์ระดับมาสเตอร์พีซของเขา มินนี่หยุดกึก มือที่กำลังถือกระเป๋าเป้ใบเก่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาแรงๆ จนผมหน้าม้าปลิว เธอเดินตรงเข้าไปหาชายหนุ่มด้วยท่าทีไม่สะทกสะท้าน วางกระเป๋าลงบนโต๊ะข้างๆ พิมพ์เขียวผืนนั้นจนเกิดเสียงดัง 'ปึก' "นี่มันโต๊ะทำงานรวม หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะคะคุณคินน์? ถ้าจะหวงขนาดนี้ ทำไมไม่เอากระจกครอบแล้วแขวนไว้หน้าออฟฟิศไปเลยล่ะ จะได้ไม่มีใครหายใจรดใส่ผลงานอันประเสริฐของคุณ" มินนี่โต้กลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องตอบดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ เธอไม่ได้รู้สึกผิดแม้แต่น้อย แต่กลับรู้สึกขัดใจที่คนตรงหน้าให้ความสำคัญกับความสะอาดของพื้นผิวโต๊ะมากกว่าความก้าวหน้าของเนื้องาน คินน์หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา มันถูกพิมพ์ด้วยฟอนต์เรียบหรู จัดวางอย่างเป็นระเบียบตามสไตล์คนเจ้าระเบียบ เขาเลื่อนมันไปวางตรงหน้าหญิงสาว "กฎเหล็ก 5 ข้อในการร่วมงานกับผม... อ่านซะ แล้วเซ็นกำกับ ถ้าทำไม่ได้แม้แต่ข้อเดียว เชิญไปรับเงินเดือนแล้วลาออกไปทำฟรีแลนซ์ที่บ้านครับ ผมไม่มีเวลามานั่งเช็ดรอยนิ้วมือใครในขณะที่กำลังรีดความละเอียดของแบบ" มินนี่กวาดสายตาอ่านข้อความบนกระดาษอย่างรวดเร็ว มุมปากของเธอเริ่มกระตุก ข้อ 1. ห้ามวางของเหลวบนโต๊ะ ข้อ 2. ห้ามขยับอุปกรณ์จัดวางองศาแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ข้อ 3. ห้ามใช้เสียงสูงต่ำเกินกว่าที่กำหนดในเวลาโฟกัสงาน... นี่มันบ้าชัดๆ เธอยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่ทำให้คนมองอย่างคินน์รู้สึกสังหรณ์ใจชอบกล มินนี่หยิบปากกาเมจิกสีแดงจากกระเป๋าขึ้นมา แล้วขีดฆ่าข้อความเหล่านั้นทิ้งทีละบรรทัดด้วยท่าทางที่จงใจยียวนกวนประสาทที่สุดเท่าที่จะทำได้ "กฎข้อแรก... ไม่มีใครมีสิทธิ์มาตั้งกฎบนพื้นที่ที่ใช้สมองร่วมกันแบบนี้ค่ะ" เธอเขียนทับลงไปตัวโตๆ ด้วยลายมือหวัดๆ ว่า *'ยกเลิก'* "คุณทำอะไร!" คินน์ขยับตัวเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์สะอาดๆ ของเขาปะทะเข้ากับจมูกของมินนี่จนใจเธอสั่นวูบ แต่เธอก็ยังเชิดหน้าท้าทาย "ฉีกกฎของคุณทิ้งไงคะคุณสถาปนิก ถ้าคุณอยากทำงานกับฉัน คุณก็ต้องยอมรับความเป็นธรรมชาติของฉันบ้าง ไม่ใช่จับฉันยัดใส่บล็อกสี่เหลี่ยมที่คุณสร้างขึ้นมาเองแบบนี้" มินนี่ขยำกระดาษแผ่นนั้นเป็นก้อนกลม แล้วโยนลงถังขยะข้างโต๊ะต่อหน้าต่อตาเขา ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน บรรยากาศรอบตัวคินน์ดูจะหนักอึ้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เส้นเลือดที่ขมับเขาเต้นตุบๆ นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าฉีกหน้าเขาแบบนี้ ในขณะที่มินนี่เองก็เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง เธอรู้ดีว่าตัวเองเล่นแรงไปหน่อย แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอเกินกว่าจะเอ่ยคำขอโทษ "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร?" คินน์ก้มลงมาจนใบหน้าของเขาสูงกว่าเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปากของมินนี่ "การที่คุณเป็นลูกสาวของพาร์ทเนอร์รายใหญ่ ไม่ได้แปลว่าคุณจะมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นในสตูดิโอนี้ มินนี่" "ฉันไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์นั้น" มินนี่สวนกลับ เสียงเริ่มสั่นเล็กน้อยแต่ยังคงความแข็งกร้าว "ฉันใช้ความสามารถ และถ้าความสามารถของฉันมันทำลายกฎระเบียบงี่เง่าของคุณไม่ได้ ก็ถือว่าเราเดินไปทางเดียวกันไม่ได้" คินน์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เขากำลังค้นหาความกลัว หรือความลังเล แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็นประกายไฟที่ดื้อรั้นและไร้ที่สิ้นสุด มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งน่ารำคาญใจและน่าดึงดูดอย่างประหลาดในเวลาเดียวกัน เขายื่นมือมาข้างหน้า มินนี่หลับตาปี๋ คิดว่าเขาจะผลักเธอออก หรือไม่ก็ไล่เธอออกจากห้องจริงๆ แต่สัมผัสนั้นกลับแผ่วเบา... คินน์เพียงแค่เอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟที่ยังวางค้างอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วเดินเลี่ยงไปทางมุมห้อง ก่อนจะหันกลับมาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า... มาเจอกันที่ห้องประชุมหลัก เราจะรื้อแบบโครงสร้างใหม่ทั้งหมด" เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้จนชิดลมหายใจ "และถ้าคราวนี้คุณทำเครื่องหมายสกปรกไว้บนงานของผมอีกครั้ง ผมจะสั่งให้คุณนั่งแกะงานซ่อมแบบจนกว่าจะเช้า... เข้าใจไหม?" มินนี่เพิ่งจะผ่อนลมหายใจออกมาได้ไม่ทันไร จังหวะที่เธอกำลังจะเปิดปากเถียง ประตูกระจกบานใหญ่ของสตูดิโอก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมเสียงตื่นตระหนกของเลขาหน้าห้อง "คุณคินน์คะ! เกิดเรื่องแล้วค่ะ! แบบจำลองสเกล 1:50 ที่เราเตรียมจะเสนอผู้บริหารพรุ่งนี้... มันพังไม่เหลือชิ้นดีเลยค่ะ!" คินน์และมินนี่หันไปมองหน้ากันโดยสัญชาตญาณ บรรยากาศแห่งความขัดแย้งเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดของสถานการณ์ที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม คินน์รีบสาวเท้าออกไปที่ห้องจัดแสดง โดยมีมินนี่วิ่งตามไปติดๆ ที่ใจกลางโต๊ะจัดแสดง แบบจำลองสถาปัตยกรรมที่คินน์ทุ่มเทแรงกายแรงใจนับเดือนถูกของหนักกระแทกจนเละไม่เป็นท่า และท่ามกลางซากปรักหักพังนั้น... มีรอยเท้าเปื้อนโคลนปริศนาประทับอยู่อย่างเด่นชัด คินน์กำหมัดแน่น ในขณะที่มินนี่เบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างใครบางคนยืนยิ้มเยาะอยู่ที่หน้าประตูสตูดิโอ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความวุ่นวายของคินน์และมินนี่นะครับ - โครโนสทริกเกอร์ครับ
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%