เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังลอดมาจากกรอบประตู ไม่ได้ทำให้บรรยากาศอึดอัดภายในสตูดิโอผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับทำให้อุณหภูมิรอบตัวของคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่พุ่งสูงขึ้นจนเกือบถึงจุดเดือด
"คุณพาใครมาดูผลงานขยะของคุณเหรอครับ คุณมินนี่"
คินน์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่เคลือบไปด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพเงาร่างของบุคคลที่สาม ซึ่งค่อยๆ ก้าวเท้าพ้นจากความมืดของทางเดินเข้ามาในแสงไฟสว่างจ้าของสตูดิโอ
"พี่กรณ์..." มินนี่พึมพำ ออกอาการชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นว่าแขกผู้มาเยือนยามวิกาลคือใคร ก่อนที่แววตาของเธอจะเปลี่ยนเป็นความระแวดระวังทันที
กรณ์ หรือ กรณ์ภัทร คือรุ่นพี่ในวงการครีเอทีฟที่มักจะมีปัญหากระทกระทั่งกับคินน์มาโดยตลอด และการที่เขาโผล่มาที่นี่ในยามที่โปรเจกต์กำลังเดือดดาล ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
"บังเอิญผ่านมาแถวนี้ เห็นไฟในสตูดิโอยังเปิดอยู่ เลยแวะมาดูว่าเด็กดื้อแถวนี้โดนสถาปนิกจอมเผด็จการเคี่ยวกรำจนร้องไห้ขี้มูกโป่งไปหรือยัง" กรณ์ยิ้มมุมปาก เดินตรงเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกระดาษสเกตช์และหน้าจอแท็บเล็ตที่เปิดไฟล์งานค้างไว้
มินนี่เม้มปากแน่น เธอไม่ชอบให้ใครมองว่าตัวเองอ่อนแอ โดยเฉพาะต่อหน้าคินน์และกรณ์ "ฉันไม่ได้ร้องไห้ค่ะ...เอ๊ย! ผม... ฉันหมายถึง ฉันไม่ได้ร้องสักหน่อย!" เผลอหลุดปากแก้ตัวเสียงดังด้วยความหงุดหงิด
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบมองกิริยาอาการนั้นด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ระคนระอา "ครับ... ไม่ได้ร้อง แต่เสียงดังกลบเกลื่อนความไม่เอาไหนของตัวเองแบบนี้ แสดงว่าตรงจุดที่ผมติงไปเมื่อกี่คงจะจี้ใจดำสินะครับ"
"ฉันไม่ได้ไม่เอาไหนนะคุณคินน์!" มินนี่หันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับสถาปนิกหนุ่มอีกครั้ง ลืมเรื่องของกรณ์ไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "งานออกแบบชิ้นนี้ ฉันใช้เวลาคิดทั้งคืนเพื่อสื่อถึงความอบอุ่นและความมีชีวิตชีวา แต่คุณกลับบอกว่ามันเหมือน 'โรงพยาบาลบ้า' แค่เพราะฉันเลือกใช้โทนสีพาสเทลเนี่ยนะ!"
"มันไม่ใช่แค่พาสเทลธรรมดานะครับ แต่มันคือสีชมพูอมม่วงที่ดูป่วยไข้ ไร้ชีวิตชีวา และทำลายโครงสร้างความนิ่งของงานสถาปัตยกรรมที่ผมตั้งใจออกแบบไปจนหมดสิ้น คุณเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ประสาอะไร ถึงไม่เข้าใจว่า 'คอนเซปต์มินิมอล' ที่แท้จริงมันคืออะไร" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมเหมือนใบมีดโกนที่กรีดลงบนความมั่นใจของเธอ
"มินิมอลบ้าบออะไรของคุณ! โลกนี้ไม่ได้มีแค่สีเทา ขาว ดำ กับสีปูนเปลือยหรอกนะคุณคินน์! ชีวิตคนเรามันต้องมีสีสันบ้างสิ การที่คุณยึดติดกับกรอบเดิมๆ ไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง มันไม่ได้แปลว่าคุณเทรนดีหนะ แต่มันแปลว่าคุณ 'ใจแคบ' ต่างหากเล่า!"
มินนี่ระเบิดอารมณ์ออกมาจนหมดเปลือก นิ้วเรียวชี้หน้าคนตัวสูงกว่าโดยไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย เคมีของการปะทะคารมระหว่างคนทั้งสองพุ่งพล่านจนกรณ์ที่ยืนมองอยู่ถึงกับต้องยกมือขึ้นกอดอกแล้วอมยิ้ม
"ใจแคบเหรอครับ..." คินน์ทวนคำ เสียงต่ำลงจนน่ากลัว เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวโดยไม่รู้ตัว ความสูงที่แตกต่างทำให้ร่างบางต้องเงยหน้าขึ้นมอง แรงกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มจนบรรยากาศรอบข้างแทบหยุดหายใจ "ในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์นี้ หน้าที่ของผมคือควบคุมภาพรวมทั้งหมดไม่ให้มันพังทินเนอร์พินาศเพราะรสนิยมฉาบฉวยของคุณ!"
"นี่คุณว่ารสนิยมฉันฉาบฉวยงั้นเหรอ!" มินนี่ถอยหลังกรูดจนสะโพชนั่งแนบติดกับขอบโต๊ะทำงาน ไม่มีทางให้ถอยหนีอีกต่อไปแล้ว แต่เธอก็ยังเชิดหน้าสู้สายตา ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด "ถ้างานฉันมันฉาบฉวยนัก ทำไมคุณถึงต้องมานั่งแก้สเกตช์ตามฉันจนถึงตีสองด้วยล่ะฮะ! ปล่อยให้มันพังไปเลยสิ!"
"เพราะถ้าผมปล่อยให้มันพัง ชื่อเสียงของผมก็จะด่างพร้อยไปด้วยน่ะสิครับ ที่สำคัญ..." คินน์หยุดพูดกะทันหัน ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงอยู่เสมอยื่นเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่ริมฝีปาก "ผมไม่อยากเสียเวลามานั่งแก้ปัญหากับเด็กดื้อที่เอาแต่เถียงคำไม่ตกฟากแบบคุณไงครับ"
มินนี่เบิกตากว้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับจู่โจมระยะประชิดแบบนี้ หัวใจดวงน้อยเต้นรำระส่ำระสายจนดังทะลุอก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาตีตื้นจนเต็มสองแก้ม
ใกล้เกินไปแล้ว... ใกล้จนเกินไปแล้วจริงๆ
"อะ...แฮ่ม!" เสียงกระแอมไอของกรณ์ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกนั้น ทำให้คินน์และมินนี่ผละออกจากกันราวกับโดนไฟลวก
มินนี่หน้าแดงแจ๋ รีบยกมือขึ้นผลอกอกแกร่งของคินน์ให้ถอยออกไป หันไปทางกรณ์ด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ "เอ่อ... พี่กรณ์มามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ พอดีพวกเรากำลัง...คุยงานกันอยู่"
กรณ์เดินยิ้มเข้ามาใกล้ วางมือลงบนไหล่บางของมินนี่อย่างสนิทสนมเกินความจำเป็น สายตาคมกราบมองคินน์ด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า "พี่แค่ผ่านมาเห็นน้องมินนี่เครียด เลยจะชวนไปหาอะไรร้อนๆ กินข้างนอกซะหน่อย ดีกว่าต้องมาทนฟังคนปากเสียแถวนี้บั่นทอนกำลังใจ ไปกันเถอะมินนี่ ปล่อยให้สถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่เขาอยู่คนเดียวกับความสมบูรณ์แบบของเขาไปเถอะ"
คินน์มองมือของกรณ์ที่วางอยู่บนไหล่ของมินนี่ด้วยสายตาดำมืด สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น ความรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างไม่มีเหตุผล มันไม่ใช่แค่เรื่องงานอีกต่อไปแล้ว
ในขณะที่มินนี่กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธเพราะความอึดอัด คินน์กลับเอื้อมมือคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แต่เด็ดขาดพอที่จะดึงรั้งเธอเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน
"เธอไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นครับ..." คินน์หันไปสบตากับกรณ์ด้วยแววตาที่เย็นเยียบและทรงพลัง ก่อนจะหันกลับมามองหน้ามินนี่ที่กำลังตกใจกับสัมผัสที่ข้อมือ "งานยังไม่เสร็จ และผมยังเคลียร์กับเธอไม่จบ"
มินนี่ใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังนั้น ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม
แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูสตูดิโอที่เปิดแง้มไว้ก็ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยแรง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมกล่องพิซซ่าในมือ
"ทุกคนคะ! รอนาน— อุ๊ย..."
น้ำเสียงนั้นขาดห้วยไปทันทีเมื่อเจ้าตัวเห็นภาพเบื้องหน้า: คินน์ที่กำลังจับข้อมือมินนี่ไว้, มินนี่ที่หน้าแดงก่ำยืนพิงโต๊ะ, และกรณ์ที่ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ข้างๆ
มินนี่เบิกตากว้างยิ่งกว่าเดิมเมื่อจำได้แม่นว่าร่างที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่พร้อมกล่องพิซซ่าคือใคร...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
--- โครโนสทริกเกอร์ ---
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนประสาท•ตอนที่ 3
มวยถูกคู่
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!