นิ้วเรียวที่กำลังเคาะแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดกลไกเสียงดังรัวรากับเสียงฝนตกกระทบสังกะสี หยุดชะงักลงในวินาทีที่แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึึกถูกโยضاลงบนพื้นที่ว่างฝั่งขวาของโต๊ะทำงาน
แรงกระแทกนั้นไม่มากพอจะทำให้โต๊ะไม้สักทองขยับเขยื้อน แต่มากพอที่จะทำให้เส้นประสาทบริเวณขมับของคินน์กระตุกวูบ
"คุณช่วยรบกวนใช้สมองส่วนหน้าประมวลผลอีกรอบได้ไหมครับ ว่าตารางเมตรของโต๊ะตัวนี้ มันถูกคำนวณสัดส่วนไว้สำหรับ 'คนคนเดียว' เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่พื้นที่สาธารณประโยชน์สำหรับกองขยะออร์แกนิกและเศษกระดาษโน้ตโพสต์อิทสีแสบตาพวกนี้"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณี ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสายตาดีไซเนอร์ยังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอโมเดลสามมิติของตึกระฟ้าสไตล์มินิมอล
มินนี่ที่กำลังยืนเท้าสะเอวอยู่ฝั่งตรงข้าม หลุดหัวเราะในลำคอทันที เธอไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับวาจาเชือดเฉือนที่ถูกส่งมาเป็นระลอกที่สามของวันแม้แต่น้อย กลับกัน รอยยิ้มมุมปากของเธอยิ่งกว้างขึ้นด้วยซ้ำ ยามเมื่อเห็นเจ้าพ่อเจ้าระเบียบประจำบริษัทสถาปัตยกรรมแห่งนี้กำลังหัวเสียจนหูแทบไหม้
"โอ๊ะ! ขอโทษทีนะพอดีมือมันลั่น... เอ๊ะ ไม่ใช่สิ พอดีผู้บริหารระดับสูงเขาเซ็นอนุมัติโปรเจกต์ 'Urban Sanctuary' แบบเร่งด่วน แล้วดันสั่งให้ทีมดีไซน์กับทีมกราฟิกมานั่งสิงร่างก้อนเดียวกันเพื่อลดระยะเวลาสื่อสาร เพื่อไม่ให้คุณคินน์คนเก่งต้องเสียเวลาเดินข้ามไปตึก B ฉันก็เลยต้องมายืนหายใจร่วมกับคุณ ณ จุดนี้ไงคะ... อ้อ ลืมไป ฉันพูดผิด คุณต้องบอกว่า 'ณ จุดนี้, ครับ' ต่างหากล่ะ"
มินนี่จงใจเน้นเสียงคำลงท้ายด้วยความกวนประสาท เธอดึงเก้าอี้สำนักงานเบาะหนังสีดำมานั่งหย่อนตัวลงฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะจัดการกวาดแฟ้มงานของเธอแผ่ขยายอาณาเขต กินพื้นที่ล้ำเส้นแบ่งเขตแดนที่คินน์ขีดช็อกโกแลต (สมมติ) ไว้เมื่อเช้าไปร่วมสิบคอนเซปต์
คินน์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ ปลายนิ้วที่กำปากกาหมึกซึมราคาแพงเริ่มสั่นระริกด้วยความโกรธ เขาเกลียดความไร้ระเบียบ ยิ่งเกลียดการถูกบังคับให้แชร์พื้นที่ส่วนตัวกับสิ่งมีชีวิตที่ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ 'ภัยพิบัติทางความคิด' อย่างมินนี่ด้วยแล้ว มันก็ไม่ต่างอะไรกับการทรมานทางอ้อม
"คุณมินนี่ ฟังผมให้ดีนะครับ..." คินน์วางปากกาลงอย่างช้าๆ ถอดแว่นสายตาออกแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมดดุดันราวกับนักล่าที่กำลังจ้องเหยื่อ "พื้นที่ตรงนี้ สี่สิบเปอร์เซ็นต์ฝั่งซ้ายคืออาณาจักรของผม งานทุกชิ้นถูกจัดวางตามลำดับความสำคัญ ความสะอาด ความเป็นระเบียบ และหากคุณยังกล้าเอาแก้วกาแฟชานมไข่มุกหยดน้ำเกาะพราวมาวางใกล้กับคีย์บอร์ดแมคบุ๊กราคาเหยียบแสนของผมอีกแม้แต่เซนติเมตรเดียว ผมจะทำเรื่องย้ายคุณไปนั่งทำงานที่ห้องเก็บเอกสารใต้ดินทันที ไม่เชื่อก็ลองดูครับ"
"อุ๊ย! น่ากลัวจังเลยค่ะ... เอ๊ย! ครับ!" มินนี่ทำท่าทางสะบัดหน้าหนีอย่างหมั่นไส้ แต่ลึกๆ แล้วหัวใจเธอกลับเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบคู่นั้น ร่างสูงใหญ่ที่โน้มตัวเข้ามาใกล้ในระยะประชิดทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางด้วยกลิ่นเปปเปอร์มินต์จางๆ ลอยเข้าจมูกจนเธอต้องแกล้งทำเป็นสนใจหน้าจอไอแพดเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
"จำคำเตือนของผมไว้ให้ดี" คินน์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอเหลือเพียงคืบเดียว จนมินนี่ต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อัตโนมัติ
ทว่า ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมบนโต๊ะทำงานจะปะทุขึ้นไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ทั้งคินน์และมินนี่ผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยเลขาฯ หน้าตาตื่นตระหนก มือถือแฟลชไดรฟ์สีเงินยวงชูขึ้นสูง
"คุณคินน์ครับ! คุณมินนี่! แย่แล้วครับ... ทางท่านประธานใหญ่เพิ่งส่งอีเมลแจ้งด่วนที่สุด เปลี่ยนแปลงบรีฟโปรเจกต์ทั้งหมดแบบยกเครื่อง และ... และเขาสั่งให้พวกคุณสองคนต้องนำเสนอโปรเจกต์ร่วมกันในอีกสามสิบนาทีข้างหน้าครับ!"
คินน์นิ่งค้างไปทันที ดวงตาคมตวัดกลับมามองหน้ามินนี่ที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่แพ้กัน
เวลาสามสิบนาที กับพื้นที่โต๊ะทำงานที่เหมือนสนามรบ และคู่หูที่เขาอยากจะหยิกให้เนื้อเขียวที่สุดในสามโลกกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว
- โครโนสทริกเกอร์ -
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนประสาท•ตอนที่ 1
พื้นที่ส่วนตัวกับผู้บุกรุก
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับโปรเจกต์กวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!