เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล•ตอนที่ 22

มื้อค่ำที่ไม่ได้นัดหมาย

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
เสียงหัวเราะคิกคักของมินตราที่ลอยละลิ่วเข้ามาพร้อมประโยคแซวแสบสันต์นั้น ทำเอาบรรยากาศบนระเบียงห้องทำงานของฉันที่กำลังระอุด้วยความตึงเครียดแบบ 18+ เมื่อครู่... พังทลายลงไม่เป็นท่า "อุ๊ย! ฉันไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญ... ระหว่าง 'วิศวกรคนเก่ง' กับ 'ยัยตัวแสบ' ของเราอยู่ใช่ไหมคะเนี่ย?" ฉันสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากระยะประชิดที่เกือบจะทำให้ลมหายใจของเราสองคนหลอมรวมกัน รินรดาเองก็ไวกว่าแสง เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้านิ่งเรียบที่มักจะใช้เกราะกำบังความรู้สึกถูกยกขึ้นมาตั้งรับทันที แม้ว่าร่องรอยความกระอักกระอ่วนบนพวงแก้มขาวเนียนจะยังจางหายไปไม่หมดก็ตาม ให้ตายเถอะยัยมินตรา! หล่อนโผล่มาถูกจังหวะนรกเสียจริง เหมือนตั้งเวลาไว้เพื่อขัดขวางความฟินโดยเฉพาะ! "เธอเข้ามาทางไหนเนี่ย ยัยมิน! หัดเคาะประตูก่อนสิยะ!" ฉันหันไปแหวใส่เพื่อนสนิทกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนใบหน้า พร้อมกับยกมือขึ้นเสยผมลอนยาวที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยอย่างเสียอาการ มินตราไหวไหล่เบาๆ เดินนصفน่องเข้ามาในห้องพร้อมกับถุงกระดาษแบรนด์ดังในมือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของหล่อนฟ้องชัดเจนว่าเห็นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ทะลุปรุโปร่ง "แหม ไอริณ ประตูห้องเธอมันไม่ได้ล็อก แล้วฉันก็เป็นห่วงเพื่อนรักกลัวจะทำงานจนเป็นลมคาอก... เอ๊ย คาโต๊ะเขียนแบบ ของวิศวกรเขาซะก่อน ก็เลยถือวิสาสะเดินเข้ามานี่ไงคะ" น้ำเน่า! หล่อนตั้งใจมาเสพดราม่าชัดๆ ฉันส่งค้อนวงใหญ่ให้เพื่อนรักไปหนึ่งที ก่อนจะเหลือบสายตากลับไปยังรangอดีตคู่กัดที่ตอนนี้ยืนกอดอกนิ่ง เงียบสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน รินรดากำลังกวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะเพื่อดึงสมาธิกลับมาสู่โหมดการทำงาน แต่ฉันรู้... ว่าจังหวะหัวใจของยัยเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์คนนี้คงเต้นไม่เป็นจังหวะไม่ต่างจากฉันหรอก "ในเมื่อคุณมินตรามาแล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงสวยช้อนขึ้นมองฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนหนีไปยังเพื่อนสนิทของฉัน "งานโครงสร้างส่วนที่เหลือ ฉันจะส่งอีเมลสรุปให้ภายในคืนนี้ค่ะคุณไอริณ" "เดี๋ยวก่อนสิริน..." ฉันเผลอหลุดปากท้วงโดยไม่รู้ตัว รินรดาชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวพ้นประตู เธอหันกลับมาเลิกคิ้วมองฉันเชิงตั้งคำถาม ดวงตากลมโตคู่นั้นนิ่งสงบแต่มันกลับมีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้ฉันพูดไม่ออก "เอ่อ... ฉันหมายถึง... ไหนๆ ก็ค่ำแล้ว แล้วโปรเจกต์นี้เราก็ต้องดีลกันอีกยาวไกล เพื่อความราบรื่นของงาน..." ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เรียกความมั่นใจแบบสถาปนิกตัวแม่กลับคืนมา "อยู่กินมื้อค่ำด้วยกันก่อนสิคะ มินตรามันซื้อของอร่อยมาฝากตั้งเยอะ ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก" มินตราอ้าปากค้างเล็กน้อยกับคำชวนกะทันหันของฉัน ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง หล่อนรีบเสริมทัพทันทีอย่างรู้ใจ "นั่นสิคะคุณรินรดา อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนเถอะค่ะ ถือเป็นการเลี้ยงฉลويที่โปรเจกต์เราผ่านพ้นวิกฤต (เกือบจะ) จูบปาก... เอ๊ย! เกือบจะเคลียร์กันลงตัวเมื่อกี้นี้ไงคะ" ยัยมิน! แกอยากตายใช่ไหม! ฉันส่งสายตาอาฆาตไปให้เพื่อนสนิท แต่หล่อนกลับทำเป็นมองไม่เห็นแล้วเดินไปจัดแจงอาหารบนโต๊ะรับแขกแทน รินรดานิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมมองสลับระหว่างฉันกับกองอาหารในถุงกระดาษ บรรยากาศรอบตัวเธอกลับมาเต็มไปด้วยความลังเลและความเยือกเย็นที่ฉันเดาทางไม่ออกอีกครั้ง วิศวกรสาวมักจะมีกำแพงสูงลิบเสมอเมื่อต้องก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่ใช่เรื่องงาน "ฉันเกรงว่า..." "ถ้าปฏิเสธ ฉันจะถือว่าคุณรินรดากลัวว่าตัวเองจะแพ้ใจให้สถาปนิกอย่างฉันนะคะ" ฉันสวนกลับทันควัน ขยับรอยยิ้มยั่วเย้า ท้าทายอำนาจมืดในตัวเธอ รอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาปรากฏขึ้นที่มุมปากของรินรดา ชั่วพริบตาเดียวแววตาคู่นั้นก็เปลี่ยนเป็นความท้าทายที่ร้อนแรงจนฉันเองที่เป็นฝ่ายใจกระตุก "คำก็กลัว สองคำก็แพ้... คุณไอริณนี่ชอบท้าทายความอดทนของวิศวกรจอมหลักการคนนี้จังเลยนะคะ" รินรดาก้าวถอยหลังกลับเข้ามาในห้อง ปลดกระดุมสูทตัวนอกออกช้าๆ เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในที่แนบเนื้อจากการทำงานมาทั้งวัน "ก็ได้ค่ะ ในเมื่ออุตส่าห์มีคนใจดีเลี้ยงมื้อค่ำทั้งที ฉันคงปฏิเสธน้ำใจของ 'ยัยตัวแสบ' ไม่ลงหรอกค่ะ" คำว่า 'ยัยตัวแสบ' ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปนั้น มันช่างกวนประสาทเสียจริง แต่ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกกันล่ะเนี่ย! โต๊ะทำงานตัวใหญ่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นโต๊ะอาหารเฉพาะกิจ อาหารนานาชนิดถูกจัดเรียงอย่างน่ากิน มินตราทำหน้าที่เป็นพิธีกรจำเป็นคอยชงและปั่นประสาทเราสองคนด้วยมุกตลกและคำแซวเจ็บๆ คันๆ ตลอดมื้ออาหาร บรรยากาศที่ควรจะอึดอัดกลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและสงครามประสาทขนาดย่อมๆ ผ่านการปะทะคารม "ทานนี่หน่อยไหมคะคุณรินรดา เห็นคุณเคร่งเครียดกับแบบแปลนของไอริณมาทั้งวัน สมองน่าจะต้องการน้ำตาลเพิ่มนะ" มินตราตักขนมหวานเลื่อนไปให้วิศวกรสาว "ขอบคุณค่ะ แต่วิศวกรอย่างฉันชอบอะไรที่มัน 'ชัดเจน' และ 'ไม่หวานเลี่ยน' จนเกินไปมากกว่าค่ะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่สายตากลับเหลือบมองมาที่ฉันแบบมีความหมาย โอ T__T ยัยนี่! หล่อนจงใจแซะฉันชัดๆ! "อ๋อเหรอคะ? นึกว่าชอบแบบที่ขมปี๋จนต้องแอบใส่น้ำตาลซะอีก" ฉันสวนกลับทันควัน ไม่ยอมให้หล่อนบลัฟอยู่ฝ่ายเดียว "วิศวกรบางคนน่ะภายนอกดูแข็งกระด้างเหมือนเหล็กกล้า แต่พอโดนความร้อนเข้าหน่อยก็ละลายเป็นน้ำเหมือนกันนะคะ" รินรดาวางช้อนในมือลงช้าๆ เสียงกระทบกับจานกระเบื้องเบาหวิว แต่มันกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในความรู้สึกของฉันได้อย่างประหลาด เธอมองหน้าฉันตรงๆ นัยน์ตาส่อประกายความลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก "เหล็กกล้าจะละลายได้ ก็ต่อเมื่อเจอความร้อนที่สูงพอจะหลอมละลายโครงสร้างทั้งหมดของมันได้เท่านั้นแหละค่ะ... ซึ่งคุณก็รู้ดีว่ามันไม่ง่ายเลย" มินตราที่นั่งฟังอยู่ถึงกับสำลักน้ำซุป หล่อนรีบคว้าทิชชูมาเช็ดปากแล้วทำตาโตใส่เราสองคน "อุ๊ย! ฉันชักจะหายใจไม่ออกแล้วล่ะค่ะ แอร์ในห้องนี้ทำไมมันร้อนขึ้นเรื่อยๆ หรือว่าฉันควรจะหลบไปยืนรับลมข้างนอกดีนะ?" "ไม่ต้องลุกไปไหนเลยนะยะ ยัยมิน!" ฉันแหวใส่เพื่อนสนิทหน้าแดงแจ๋ มินตราหัวเราะคิกคักก่อนจะลุกขึ้นยืนจริงๆ "ไม่ไหวๆ อยู่เป็นก้างขวางคอพวกเธอแล้วรู้สึกบาปกรรมยังไงก็ไม่รู้ ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำข้างล่างก่อนนะคะ เดี๋ยวอีกสิบนาทีจะกลับมาเคลียร์เอกสารต่อ" พูดจบร่างเพรียวของเพื่อนรักก็รีบสาวเท้าเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปิดประตูลงกลอน (เบาๆ) ให้เสร็จสรรพ ทิ้งให้เราสองคนอยู่ตามลำพังท่ามกลางความเงียบที่โรยตัวลงมาแทนที่เสียงเจื้อแจ้วทันที ความเงียบงันครั้งนี้ไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนตอนแรก แต่มันกลับเต็มไปด้วยมวลอากาศที่หนาแน่นและอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นจนน่ากลัว รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานที่ฉันนั่งอยู่ทีละน้อย แรงกดดันจากตัวตนของเธอทำให้ฉันเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ เธอก้มตัวลงเล็กน้อย ใช้มือสองข้างค้ำขอบโต๊ะไว้ กักตัวฉันให้อยู่ในอ้อมแขนกลายๆ ผ่านพื้นที่แคบๆ บนเก้าอี้ "มินตราไปแล้ว..." เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบแผ่วเบa ชิดริมหูจนฉันรู้สึกได้ถึงไออุ่น "แล้ว... แล้วยังไงล่ะคะ" ฉันพยายามรักษาเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตาคู่สวยสบตากับเธออย่างไม่ยอมแพ้ รินรดาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางสะอาดๆ ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเธอทำให้ฉันสติกระเจิง "ก็หมายความว่า... ตอนนี้ไม่มีใครมาขัดจังหวะที่เรายังคุยกันไม่จบเมื่อกี้แล้วน่ะสิคะ" สายตาของเธอร้อนแรงขึ้นจนน่าใจหาย นิ้วเรียวสวยข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคล้าแก้มฉันออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "คุณไอริณคะ... ที่คุณบอกว่าอยากให้ความสัมพันธ์ของเรา 'ราบรื่น' เนี่ย... คุณหมายถึงแค่เรื่องงานออกแบบโครงสร้างจริงๆ ใช่ไหมคะ?" คำถามนั้นทิ่มแทงเข้ามากลางใจ พร้อมกับระยะห่างที่ลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ริมฝีปากของเธออยู่ห่างจากฉันแค่เพียงคืบเดียวเท่านั้น ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดรดรินอยู่บนริมฝีปากทำให้สติปัญญาอันชาญฉลาดของสถาปนิกสาวมั่นใจสูงอย่างฉันพังทลายลงในพริบตาเดียว ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของเราจะได้สัมผัสกันตามแรงดึงดูดของแรงโน้มถ่วงแห่งความเสน่หา... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบ พร้อมกับร่างของมินตราที่ผลักประตูพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนหน้าซีดเผือด "ไอริณ! รินรดา! แย่แล้ว! ข้างล่างตึกเกิดเรื่องใหญ่แล้ว... มีคน..." ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันนะคะ มาร่วมลุ้นความลับและบททดสอบครั้งใหม่ในตอนหน้าด้วยกันนะคะ! ❤️
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%