กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษไขเขียนแบบตีวนอยู่ในอากาศแคบ ๆ ของห้องประชุมโซนบี บรรยากาศรอบตัวกลับมาคุกรุ่นและเย็นยะเยือกขึ้นอีกครั้งอย่างเฉียบพลัน ดวงตาของรินรดาหรี่แคบลงทันทีเมื่อมองเอกสารโครงสร้างเหล็กดัดแปลงบนโต๊ะ ที่ถูกแก้ขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงฉานจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม
"คุณจะบอกว่าเสาหลักรับน้ำหนักตรงนี้ ต้องถูกร่นเข้ามาอีกสองเมตร เพื่อให้ระเบียงกระจกทรงโค้งของคุณมันดูเซ็กซี่ขึ้นอย่างนั้นเหรอคะ, คุณไอริณ?"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นเอ่ยขึ้น รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย นัยน์ตาสีเข้มฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด นิ้วเรียวภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนพ้นข้อศอกเคาะลงกับโต๊ะประชุมเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่มันกลับสร้างแรงกดดันให้คนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง
ไอริณลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดเส้นผมยาวสลวยไปด้านหลังอย่างไม่ี่นำพา เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากมีความเย่อหยิ่งท้าทายตามประศาสถาปัตยกรรมสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ความจำเจของตัวเลข
"ไม่ใช่แค่เรื่องเซ็กซี่ค่ะ, วิศวกร, แต่มันคือสุนทรียะที่คนคำนวณสูตรฟิสิกส์อย่างคุณไม่มีวันเข้าใจ ถ้าเสาต้นนั้นไม่ขยับ ตึกทั้งหลังก็จะดูทึบตันเหมือนกล่องเหล็กไร้จิตวิญญาณ ซึ่งฉันไม่มีวันยอมให้โปรเจกต์ของฉันมีรอยด่างพร้อยเด็ดขาด"
"แต่ถ้าขยับตามใจคุณ ค่าความเค้นและความปลอดภัยของโครงสร้างจะลดลงเกือบยี่สิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ!" รินรดาตบแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เธอก้าวเท้าเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ความห่างระหว่างพวกเธอเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว "คุณจะเอาความสวยงามที่ฉาบฉวย มาแลกกับความเสี่ยงที่ตึกนี้จะพังลงมาทับคนอื่นไม่ได้นะ, ไอริณ!"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนมีกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นผ่าน ทั้งสองจ้องตากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แรงปะทะระหว่าง 'ความงาม' และ 'ความปลอดภัย' ไม่เคยยอมลดละให้กันเลยสักครั้ง—แต่ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังจะอ้าปากร่ายยาวถึงกฎหมายควบคุมอาคาร ไอริณกลับนิ่งงันไป
ดวงตากลมโตคู่สวยของสถาปนิกสาวไม่ได้มองที่ริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอด ๆ ของรินรดาอีกต่อไปแล้ว แต่สายตาของเธอกลับเลื่อนต่ำลง... มองสำรวจตามเนื้อตัวของคนตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง หยุดคำพูดทั้งหมดไว้กลางคัน "คุณมองอะไรคะ? ฉันพูดเรื่องโครงสร้างอยู่..."
"เสื้อของคุณ..." ไอริณพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ กลายเป็นความอ่อนลงที่เจือด้วยความหงุดหงิดระคนเป็นห่วง "ทำไมกระดุมเม็ดบนถึงหลุดลุ่ยแบบนั้น แล้วนี่... ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า คุณแอร์ลงมาโดนตัวตรง ๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่ยอมใส่เสื้อคลุมคะ?"
รินรดาชะงัก เผลอก้มมองเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของตัวเองตามสัญชาตญาณ เธอเพิ่งรู้ตัวว่าแอร์ในห้องประชุมตัวนี้มันเสียและเป่าลมเย็นจัดใส่เธอมานานนับชั่วโมงจนผิวเนื้อขึ้นรอยแดงระเรื่อ แต่เธอมัวแต่หัวเสียเรื่องแบบแปลจนลืมสนใจความผิดปกติของร่างกายตัวเอง
ไอริณไม่รอให้วิศวกรสาวได้แก้ตัว มือเรียวบางที่มักจะถือแต่ปากกาและม้วนแบบแปลน เอื้อมมือออกไปคว้าสูทผ้าทวีตเนื้อหนาของตัวเองที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาแบบไม่ให้ตั้งหลัก แล้วคลุมไหล่บางนั้นไว้อย่างแน่นหนาด้วยความทะนุถนอม
สัมผัสอุ่นจัดจากเสื้อสูทที่ยังหลงเหลือไอความร้อนจากตัวไอริณ ทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามระบบกลไก กลับกระหน่ำรัวผิดจังหวะจนน่ากลัว
"ทำ... ทำอะไรของคุณเนี่ย" รินรดาเสมองไปทางอื่น ใบหูขาวเนียนเริ่มขึ้นสีแดงจัดอย่างปิดไม่มิด ความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาตีตื้นที่พวงแก้ม
"ก็เห็นว่ากำลังจะแข็งตายคาโต๊ะทำงานของฉันไงคะ" ไอริณตวัดสายตาค้อนใส่เบา ๆ แต่ทว่าน้ำเสียงและแววตากลับไม่ได้ดุอย่างที่ปากพูด มืออีกข้างยังคงจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่อย่างเบามือ ปลายนิ้วเรียวเผลอแตะโดนผิวต้นคอเนียนโดยไม่ตั้งใจ ส่งผลให้ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างนิ่งค้างไปชั่วขณะ
ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากกายสาว กลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นกระดาษเขียนแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของไอริณ กำลังหลอมละลายเกราะป้องกันทุกอย่างที่รินรดาสร้างขึ้นมาตลอดทั้งวัน
ดวงตากลมโตของไอริณเงยขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมของรินรดาอีกครั้ง ในระยะประชิดที่ใกล้เสียจนลมหายใจอุ่น ๆ ของทั้งคู่ปะปนกัน ความดื้อรั้นและท่าทีเชือดเฉือนหายวับไปกับตา เหลือเพียงประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความปากแข็งของสถาปนิกสาว—ความรู้สึกที่พยายามปิดบังมาตลอด เริ่มล้นปรี่ออกมาทางสายตาและสัมผัสจนแทบจะปิดไม่มิด
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดแต่หวานล้ำนี้ ทว่า...
*แกร็ก!*
เสียงเปิดประตูห้องประชุมถูกผลักเข้ามาอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของมินตราที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และเอกสารกองโตในมือ
"อุ๊ย! ฉันไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญ... ระหว่าง 'วิศวกรคนเก่ง' กับ 'ยัยตัวแสบ' ของเราอยู่ใช่ไหมคะเนี่ย?"
สการ์เล็ตโรสขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความฟินและอินไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มเปลี่ยนไปของทั้งคู่ในตอนนี้ด้วยนะคะ!
เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล•ตอนที่ 21
ความรู้สึกที่ปิดไม่มิด
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!