เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล•ตอนที่ 12

ชั่วโมงทำงานที่ยาวนาน

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนความหงุดหงิดที่พุ่งถึงขีดสุด แรงสั่นสะเทือนนั้นทำให้กาแฟดำในแก้วกระเซ็นเป็นวง รีสอร์ทหรูโปรเจกต์ยักษ์ที่ไอริณทุ่มเทแรงกายแรงใจออกแบบมาแรมเดือนกำลังจะพังไม่เป็นท่า ก็เพราะวิศวกรสาวหน้าตายตรงหน้าเธอยืนกรานว่า "มันเป็นไปไม่ได้ในทางฟิสิกส์" "คุณจะบอกว่าโครงสร้างกระจกโค้งไร้เสารับน้ำหนัก 180 องศาของฉันมันเป็นแค่เรื่องเพ้อฝันอย่างนั้นเหรอคะ คุณรินรดา?" ไอริณลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ส้นสูงสามนิ้วจิกพื้นพรมแน่นเพื่อค้ำยันความมั่นใจที่ถูกท้าทาย ดวงตากลมโตเฉี่ยวคมจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว เธอยอมรับว่ารินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มกับแว่นสายตากรอบบางดูน่าดึงดูดใจเป็นบ้า แต่ความหัวดื้อและสายตาเย็นชาคู่นั้นกลับชวนให้เธออยากเอาชนะจนตัวสั่น รินรดายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สำนักงาน นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ อย่างใจเย็น หล่อนถอดแว่นออกช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเซ็กซี่คู่นั้นโดยไม่หลบเลี่ยง "ฉันไม่ได้บอกว่ามันเพ้อฝันค่ะ... คุณไอริณ แต่ฉันกำลังบอกว่ามัน 'โง่เง่า' ในแง่ของความปลอดภัย" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เชือดเฉือนทุกอณูความรู้สึก "สถาปนิกอย่างคุณมักจะเอาแต่ใจตัวเอง สวยงามบนกระดาษ แต่วิศวกรอย่างฉันนี่แหละค่ะที่ต้องตามเช็ดล้างความฉิบหายถ้าตึกมันถล่มทับหัวคนตายขึ้นมาจริงๆ" "นี่คุณ!" ไอริณก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ จากตัวเธอลอยไปปะทะจมูกคมของรินรดา "อย่ามาดูถูกงานของฉันนะ ปรมาจารย์ด้านโครงสร้างระดับโลกเขายังชมว่าฉันกล้าหาญเลย แต่คุณ... ยัยวิศวกรสมองกระด้าง วันๆ คิดแต่เรื่องแรงเหวี่ยงกับคานรับน้ำหนัก จนลืมไปแล้วมั้งว่ามนุษย์เราต้องการความสุนทรียéในการมองเห็น!" รินรดาไม่ถอยหนี หล่อนเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกสาวตัวแสบที่กำลังหายใจฮึดฮัดด้วยความโกรธ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ แววตาของวิศวกรสาวไหววับไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง "ถ้ามั่นใจนักว่างานตัวเองสวยจนยอมแลกได้ทุกอย่าง..." รินรดาผุดลุกขึ้นยืนบ้าง ความสูงของหล่อนทำให้ไอริณต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย "งั้นเรามาพิสูจน์กันที่นี่ คืนนี้... จนกว่าจะคำนวณแบบแปลนนี้เสร็จและผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย ห้ามใครออกจากห้องนี้เด็ดขาด" "ห๊ะ? นี่คุณบ้าไปแล้วหรือไง นี่มันตีสองแล้วนะ!" "หวังว่าคุณจะทนแรงกระแทกไหว... นะคะ" รินรดากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่มักใช้พูดจาเยەเย้ยแปรเปลี่ยนเป็นความพร่าพร่าอย่างประหลาด ลลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอทำเอาไอริณ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะโกรธขึงเมื่อครู่ กลับเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก สถาปนิกสาวผละถอยหลังโดยอัตโนมัติ ร่างบางชนเข้ากับชั้นวางหนังสือจนเอกสารเกือบหล่นลงมา บรรยากาศในห้องทำงานกว้างใหญ่ยามวิกาลเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟสีส้มจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานที่สาดส่องลงมาเคลือบไล้ร่างของคนทั้งสองให้ดูเย้ายวนยิ่งขึ้น รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างผู้กุมเกมเหนือกว่า ขณะที่ไอริณได้แต่วางฟอร์มเชิดหน้าใส่ แม้ในใจจะเริ่มปั่นป่วนกับแรงดึงดูดประหลาดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ระหว่างเธอกับยัยวิศวกรปากร้ายคนนี้ "นั่งลงค่ะ... คุณสถาปนิกตัวแสบ งานชิ้นนี้รอให้เรามาสะสางกันให้จบ" รินรดาดึงเก้าอี้ให้ไอริณนั่งลง ก่อนที่ตัวเธอจะโน้มตัวลงทาบทับด้วยวงแขนทั้งสองข้างเพื่อกางแบบแปลนบนโต๊ะ กลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของวิศวกรสาวโชยเข้าจมูกไอริณจนแทบไม่มีสมาธิมองตัวเลขทางคณิตศาสตร์ที่ยั้วเยี้ยอยู่บนกระดาษ ร่างกายของพวกเธอเบียดชิดกันจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า "มองอะไรคะ? หน้าฉันมีสูตรคำนวณแรงเฉือนติดอยู่หรือไง" รินรดาเอ่ยแซ่บโดยไม่ละสายตาจากใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "เปล่าซะหน่อย... ฉันแค่กำลังคิดว่าหน้าคุณตอนนี้มันน่าเอาปากกาเคมีมาเขียนเล่นชะมัด" ไอริณสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกร้าวลงไปครึ่งหนึ่ง สายตาเผลอไผลไปมองริมฝีปากหยักสวยที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ความเงียบโรยตัวลงมาครู่ใหญ่ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของคนทั้งคู่ จากการปะทะคารมที่ดุเดือดเมื่อหัวค่ำ กลายมาเป็นความใกล้ชิดที่แนบแน่นขึ้นทีละนิดอย่างไร้รอยต่อ รินรดาชะوกหน้าเข้ามาใกล้ใบหูของไอริณอีกครั้ง มือเรียวเอื้อมไปจัดปอยผมที่หลุดลุ่ยให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาไอริณสะعัดและนิ่งค้างไปชั่วขณะ "ปากเก่งแบบนี้... ไม่รู้ว่าจะเก่งไปได้สักกี่น้ำ" รินรดาพูดเสียงกระซิบพร่าต่ำ ไอริณเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยประโยคเจ็บๆ คันๆ ตามนิสัยเดิม แต่ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกดังขึ้นขัดจังหวะความวาบหวามในยามวิกาลอย่างไม่รู้กาลเทศะ รินรดาผละตัวออกห่างด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย ขณะที่ไอริณถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก (ปนเสียดายแปลกๆ) ที่รอดพ้นจากสถานการณ์หัวใจวายเมื่อครู่ รินรดาเดินไปเปิดประตูด้วยใบหน้าเรียบตึง ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงโปรดของบุคคลปริศนาก้าวเข้ามาในห้องทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมายังไอริณ "อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย พอดีเอาเอกสารด่วนมาส่ง... แต่ดูท่าทางพวกเธอสองคนคงกำลัง 'คำนวณ' อะไรที่ลึกซึ้งกว่างานออกแบบซะแล้วมั้ง" รอยยิ้มของมินตราทำให้ไอริณหน้าถอดสีทันที ขณะที่รินรดากำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะในโมเมนต์สำคัญ! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของสการ์เล็ตโรสนะคะ
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%