เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล•ตอนที่ 13

ความลับที่รินรดาซ่อนไว้

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
เสียงกระแทกของแก้วกาแฟเซรามิกกระทบลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียงนั้นดังพอจะทำให้บรรยากาศรอบตัวที่ตึงเครียดอยู่แล้วยิ่งดิ่งลงเหวไปกันใหญ่ ไอริณกอดอกมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ขณะที่มินตราไหวไหล่อย่างไม่ยี่หี้ เธอยังคงส่งยิ้มหวานหยดที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้มากกว่าจะประทับใจ "แกจะเล่นเกมอะไรของแกอีก, มินตรา?" ไอริณเปิดฉากถามทันที น้ำเสียงของเธอแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่ยังคุกรุ่นมาจากเหตุการณ์เมื่อครู่ รอยยิ้มของมินตราก่อนหน้านี้มันจงใจเกินไป ตั้งใจจะปั่นหัว ตั้งใจจะสร้างรอยร้าวในจุดที่เปราะบางที่สุด "เปล่าสักหน่อย ฉันแค่ทักทายเพื่อนร่วมงานตามประสาคนมนุษยสัมพันธ์ดี..." มินตราลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "แต่ดูท่าทาง... คนที่ร้อนรนจะไม่ใช่ฉันนะไอริณ ดูโน่นสิคะ แม่วิศวกรเครื่องกลสุดเนี๊ยบของแก หน้าตาบูด Bitchy กว่าเดิมอีกมั้งป่านนี้" ไอริณชะงัก เธอนึกถึงรินรดาก่อนหน้านี้—ภาพที่รักษากฎระเบียบทุกกระเบียดนิ้วแต่กลับกำหมัดแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ใบหน้าที่เรียบเฉยราตุ๊กตากระเบื้องเคลือบนั้นกำลังซ่อนพายุอารมณ์อะไรไว้กันแน่? และที่สำคัญที่สุด... ทำไมรินรดาต้องแสดงท่าทีไม่พอใจขนาดนั้นตอนที่มินตราเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเธอ? สถาปนิกสาวสะบัดหน้าหนีเพื่อนสนิทตัวแสบ ก้าวเท้าฉับๆ ออกจากโซนพักผ่อนตรงดิ่งไปยังห้องทำงานฝั่งวิศวกรรมทันทีโดยไม่สนใจเสียงเรียกไล่หลังของมินตรา หัวใจของเต้นรัวด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความกระวนกระวายใจที่เธอเกลียดนักที่จะยอมรับ ประตูกระจกฝ้าของห้องทำงานรินรดาปิดสนิท ไอริณเคาะสองครั้งตามมารยาทก่อนจะผลักเข้าไปโดยไม่รอคำอนุญาต ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก รินรดานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานที่กองไปด้วยแปลนและตัวเลข แต่วิซาดสาวแห่งวงการเครื่องกลไม่ได้กำลังคำนวณสตรีมไลน์หรือแรงเฉือนใดๆ ในตอนนี้ ข้อศอกทั้งสองข้างวางอยู่บนโต๊ะ ฝ่ามือทั้งคู่ยกขึ้นกุมขมับ และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ไหล่บางนั้นกำลังสั่นเทาเล็กน้อย "ริน..." ไอริณหลุดปากเรียกเบาๆ ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตระหนักรู้บางอย่างที่พุ่งชนหน้าอกอย่างแรง นี่ไม่ใช่ความเย็นชา... นี่คือเกราะป้องกัน รินรดาสสะดุ้งสุดตัว รีบเงยหน้าขึ้นมา ปรับสีหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อกลับมาสวมหน้ากากความไร้ความรู้สึก แต่ไม่ทันเสียแล้ว... ไอริณตาไวพอที่จะเห็นร่องรอยของหยาดน้ำตาที่คลออยู่ริมขอบตาคู่นั้น แม้มันจะถูกกะพริบไล่อย่างรวดเร็วก็ตาม "คุณเข้ามาทำไมโดยไม่เคาะ..." เสียงของรินรดาแหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อย แม้เธอจะพยายามบังคับมันให้ราบเรียบแค่ไหนก็ตาม "นี่มันโซนวิศวกรรม สถาปนิกหัวขบถอย่างคุณควรจะไปตรวจหน้างานก่อสร้าง ไม่ใช่มาเดินเล่นแถวนี้" "ฉันเคาะแล้ว สองครั้งด้วย" ไอริณเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ไม่สน​ใจคำขับไล่ทางอ้อมนั่น สายตาของเธอคมกริบกวาดสำรวจสภาพของอีกฝ่ายตั้งแต่เส้นผมที่รวบไว้หลวมๆ จนถึงมือที่ยังคงซ่อนสั่นอยู่ใต้โต๊ะ "แล้วก็... เลิกทำเป็นปากแข็งใส่ฉันสักที รินรดา" "ฉันไม่ได้ปากแข็ง และฉันก็ไม่ได้เป็นอะไร" วิศวกรสาวตอบกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นสบตา แต่แววตาสั่นระริกนั้นทรยศคำพูดของเธอสิ้นเชิง "ถ้าไม่มีเรื่องงาน กรุณาออกไปค่ะ ฉันมีงานต้องเคลียร์อีกกองโต" ไอริณไม่ถอย เธอตัดสินใจก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ใช้มือเรียวบางกดลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวเข้าไปหาอีกฝ่ายระยะประชิด ความใกล้ชิดนี้ทำให้ได้กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากตัวรินรดา ปะปนกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ "คนไม่ได้เป็นอะไร ที่ไหนเขากำmปั้นแน่นจนเล็บจิกเนื้อตัวเองแบบนั้นกันคะ?" ไอริณกระซิบถาม เสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว มันไม่มีความเยาะเย้ยถากถาง เหลือเพียงความนุ่มนวลชวนค้นหาที่ทำให้อีกฝ่ายหายใจติดขัด รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอนั่งหลังตรงพิงพนักเก้าอี้เพื่อสร้างระยะห่าง แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นถูกตรึงไว้ด้วยสายตาของไอริณที่จ้องมองมาอย่างทะลุปรุโปร่ง "มันเรื่องส่วนตัวของคุณไอริณตรงไหน..." "ทุกตรงค่ะ" ไอริณสวนกลับทันทีอย่างไม่ยอมแพ้ "เพราะตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว... คุณแสดงออกชัดเจนว่าหงุดหงิดที่มินตราเข้ามาขัดจังหวะ และตอนนี้คุณก็กำลังนั่งร้องไห้เงียบๆ คนเดียวในห้องทำงานทึบๆ นี่... บอกมาเถอะรินรดา ใครทำอะไรคุณ? หรือว่า..." ไอริณชะงักไปนิดเมื่อนึกถึงปมในใจที่เธอพอจะรู้มาบ้างเกี่ยวกับครอบครัวสายวิชาการของอีกฝ่าย "หรือว่าเรื่องโปรเจกต์นี้? หรือทางบ้านคุณอีกแล้ว?" คำพูดนั้นราวกับลูกศรที่พุ่งปักเข้ากลางเป้า รินรดาชะงักกึก สีหน้าที่พยายามควบคุมไว้แตกกระเจิงในเสี้ยววินาที ความเจ็บปวด ความกดดัน และความอึดอัดที่สะสมมานานนับแรมปีฉายชัดขึ้นมาในแววตาคู่นั้นจนไอริณรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกแทน "คุณไม่รู้อะไรเลย... ไอริณ" รินรดาพึมพำออกมาในที่สุด น้ำเสียงของเธอบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าเกินกว่าจะต่อสู้ต่อ "คนอย่างคุณ ที่ใช้ชีวิตตามใจตัวเอง แหกทุกกฎเกณฑ์ มีอิสระเต็มที่ในการสร้างสรรค์... คุณไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าการต้องแบกความคาดหวังของคนทั้งตระกูลไว้บนบ่า มันหนักหนาแค่ไหน" ไอริณนิ่งงัด สัมผัสได้ถึงรอยร้าวลึกในใจของผู้หญิงตรงหน้า แผลใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดวิศวกรสาวผู้ไร้ที่ติ กำแพงเหล็กที่รินรดาสร้างขึ้นไม่ได้มีไว้เพื่อผลักไสคนอื่น แต่มันมีไว้เพื่อปกป้องหัวใจที่แตกสลายต่างหาก "งั้นก็สอนให้ฉันเข้าใจสิคะ" ไอริณพูดเบาๆ แต่หนักแน่น เธอเอื้อมมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนหลังมือที่กำแน่นของรินรดาบนโต๊ะ บังคับให้อีกฝ่ายคลายกำปั้นออกอย่างอ่อนโยน "ถ้ามันหนักเกินไป... ก็แบ่งมาให้ฉันแบกบ้างก็ได้นะ" รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ความอบอุ่นจากมือของไอริณกำลังแผ่ซ่านเข้ามาในความหนาวเหน็บที่เธอคุ้นเคยชินชา แต่นั่นยิ่งทำให้เธอกลัว... กลัวว่าตัวเองจะเผลอใจเสพติดความอบอุ่นนี้ กลัวว่าถ้าเธอยอมเปิดใจ เธอจะไม่มีวันปล่อยผู้หญิงคนนี้ไปได้อีกเลย ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล *ก๊อกๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย "อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ ขัดจังหวะอะไรกันอยู่หรือเปล่าเอ่ย?" เสียงหวานหยดย้อยของมินตราดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ระบายอยู่บนใบหน้า แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับร่างสูงโปรดของใครอีกคนที่เดินตามหลังมินตราเข้ามาในห้องทำงาน รินรดาหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของแขกผู้มาใหม่ ขณะที่ไอริณหันขวับไปมองด้วยความไม่พอใจ และประโยคถัดมาที่หลุดจากปากของบุคคลที่สามคนนั้น ก็ทำให้ลมหายใจของทุกคนในห้องหยุดชะงักลงทันที... -"ฉันคิดไว้แล้วไม่มีผิด ว่าลูกสาวคนเก่งของฉันแอบมาหลบเลียแผลใจอยู่กับ'เด็กสร้างบ้าน'คนนี้นี่เอง"- --- ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ สการ์เล็ตโรส
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%