เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล•ตอนที่ 9

รุ่งเช้าที่น่าจดจำ

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
"ถ้าคิดว่าความเงียบคือคำตอบที่ฉลาดที่สุด ฉันว่าคุณกำลังประเมินสมองตัวเองสูงไปหน่อยนะคะ รินรดา" ไอริณเอ่ยขึ้นท่ามกลางความกดอากาศที่ต่ำจนแทบหายใจไม่ออก สายตาคู่คมของสถาปนิกสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย ราวกับจะเค้นเอาความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีสุขุมนิ่งเฉยนั้นออกมาให้ได้ มินตราที่ยืนอยู่ข้างหลังทำเพียงยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ดูราวกับผู้ชนะที่เพิ่งหย่อนระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวงสนทนาแล้วรอดูผลลัพธ์ด้วยความบันเทิงใจ รินรดาไม่ได้ถอยหนี เธอปรับระดับลมหายใจให้เป็นปกติ แม้หัวใจจะเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก วิศวกรสาวขยับตัวเข้าหาไอริณช้าๆ จนระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมกับกลิ่นฟีโรโมนจางๆ ของความตื่นตระหนกทำให้ไอริณชะงักไปครู่หนึ่ง "บางครั้ง... ความจริงที่มินตราพูด ก็ใช่ว่าจะเป็นความจริงทั้งหมดที่คุณควรได้รับรู้ในตอนนี้" รินรดากระซิบเสียงพร่า น้ำเสียงนั้นไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนทุกที แต่มันกลับแฝงด้วยความอ่อนล้าที่ยากจะปิดบัง "ไม่ต้องมาใช้ตรรกะวิศวกรวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของเราค่ะ" ไอริณฟาดกลับทันควัน มือเรียวสวยเอื้อมไปกระชากปกเสื้อเชิ้ตของรินรดาเบาๆ ให้ขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม "เราตกลงกันแล้วว่างานคือส่วนของงาน แต่ถ้าคุณเอาความลับเน่าๆ ของโปรเจกต์นี้มาเป็นเครื่องต่อรองเพื่อให้ฉันยอมก้มหัวให้คุณบอกเลยว่าคุณคิดผิด" "ฉันไม่เคยคิดจะต่อรองกับคุณ" รินรดาแทรกขึ้นมาทันที แววตาที่เคยนิ่งสงบเปลี่ยนเป็นร้อนแรงขึ้นมาอย่างประหลาด "ฉันแค่... กลัวว่าถ้าคุณรู้แล้ว คุณจะไม่อยู่ในเซฟโซนเดิมที่ฉันสร้างไว้ให้คุณอีกต่อไป" "เซฟโซนที่ว่านั่นมันพังตั้งแต่วินาทีที่คุณตัดสินใจโกหกฉันเรื่องแบบแปลนโครงสร้างชั้นใต้ดินแล้วค่ะ!" มินตราที่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มเลยเถิดไปไกลจึงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ว้าว ดูเหมือนบรรยากาศจะร้อนแรงกว่าที่ฉันคิดแฮะ เอาเป็นว่าฉันให้เวลาพวกคุณไปเคลียร์กันเองดีกว่านะจ๊ะ ส่วนเรื่องเอกสารลับฉบับนั้น... ฉันเชื่อว่ารินรดาคงจัดการได้ดีพอที่จะไม่ทำให้ไอริณต้องตกงานหรอก จริงไหม?" มินตราหมุนตัวเดินออกไปทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดที่อบอวลอยู่รอบตัวไอริณและรินรดา เมื่อประตูปิดลง ไอริณไม่ได้คลายมือที่กำปกเสื้ออีกฝ่ายออก ตรงกันข้าม เธอกลับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจรินรดาปะทะเข้ากับแก้มใส "พูดมา... ว่าเรื่องจริงที่มินตราพูดมันหมายถึงอะไร" ไอริณกดเสียงต่ำ แววตาของเธอสั่นไหวด้วยความสับสน "ที่บอกว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งในแผนการทำลายบริษัท... มันหมายความว่ายังไงรินรดา" รินรดาหลับตาลงแน่น มือหนาของวิศวกรสาวค่อยๆ ยกขึ้นมาจับข้อมือของไอริณ สัมผัสที่เย็นเยียบจากปลายนิ้วไอริณทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกแผดเผา เธอรู้ดีว่าหากเปิดปากพูด ความสัมพันธ์ที่เธอยอมถอยกลับมาอยู่ในมุมมืดเพื่อปกป้องไอริณจะต้องจบลง "ถ้าฉันบอกไป... คุณจะเกลียดฉันไหม" รินรดาถามด้วยเสียงแผ่วเบา "ถ้าไม่พูดตอนนี้ คุณจะไม่ได้เห็นแม้แต่หน้าฉันอีกเลย" คำขู่ที่ดูเหมือนจะไร้น้ำหนักกลับทำให้น้ำตาของรินรดาเอ่อล้นออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ ผละออกจากไอริณแล้วเดินไปที่โต๊ะทำงาน รื้อลิ้นชักชั้นล่างสุดออกมาเพื่อหยิบแฟ้มสีน้ำเงินเข้มที่เธอซ่อนไว้เป็นเวลานาน รินรดาโยนแฟ้มนั้นลงบนโต๊ะตรงหน้าไอริณ "ที่บริษัทไม่ได้ต้องการแค่ดีไซน์สวยๆ ของคุณ ไอริณ" รินรดาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "พวกเขาต้องการให้คุณเป็น 'แพะ' ในกรณีที่โครงสร้างนี้พังลงมาจากการโกงวัสดุของฝ่ายบริหาร และฉัน... ฉันถูกจ้างมาเพื่อเซ็นอนุมัติวัสดุเหล่านั้น แต่ฉันเลือกที่จะแก้ไขมันและดึงคุณออกมาจากแผนการนี้ตั้งแต่แรก" ไอริณอ้าปากค้าง มือที่กำลังเปิดแฟ้มสั่นเทา เอกสารภายในนั้นไม่ได้มีแค่รายการวัสดุ แต่ยังมีชื่อของเธอถูกระบุไว้ในฐานะ 'ผู้รับผิดชอบหลัก' ในทุกความผิดพลาดที่กำลังจะเกิดขึ้น "นี่มันอะไรกัน..." ไอริณแทบหยุดหายใจ "มันคือเหตุผลที่ฉันต้องเข้มงวดกับงานของคุณ และเหตุผลที่ฉันต้องคอยดุคุณตลอดเวลา" รินรดาเดินเข้ามากอดร่างบางไว้จากด้านหลัง วางคางเกยไว้ที่ไหล่ของไอริณ "ฉันปกป้องคุณได้เท่าที่คนอย่างฉันจะทำได้... แต่ตอนนี้ ความลับนี้มันหลุดไปถึงหูมินตราแล้ว" ไอริณนิ่งงันไปครู่ใหญ่ หัวใจที่เคยโกรธเกรี้ยวกลับเย็นวาบเมื่อเข้าใจความหมายของ 'เซฟโซน' ที่รินรดาพยายามสื่อ "หมายความว่าที่ผ่านมา... คุณไม่ได้ร้ายกับฉันเพราะเกลียดเหรอ?" รินรดากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น เธอซุกหน้าลงกับลำคอระหงของไอริณ กลิ่นกายของสถาปนิกสาวที่เธอหลงใหลทำให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมา "ฉันจะเกลียดคนที่ฉันรักได้ยังไงไอริณ... ที่ฉันทำไปทั้งหมด ก็เพื่อให้คุณรอดจากนรกที่เขากำลังขุดหลุมรอคุณอยู่" ไอริณนิ่งค้างไปกับคำว่า 'รัก' ที่หลุดออกมาจากปากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นศัตรูหัวใจคนสำคัญ เธอค่อยๆ หมุนตัวกลับมาสบตากับคนตรงหน้า แววตาของรินรดายามนี้ช่างดูแตกสลายและต้องการที่พึ่งพิงเหลือเกิน บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่กดดัน หากแต่เป็นความเงียบที่มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทว่า... ในจังหวะที่ไอริณกำลังจะเอ่ยปากถามถึงทางออกของเรื่องทั้งหมด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นถี่ๆ พร้อมกับเสียงที่ไม่ควรจะได้ยินในเวลานี้ "ไอริณ! รินรดา! พวกคุณอยู่ข้างในใช่ไหม!" เสียงของท่านประธานใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงไขกุญแจห้องที่ถูกเปิดออกอย่างถือวิสาสะ รินรดาเบิกตากว้าง เธอรีบคว้าแฟ้มสีน้ำเงินนั้นซ่อนไว้ใต้กองเอกสารบนโต๊ะทันที ก่อนจะรีบผละออกจากไอริณที่ยังคงยืนอึ้งอยู่กลางห้อง ประตูเปิดผางออก... ท่านประธานยืนอยู่หน้าห้องพร้อมด้วยมินตราที่ยิ้มกริ่มอยู่ข้างหลัง แววตาของประธานจ้องมองมายังทั้งสองคนที่ยืนห่างกันไม่ถึงเมตรด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก "ในเมื่อพวกคุณสองคนทำงานร่วมกันได้ดีขนาดนี้" ท่านประธานเอ่ยเสียงเรียบ "งั้นเรามาเริ่ม 'การทดสอบ' ครั้งสุดท้ายกันเลยดีกว่า... ก่อนที่โครงการนี้จะพังไม่เป็นท่า" สการ์เล็ตโรสหวังว่ารี้ดเดอร์จะยังไม่รีบวางหนังสือลงนะคะ เพราะตอนหน้าความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะเริ่มก่อตัวกำลังจะถูกทดสอบด้วยเดิมพันที่ใหญ่กว่าชีวิตค่ะ
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%