เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล•ตอนที่ 8

บทสนทนาที่ไม่มีเรื่องงาน

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
“ถ้าจะมาเพื่อเรียกร้องความสนใจ ฉันว่าคุณเดินกลับไปที่ลิฟต์ตอนนี้ยังทันนะคะ คุณรินรดา” ไอริณยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องชุดหรูในย่านใจกลางเมือง สายตาเรียวคมของสถาปนิกสาวจดจ้องร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงผนังโถงทางเดินอยู่ก่อนแล้ว รินรดาในชุดทำงานที่ดูเนี้ยบกริบจนน่าหมั่นไส้ไม่ได้แสดงท่าทีสะทกสะท้านแม้แต่น้อย ใบหน้าสวยนิ่งเฉยดุจรูปปั้นหินอ่อนทว่าแฝงไปด้วยประกายความดื้อรั้นที่ไอริณเกลียดเข้าไส้ “ถ้าฉันบอกว่าไม่ได้มาเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่มาเพื่อ ‘ทวง’ ของที่ลืมไว้ล่ะคะ?” รินรดาขยับตัว ก้าวเข้ามาในระยะที่ใกล้จนไอริณสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นสะอาดแบบเครื่องจักรและโลหะที่เธอมักจะค่อนแคะว่ามัน ‘ไร้ชีวิต’ “ของอะไรคะ? ถ้าเป็นงานดราฟต์ที่เถียงกันค้างไว้ ฉันไม่มีอารมณ์มาดีเบตกับวิศวกรที่เอาแต่ยึดติดกับตัวเลขในตอนนี้หรอกนะ” ไอริณถอยหลังหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณเมื่อรินรดาขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกำแพงห้อง “ไม่ใช่เรื่องงานค่ะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบนั้นทำให้หัวใจของไอริณกระตุกวาบ รินรดาเบี่ยงตัวเดินผ่านเข้าไปในห้องราวกับเป็นเจ้าของสถานที่ ไอริณได้แต่เม้มปากแน่นก่อนจะปิดประตูห้องเสียงดังปัง ความโกรธที่เตรียมจะระเบิดออกมากลับกลายเป็นความสับสนเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายที่ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ไอริณเดินตามเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว แสงไฟจากตึกสูงภายนอกสะท้อนเข้ามาผ่านกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นรินรดาที่นั่งลงบนโซฟาหนังตัวโปรดของเธอ สภาพของคนตรงหน้าดูไม่เหมือนวิศวกรสาวมาดเนี้ยบที่เธอรู้จัก เนคไทถูกคลายออกจนหลวม มือเรียวบางนวดคลึงขมับราวกับคนกำลังปวดหัวอย่างหนัก “ฉันเพิ่งดื่มมา” รินรดาสารภาพสั้นๆ โดยไม่มองหน้า “และที่มาที่นี่ เพราะฉันไม่อยากอยู่กับความเงียบในห้องตัวเอง” ไอริณหยุดยืนนิ่ง ความรู้สึกขุ่นเคืองในใจค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความประหลาดใจ เธอเดินไปหยิบแก้วน้ำเย็นจากตู้เย็นก่อนจะเดินไปวางลงตรงหน้าอีกฝ่าย “เมาเหรอคะ? วิศวกรผู้แสนสมบูรณ์แบบอย่างคุณเนี่ยนะมานั่งเมาอยู่หน้าห้องคนอื่น?” รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมคายที่มักจะเฉียบขาดคู่นั้นดูฉ่ำวาวและสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แสงไฟสลัวขับเน้นให้ใบหน้าของรินรดาดูเซ็กซี่อย่างประหลาด มันไม่ใช่ความเซ็กซี่แบบที่ไอริณเคยเห็นในแมกกาซีน แต่มันคือความเปราะบางที่น่าค้นหาจนมือของเธอสั่นโดยไม่รู้ตัว “ไอริณ...” เสียงเรียกนั้นแหบพร่า “ที่ฉันชอบเถียงคุณ เพราะฉันเกลียดเวลาที่คุณทำหน้าไม่สนใจฉันต่างหาก” ไอริณชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก “คุณพูดอะไรของคุณน่ะ?” รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างกายที่โอนเอนเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ไอริณต้องก้าวเข้าไปประคองโดยอัตโนมัติ ทันทีที่สัมผัสโดนแขนแกร่งนั้น กลิ่นความเมามายปนความเย็นเยียบของรินรดาก็อบอวลไปทั่วบริเวณ ความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่งทำให้บรรยากาศในห้องที่เคยเย็นฉ่ำกลายเป็นร้อนระอุ “ฉันเหนื่อย” รินรดากระซิบข้างหู ลมหายใจอุ่นจัดรดรินผิวแก้ม “เหนื่อยที่ต้องวางแผนทุกอย่าง เหนื่อยที่ต้องเป็นคนมีเหตุผล... บางครั้ง ฉันก็แค่อยากเป็นคนไร้สาระแบบที่คุณชอบทำบ้าง” ไอริณมองสบตาคนตรงหน้า ความโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกปั่นป่วนที่ตีรวนอยู่ในอก เธอเป็นสถาปนิกที่มองออกถึงโครงสร้างของทุกสิ่ง แต่ตอนนี้เธอไม่สามารถอ่านโครงสร้างของความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นนี้ได้เลย “ถ้าคุณอยากพัก...” ไอริณขยับตัวเข้าใกล้จนหน้าผากของทั้งคู่แตะกันเบาๆ “ก็หัดทำตัวให้มันน่ารักกว่านี้หน่อยสิคะ” รินรดายิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูร้ายกาจแต่ก็แฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้ไอริณต้องกลั้นหายใจ มือของรินรดาเอื้อมขึ้นมาแตะกรอบหน้าของไอริณแผ่วเบา ปลายนิ้วเย็นเฉียบลากผ่านริมฝีปากของเธอช้าๆ จังหวะหัวใจของไอริณเต้นรัวราวกับกลองรบ “น่ารักแบบนี้... พอไหมคะ?” รินรดาลดใบหน้าลงมาจนชิดปลายจมูก ไอริณหลับตาลงรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น บรรยากาศรอบข้างเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ทว่าในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน เสียงเคาะประตูห้องอย่างแรงก็ดังขึ้นจนสะดุ้งกันทั้งคู่ *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* “ไอริณ! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าแกอยู่ในนั้นกับใคร!” เสียงของมินตราดังทะลุบานประตูเข้ามาด้วยโทนเสียงที่ร้อนรนและแสดงความสะใจอย่างปิดไม่มิด รินรดาถอยห่างออกมาทันที แววตาที่เคยฉ่ำวาวเมื่อครู่กลับมาเย็นชาและตื่นตระหนก ไอริณหันไปมองประตูห้องด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจว่าเพื่อนสนิทของเธอมาทำอะไรที่นี่ในเวลาตีสอง ไอริณเอื้อมมือไปปลดล็อกประตูอย่างแรง ทันทีที่ประตูเปิดออก ร่างของมินตราก็พุ่งเข้ามาด้วยท่าทีตื่นตระหนกเกินเหตุ แต่เมื่อสายตาของมินตรากวาดมองเห็นรินรดาที่ยืนอยู่กลางห้องพร้อมเนคไทที่หลุดลุ่ย เพื่อนสาวก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยกยิ้มร้ายกาจที่ทำให้ไอริณรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี “ไอริณ... ฉันไม่ได้จะมาขัดจังหวะหรอกนะ” มินตราพูดเสียงสั่นจงใจให้รินรดาได้ยิน “แต่ฉันต้องบอกแก... ข่าวจากบริษัทเพิ่งแจ้งมาว่า ‘คู่หมั้น’ ที่คุณรินรดาซ่อนไว้... เขากำลังนั่งเครื่องบินกลับมาถึงไทยคืนนี้แล้วนะ” ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง ไอริณหันกลับไปมองรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ริมฝีปากของวิศวกรสาวเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง แววตาสั่นไหวคู่นั้นไม่ได้ปฏิเสธความจริงที่มินตราเพิ่งพ่นออกมา สการ์เล็ตโรสหวังว่ารี้ดจะยังไม่ลงจากรถไฟเหาะอารมณ์นี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและคอยเป็นกำลังใจให้กันเสมอค่ะ!
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%