"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร รินรดา? ถึงได้เข้ามาตัดสินชีวิตและการทำงานของฉันด้วยตรรกะเครื่องจักรกลเย็นชาพวกนั้น!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นห้องประชุมใหญ่จนเอกสารแบบแปลนโครงสร้างกระจัดกระจาย ไอร้อนจากอารมณ์ที่ปะทุขึ้นพุ่งชนกันจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะลุกเป็นไฟ ไอริณยืนจ้องหน้าวิศวกรสาวคู่ปรับด้วยดวงตาวาวโรจน์ ปลายเล็บที่ทาเคลือบเจลสีแดงเพลิงจิกเข้าหากันแน่นจนสั่นระริก เธอกำลังโกรธ... โกรธจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ ให้สมกับความอัดอั้นที่สะสมมานาน
รินรดายืนนิ่งสนิท ใบหน้าสวยคมเรียบเฉยราดรดด้วยความเยือกเย็น แววตาสีเข้มมองตอบสถาปัตยกรรมสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก เธอไม่ได้ขยับตัวถอยหนีแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวประสานกันไว้ที่หน้าท้อง ท่าทีสงบเสงี่ยมนั้นยิ่งราดน้ำมันลงบนกองเพลิงในใจของไอริณให้ลุกโชนหนักขึ้นไปอีก
"ถ้าฉันไม่ตัดสินด้วยตรรกะและเหตุผล ตึกหลังนี้คงพังลงมาทับคนตายไปครึ่งเมืองแล้วค่ะ, คุณไอริณ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบยาพิษ "งานดีไซน์ที่เอาแต่ใจตัวเอง มองข้ามความปลอดภัยทางวิศวกรรม มันไม่ใช่ศิลปะหรอกนะคะ... มันคือความมักง่าย"
"นี่คุณว่าฉันมักง่ายเหรอ?!" ไอริณปรี่เข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายทันที ระยะห่างระหว่างพวกเธอเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ของไอริณปะทะเข้ากับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านและเยือกเย็นของรินรดา ความใกล้ชิดที่ควรจะสร้างความหวั่นไหว กลับเต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความเกรี้ยวกราดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ "คุณไม่เคยเข้าใจงานของฉันเลย สักนิดเดียว! ทุกเส้นสาย ทุกมุมโค้งที่ฉันออกแบบ ฉันใส่หัวใจลงไป... แต่คุณกลับมองมันเป็นแค่ตัวเลขที่ผิดพลาด!"
"แล้วหัวใจของคุณมันเคยแคร์ความเป็นจริงบ้างไหมคะ?" รินรดาขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม กดสายตาลงมองคนตัวเล็กกว่าที่กำลังฮึดฮัดเหมือนแมวป่าขนพอง "คุณยังติดอยู่กับภาพฝันในอดีต... ภาพที่ใครๆ ก็ตามใจคุณ ปล่อยให้คุณทำอะไรตามอำเภอใจโดยไม่ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ แต่นี่มันโลกความเป็นจริงค่ะไอริณ และฉันไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กที่จะคอยมาเช็ดก้นให้เวลาคุณสร้างปัญหา!"
คำพูดประโยคเดียว... แทงตรงเข้าไปกลางใจของไอริณราวกับมีดสั้น ร่างบางชะงักกึก ดวงตากลมโตไหวระริก ปราการความแข็งแกร่งที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดพังทลายลงในเสี้ยววินาที ความทรงจำในอดีตที่เธอเคยถูกตราหน้าว่า เป็นแค่เด็กเอาแต่ใจที่ไร้ความสามารถ ทำงานศิลปะไร้สาระตามอารมณ์ พรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองจนแน่นอก
อดีตที่เธอพยายามหนีมาตลอด... ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเยาะเย้ยโดยคนที่เธอเผลอเปิดประตูเซฟโซนในใจให้เข้ามา
"ใช่... ฉันมันก็แค่เด็กเอาแต่ใจในสายตาคุณนี่!" ไอริณแค่นหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เสียงสั่นเครือแต่ยังคงความดื้อรั้นเอาไว้จนหยดสุดท้าย "แล้วคุณเข้ามาทำไมล่ะ? เข้ามาวุ่นวายในชีวิตฉันทำไมถ้าฉันมันแย่ขนาดนั้น ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันพังคางานของตัวเองไปเลยเล่า!"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหยดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาคู่สวยของคนตรงหน้า ความเยือกเย็นที่เธอพยายามสวมใส่เกราะป้องกันมาตลอดเริ่มปริร้าว หัวใจข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างไม่สบอารมณ์ ภาพความดื้อรั้นและรอยยิ้มท้าทายที่เธอเคยเห็นทุกวันถูกแทนที่ด้วยความเปราะบางที่เธอกลัวที่สุด
"ฉันไม่ได้..." รินรดาอ้าปากจะเอ่ยแก้ตัว มือเรียวเผลอยกขึ้นทำท่าจะเอื้อมไปสัมผัสไหล่บางที่กำลังสั่นเทาด้วยความเสียใจ
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" ไอริณปัดมือนั้นออกอย่างแรง ดวงตาคู่สวยแดงก่ำเต็มไปด้วยความผิดหวังและโกรธเกรี้ยว "ออกไปจากห้องของฉันซะ! และไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก!"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจสะื้นของไอริณและสายตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดาของรินรดา วิศวกรสาวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความเงียบงันนี้ยืดเยื้อราวกับเป็นชั่วนิรันดร์ก่อนที่รินรดาจะตัดสินใจก้าวถอยหลังออกไปช้าๆ โดยไม่เอื้อนเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ เพิ่มเติม ประตูห้องประชุมปิดลงเบื้องหลังเธอพร้อมกับหัวใจที่แตกสลายของคนทั้งคู่
แต่วินาทีที่ความเงียบเข้าปกคลุม และไอริณกำลังจะทรุดตัวลงร้องไห้กับกองกระดาษบนพื้น เสียงปรบมือเบาๆ และฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาจากระเบียงด้านหลังห้องก็ดังขึ้น ทำเอาสถาปนิกสาวต้องสะดุ้งสุดตัว
"โอ้โห... ดราม่ายิ่งใหญ่กว่าละครหลังข่าวอีกนะคะเนี่ย ไอริณ"
ร่างเพรียวของมินตราก้าวออกมาจากเงาสลัว พร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนานสะใจ มือเรียวถือแท็บเล็ตเครื่องโปรดหมุนเล่นไปมาอย่างสบายอารมณ์
"เธอ... เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ มินตรา?" ไอริณรีบยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ พยายามดึงความแข็งกระด้างกลับมาสวมใส่ใบหน้าอีกครั้ง
"ก็ตั้งแต่ตอนที่เธอสองคนกำลังสาดคำหวานใส่กันจนฉันแทบจะสำลักความเลี่ยนนั่นแหละค่ะ" มินตราเดินเข้ามาใกล้ ส่งยิ้มร้ายกาจที่ซ่อนแผนการบางอย่างไว้เบื้องหลัง "แต่เธอนี่มันโง่จริงๆ นะไอริณ... รู้ไหมว่าทำไมรินรดาถึงต้องเข้มงวดกับโปรเจกต์นี้ขนาดนั้น? ถ้าเธอรู้ความจริงข้อนี้ล่ะก็... ฉันรับรองว่าเธอจะต้องวิ่งไปกราบขอโทษเขาแทบเท้าแน่ๆ"
ไอริณชะงัก หัวใจกระตุกวูบด้วยสังหรณ์ใจบางอย่างที่น่ากลัว "เธอหมายความว่ายังไง... มินตรา?"
มินตราหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหมุนหน้าจอแท็บเล็ตให้ไอริณดูภาพเอกสารลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังข้อมูลโครงสร้างตึก
"ก็หมายความว่า... ตึกหลังนี้ที่เธอกำลังออกแบบอยู่น่ะ รินรดาเป็นคนเอาตำแหน่งหน้าที่การงานทั้งหมดของตัวเองไปค้ำประกัน เพื่อแลกกับการให้บอร์ดบริหารยอมรับดีไซน์บ้าบิ่นของเธอยังไงล่ะคะ!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและอินไปกับความสัมพันธ์ที่พังทลายของพวกเธอนะคะ
เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล•ตอนที่ 17
การปะทะด้วยอารมณ์
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!