เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล•ตอนที่ 16

เมื่อความฝันซ้อนทับกัน

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
"ฉันหวังว่าการประชุมเรื่องแบบแปลนเฟสสองเมื่อกี้ จะไม่ได้ทำให้คุณสถาปนิกเข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนไปนะคะ... เพราะถ้าคุณยังมัวแต่เสียเวลาเถียงกับเพื่อนเรื่องไร้สาระ โปรเจกต์นี้คงได้พังไม่เป็นท่าก่อนจะเริ่มลงเสาเข็มเสียอีก" ประโยคเชือดเฉือนที่ทิ้งท้ายไว้ตั้งแต่ห้องประชุมยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของไอริณ ทว่าเวลานี้ บรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนจากห้องประชุมอันเคร่งเครียดมาเป็นห้องพักผ่อนส่วนตัวกึ่งออฟฟิศชั่วคราวบนไซต์งาน กลิ่นอายของกระดาษไข กาแฟดำเข้มข้น และเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว กลฉากแห่งความเงียบงันเข้าปกคลุมเมื่อมินตราขอตัวปลีกตัวออกไปเคลียร์เอกสารข้างนอก ปล่อยให้สองขั้วตรงข้ามต้องเผชิญหน้ากันตามลำพัง ไอริณตวัดสายตาขึ้นมองร่างสูงโปรดของรินรดา ซึ่งกำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ความเกรงใจ แสงไฟสีส้มวลีอ่อนจากโคมไฟตั้งโต๊ะตกกระทบโครงหน้าคมคายและกรอบแว่นทรง The Row ที่ช่วยขับเน้นให้ดวงตาสีเข้มคู่นั้นดูดุและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน รินรดากำลังถือแก้วกาแฟอุ่นในมือ แต่นัยน์ตากลับไม่ได้มองเครื่องดื่มตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เธอกำลังจ้องมองไอริณ—สถาปนิกสาวที่มักจะเชิดหน้าชูตาใส่เธอเสมอ—ด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "พูดจบหรือยังคะ คุณวิศวกร" ไอริณเปิดฉากทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาระดับความนิ่งไว้ให้มากที่สุด แม้ปลายนิ้วที่กำลังหมุนด้ามปากกาหมึกซึมราคาแพงจะสั่นเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด "ถ้าเรียกฉันเข้ามาในห้องนี้เพียงเพราะอยากจะตอกย้ำเรื่องไร้สาระที่คุณเพิ่งพูดไปล่ะก็... เชิญกลับไปนั่งคำนวณสเปกเหล็กของคุณต่อเถอะค่ะ ฉันมีงานดีไซน์ที่ต้องแก้ให้เสร็จก่อนพระอาทิตย์ตกดิน" "งานดีไซน์ที่คุณว่า มันกำลังจะพังเพราะทัศนคติของคุณเองต่างหากค่ะ ไอริณ" รินรดาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘กริ๊ก’ น้ำเสียงนุ่มทุบแต่ทรงพลังบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายทีละน้อย ลดระยะห่างระหว่างกันจนไอริณต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติ "คุณหมายความว่ายังไง" ไอริณเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของวิศวกรสาว "ที่คุณพูดเมื่อกี้หมายถึงเรื่องความฝันของฉันใช่ไหมคะ? ว่ามันไร้สาระ งี่เง่า และไม่มีวันเป็นจริงในทางวิศวกรรม?" "ฉันไม่ได้บอกว่ามันไร้สาระ..." รินรดาหยุดยืนอยู่ห่างจากเก้าอี้ของไอริณเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาส่อแววซับซ้อนขณะจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉายความดื้อรั้น "แต่ฉันกำลังบอกว่า... ความฝันที่คุณพยายามจะยัดเยียดลงไปในโครงสร้างตึกระฟ้าหลังนี้ มันขัดแย้งกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง คุณอยากให้กระจกโค้งรับกับแสงอาทิตย์ยามอัสดงโดยไม่ยอมคำนึงถึงแรงต้านทานของลมในระดับความสูงสองร้อยเมตร คุณคิดถึงแต่ความสวยงามบนกระดาษ จนลืมไปว่าถ้ามันถล่มลงมา ชีวิตคนข้างล่างใครจะเป็นคนรับผิดชอบ?" "เพราะคุณมองโลกด้วยตรรกะและตัวเลขไงคะ รินรดา!" ไอริณทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จนใบหน้าอยู่ห่างจากอีกฝ่ายเพียงไม่กี่คืบ ความโกรธผสมผสานกับความน้อยเนื้อต่ำใจพวยพุ่งขึ้นมาในอก "คุณไม่เคยเข้าใจความงามของศิลปะ ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงต้องแหกกฎเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่า คุณเอาแต่ซ่อนตัวอยู่หลังสูตรคำนวณและกฎหมายควบคุมอาคาร แล้วก็คอยตัดสินคนอื่นว่าเพ้อฝัน!" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นที่ปะทะกันเบาๆ ความใกล้ชิดระดับนี้ทำให้ไอริณเพิ่งสังเกตเห็นว่า รินรดามีไฝเม็ดเล็กๆ อยู่ตรงบริเวณเหนือริมฝีปากล่าง ซึ่งมันช่างตัดกับความเย็นชาของเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง รินรดาไม่โต้ตอบทันที เธอมองสำรวจใบหน้าของสถาปนิกสาวที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธ แววตาสتبเปลี่ยนจากความเข้มงวดเป็นความอ่อนโยนบางเบาที่ฉายวาบขึ้นมาเพียงชั่วพริบตาก่อนจะจางหายไป "คุณคิดว่าฉันอยากเป็นแค่คนที่คอยขัดขาคุณเหรอคะ?" น้ำเสียงของรินรดาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างกะทันหัน จนไอริณเผลอชะงัก "คุณคิดว่าฉันมีความสุขนักเหรอ... กับการต้องเป็นคนคอยดึงคุณลงมาเหยียบพื้นดินทุกครั้งที่คุณทำท่าจะบินขึ้นไปบนฟ้า?" ไอริณขมวดคิ้ว "แล้วคุณทำไปทำไมล่ะคะ? ถ้าคุณรำคาญฉันนัก ก็ปล่อยให้ฉันออกแบบตามใจชอบสิ ให้ตึกมันพังคามือฉันไปเลย คุณจะได้สะใจไง!" "เพราะถ้าตึกนั้นพัง... คนที่จะเจ็บไม่ใช่แค่คุณค่ะ ไอริณ" รินรดาก้าวเข้ามาประชิดอีกนิด จนไอริณรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างของวิศวกรสาว มือเรียวของรินรดายกขึ้น วางทابลงบนขอบโต๊ะทำงานด้านหลังสะโพกของไอริณ ราวกับเป็นการกักตัวเธอไว้อย่างกลายๆ "และที่สำคัญที่สุด... ฉันไม่อยากเห็นความตั้งใจทั้งหมดของคุณถูกมองว่าเป็นแค่เรื่องตลกจากปากของคนอื่น" คำพูดนั้นทำให้ไอริณถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะความหมายซ่อนเร้นที่อยู่ภายใต้ประโยคเรียบง่ายนั้น "เป้าหมายในอาชีพของคุณคือการสร้างตึกที่สวยที่สุดในประเทศใช่ไหมคะ?" รินรดาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ใบโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใส "ส่วนเป้าหมายในอาชีพของฉัน... คือการทำให้แน่ใจว่าตึกที่สวยที่สุดหลังนั้น จะมีความปลอดภัยและตั้งตระหง่านอยู่ได้ชั่วลูกชั่วหลาน... โดยมีคุณเป็นคนยืนอยู่ข้างๆ ในวันที่มันสำเร็จ" สมองของไอริณขาวโพลนไปชั่วขณะ เธอมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดคำพูดอวดดีแต่กลับทรงพลังต่อความรู้สึกของเธอเหลือเกิน ปมในใจที่เคยถูกสบประมาทมาตลอดชีวิต พังทลายลงในพริบตาเมื่อได้ยินว่า คนที่คอยขัดใจเธอมาตลอด กลับเป็นคนเดียวที่เข้าใจความหมายเบื้องหลังงานออกแบบของเธอมากที่สุด "คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย..." ไอริณพยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจัด แต่รินรดากลับใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เธอกลับมาสบตากันตรงๆ "ฉันไม่ได้พูดเล่นนะคะ ไอริณ" รินรดาหลุบตามองริมฝีปากของสถาปนิกสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงจังและเปิดเผย "ความฝันของเรามันไม่ได้ขัดแย้งกันเลยค่ะ... มันแค่มองคนละมุม แต่ถ้าเราเอาความฝันสองอย่างนี้มาซ้อนทับกัน... ฉันเชื่อว่าเราจะสร้างสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน" ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของไอริณกำลังเต้นรัวและกำลังจะเอ่ยปากตอบรับความรู้สึกที่พรั่งพรูออกมานั้นเอง *แอ๊ด—!* ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของมินตราที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับกองแฟ้มเอกสารในมือ โดยไม่ทันได้ดูตาม้าตาเรือ "ไอริณ! แบบแปลนเฟสสองที่เธอดราฟต์ไว้เมื่อกี้... เฮ้ย! ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะสวีต... เอ๊ย! ขัดจังหวะคุยงานนะคะคุณวิศวกร!" มินตราเบิกตากว้างเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนสนิทที่ถูกรินรดากลืนกินพื้นที่ส่วนตัวไปเกือบครึ่งตัว ใบหน้าของมินตราเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และเสียงหัวเราะคิกคักในลำคอ รินรดาถอยหลังกลับไปตั้งหลักอย่างรวดเร็ว ใบหน้านิ่งเรียบกลับมาสวมมาดวิศวกรสาวผู้เคร่งขรึมดังเดิมในเสี้ยววินาที ทว่าแววตาที่มองไอริณยังคงทิ้งประกายความร้อนแรงเอาไว้ไม่เสื่อมคลาย ไอริณรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายปนหงุดหงิดที่เพื่อนรักเข้ามาขัดจังหวะสำคัญในวินาทีชีวิตแบบนี้ "มินตรา!" ไอริณแหวใส่เพื่อนเสียงดัง "เธอเคาะประตูก่อนเข้าห้องเป็นไหมเนี่ย!" "อุ๊ย โทษที พอดีเอกสารมันรีบน่ะจ่ะคุณสถาปนิก..." มินตราลากเสียงยาวพร้อมกับส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้ทั้งคู่ "แต่ดูจากหน้าตาพวกเธอแล้ว... ฉันว่าฉันเข้ามาขัดจังหวะตอนที่กำลัง 'ซ้อนทับ' ความฝันกันอยู่พอดีเลยใช่ไหมล่ะคะ?" รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยาก ก่อนจะหันมามองไอริณแล้วกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน ทว่ากลับชัดเจนจนทำให้หัวใจของไอริณกระตุกวาบ "เรายังคุยกันไม่จบนะคะ... ไว้เราค่อยไป 'ซ้อนทับ' เป้าหมายที่เหลือกันต่อคืนนี้" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งแซ่บ ทั้งฟิน และชวนลุ้นระทึกคู่นี้เสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%