"ถ้าคิดว่าโครงสร้างเหล็กตรงนี้มันดีไซน์มาเพื่อความเก๋ไก๋ตามใจคุณไอริณล่ะก็... ฉันแนะนำให้ไปเรียนวิศวกรรมเพิ่มสักสี่ปีก่อนจะมาหน้างานนะคะ"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เชือดเฉือนของรินรดาพุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษ ท่ามกลางความเงียบงันที่ยังหลงเหลือจากเหตุการณ์เมื่อครู่ มินตราลอบอมยิ้มมุมปากอย่างสะใจที่ได้เห็นสองสาวฝีปากกล้าต้องมาปะทะกันอย่างดุเดือดบนไซต์งานก่อสร้างที่ฝุ่นตลบอบอวล ไอริณสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด ดวงตาคู่คมจ้องมองร่างสูงโปร่งในชุดเซฟตี้สีส้มสะท้อนแสงที่สวมทับเสื้อเชيرสีขาวอย่างถือดี สถาปนิกสาวก้าวเข้าไปประชิดตัววิศวกรเครื่องกลโดยไม่เกรงกลัวความต่างของส่วนสูงแม้แต่น้อย
"คุณรินรดาคะ หูทิพย์หรือเปล่าถึงไม่ได้ยินที่ฉันอธิบายไปรอบก่อน หรือว่าสมองส่วนตรรกะมันบล็อกความคิดสร้างสรรค์ไปหมดแล้วคะ ถึงได้มองไม่ออกว่าดีไซน์โครงสร้างโค้งมนชิ้นนี้มันช่วยกระจายน้ำหนักได้ดีกว่าแท่งเหล็กทื่อๆ ของคุณตั้งเยอะ" ไอริณตอกกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่แล้วหากรินรดาไม่ถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง
"ความสวยงามที่ปราศจากความปลอดภัย มันก็เป็นได้แค่ประติมากรรมขยะในไซต์ก่อสร้างค่ะคุณไอริณ" รินรดาตอบกลับทันควัน นัยน์ตาคู่คมดุจใบมีดโกนกวาดมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้า "และแฟชั่นนิสต้าอย่างคุณ... กรุณาเอาส้นสูงปรี๊ดนั่นออกไปจากเขตโซนอันตรายก่อนที่ฉันจะสั่งระงับสิทธิ์การเข้าพื้นที่ของคุณซะ"
"นี่คุณ! กล้าดียังไงมาสั่งฉัน!" ไอริณกัดฟันกรอด นิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายด้วยความโมโห "พื้นที่ตรงนี้ฉันเป็นคนออกแบบ มันคือหัวใจของโปรเจกต์นี้ ฉันมีสิทธิ์ที่จะตรวจเช็กทุกตารางเมตรตามใจฉัน!"
"แต่ฉันคือคนคุมความปลอดภัยและโครงสร้างทั้งหมดค่ะ ถ้าตึกนี้ถล่มลงมาเพราะความเอาแต่ใจของคุณ คนที่จะซวยไม่ใช่แค่ฉัน แต่คือชื่อเสียงของคุณเองด้วยนะยะ" รินรดาเน้นเสียงหนักแน่นในคำสุดท้าย โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ๆ จนไอริณสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้หัวใจของสถาปนิกสาวกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย เธอนึกอยากจะผลักอกอีกฝ่ายให้กระเด็น แต่ติดที่สายตาของคนงานรอบข้างกำลังจับจ้องมาเป็นตาเดียว
"แกดูสองคนนั้นสิ แกะกับเสือชัดๆ" มินตรากระซิบกระซาบกับตัวเองอย่างสนุกสนาน ขณะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำทีเป็นถ่ายรูปหน้างาน แต่จริงๆ แล้วกำลังเก็บช็อตเด็ดของคู่กัดคู่นี้ส่งเข้าแชตกลุ่มลับ
บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยไอแดดระอุและฝุ่นผงจากการก่อสร้าง แต่ความร้อนระอุนั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับอุณหภูมิความคุตคุ่นระหว่างคนทั้งคู่ รินรดาถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะดึงหมวกนิกรีเซฟตี้สีขาวของตัวเองลงมาเล็กน้อยเพื่อบังแสงแดดจ้า เธอยื่นแท็บเล็ตแสดงผลการคำนวณโครงสร้างให้ไอริณดูตรงหน้า
"ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้เคิร์ฟองศานี้ตรงคานรับน้ำหนักชั้นสาม ฉันการันตีได้เลยว่าแรงเฉือนจะเกินลิมิตในอีกสามเดือนข้างหน้า... อยากให้ผลงานชิ้นโบว์แดงของคุณกลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความพังพินาศหรือไงคะ?" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงนิดหน่อย แต่ยังคงความเย่อหยิ่งไว้เช่นเดิม
ไอริณชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อกวาดตามองตัวเลขบนหน้าจอ สมองส่วนสถาปนิกคำนวณตามอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่ารินรดาไม่ได้ขู่ และตัวเลขพวกนั้นมันเถียงไม่ได้เลย แต่วิสัยทัศน์ของเธอ... ดีไซน์ที่เธอทุ่มเทวาดมันขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา มันจะต้องถูกแก้ให้กลายเป็นแท่งเหล็กไร้รสนิยมอย่างนั้นน่ะหรือ?
"มันต้องมีวิธีอื่นสิคะคุณรินรดา" ไอริณเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเชิงต่อรอง ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองวิศวกรสาวด้วยแววตาที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "เราพับเหล็กเสริมความหนาขึ้นอีกนิด หรือใช้คานคอมโพสิตแทนได้ไหมล่ะคะ? ฉันไม่อยากยอมแพ้ให้กับการดีไซน์ที่น่าเบื่อหน่ายหรอกนะ"
รินรดาเงียบไป อึดใจหนึ่งที่ดวงตาสองคู่ประสานกัน ความแข็งกร้าวในแววตาของวิศวกรสาวเริ่มเจือจางลงด้วยประกายบางอย่างที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าจากตัวไอริณลอยมาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นอับของปูนซีเมนต์ มันช่างเป็นความขัดแย้งที่ดึงดูดใจอย่างประหลาด รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อใบหน้าของอีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว
"ถ้า... ถ้าคุณยอมใส่รองเท้าเซฟตี้ที่ฉันเตรียมไว้ให้ และเชื่อฟังคำสั่งฉันบนไซต์งานแบบร้อยเปอร์เซ็นต์..." รินรดาเว้นจังหวะ เลียริมฝีปากที่แห้งผากเล็กน้อย "ฉันอาจจะยอมนั่งคิดดีไซน์ร่วมกับคุณคืนนี้... ที่ออฟฟิศของฉัน"
ไอริณเบิกตากว้างเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าคนหัวแข็งอย่างรินรดาจะยอมประนีประนอมในรูปแบบนี้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกสาวทันที ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากรับข้อเสนอ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมเสียงตะโกนโهاยก็ดังขึ้นจากด้านหลังของประตูทางเข้าไซต์งานที่กำลังติดตั้งกระจก
"คุณรินรดาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! เครนยกแผ่นกระจกด้านทิศเหนือสลิงขาด หลุดจากการควบคุมกำลังดิ่งลงมาทางโซนที่เรายืนอยู่ครับ!"
สิ้นเสียงตะโกนของหัวหน้าคนงาน รินรดายังไม่ทันได้หันไปมอง ทัศนวิสัยทุกอย่างก็ถูกแทนที่ด้วยเงาขนาดมหึมาที่กำลังพุ่งดิ่งลงมาจากด้านบนด้วยความเร็วสูง ร่างสูงของวิศวกรสาวไม่รอช้า เธอพุ่งเข้าใส่ไอริณด้วยสัญชาตญาณ แรงกระแทกทำให้ร่างบางล้มกลิ้งไปกระแทกกับกองกระสอบทรายมุมเสาอย่างแรง โดยมีรินรดากอดรัดพลิกตัวลงมาเป็นเบาะรองรับให้อย่างหมิ่นเหม่
โครม! เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกพื้นคอนกรีตสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นตลบอบอวลจนมองไม่เห็นทาง
ในความมืดสลัวและเสียงหอบหายใจด้วยความตกใจกลัว ไอริณซุกหน้าอยู่กับลาดไหล่กว้างของรินรดา แผ่นอกบางกระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะหัวใจที่เต้นระรึก ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว รินรดายันข้อศอกคร่อมร่างของไอริณเอาไว้เพื่อป้องกันเศษปูนที่ยังคงร่วงหล่นลงมา ดวงตาคมกริบจ้องมองสถาปนิกสาวนิ่งสนิท ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับมาปกคลุมอีกครั้งหลังจากเสียงระเบิดและแรงกระแทกสงบลง
"เป็น... เป็นอะไรหรือเปล่าคะคุณรินรดา?" ไอริณกระซิบถามเสียงสั่น ร่างกายแนบชิดติดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและลมหายใจที่รดรินอยู่บนแก้ม
รินรดาไม่ตอบ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของคนใต้ร่าง หัวใจของวิศวกรสาวเต้นแรงยิ่งกว่าตอนที่เครนเกือบหล่นทับเสียอีก และในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยแรงอารมณ์และสารเคมีในร่างกายที่พุ่งพล่าน... ประตูทางเข้าไซต์งานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตกใจของใครบางคน
"ไอริณ! รินรดา! พวกเธอปลอดภัยกัน—"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระอุนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล•ตอนที่ 4
Site Visit ที่ไม่มีใครยอมใคร
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!