กลิ่นไอมันเครื่องยนต์ไหม้เกรียมและยางมะตอยร้อนจัดลอยอบอวลอยู่ทั่วพิทสต็อปขนาดใหญ่ เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องสะเทือนทะลุผนังปูนเปลือยเข้ามาถึงด้านใน จนแทบจะทำให้แก้วหูสั่นสะเทือน แต่อาคเนย์กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่กำลังเต้นรัวด้วยความหงุดหงิด
แท็บเล็ตในมือถูกกำแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจดจ้องตัวเลขกราฟฟิกการไหลเวียนของลมและแรงกด (Downforce) บนหน้าจออย่างเอาเรื่อง เขากำลังยืนอยู่หน้าแล็ปท็อปประมวลผลหลักของทีม วิศวกรหนุ่มผู้ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบขยับแว่นเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจเมื่อเห็นข้อมูลบางอย่างไม่เป็นไปตามทฤษฎีที่เขาคำนวณไว้
"คุณตั้งค่าแคมเบอร์ล้อหลังแบบนั้น ตั้งใจจะให้รถคว่ำตายคาโค้งสามหรือยังไง รินดา"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเฉียบคมเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างบางในชุดนักแข่งสีดำสนิทเดินเข้ามาใกล้ อาคเนย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง แต่รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
รินดาหยุดยืนเท้าสะเอวอยู่เบื้องหน้า เธอไม่ได้แสดงอาการเกรงกลัวต่อท่าทีถมึงทึงนั้นแม้แต่น้อย ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มหยันขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน เธอดึงหมวกกันน็อกออกจากศีรษะ สะบัดผมยาวสลวยที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยไปด้านหลังอย่างไม่ี่อสยี่
"ถ้าฉันใช้ค่ามาตรฐานน่าเบื่อๆ แบบที่คุณว่า รถคันนี้คงวิ่งตามหลังไอ้พวกทีมหน้าโง่นั่นไปจนฝุ่นตลบสิคะ อาคเนย์... อ้อ ลืมไป คุณมันพวกวิศวกรหัวโบราณที่กลัวความเสี่ยงยิ่งกว่ากลัวผีซะอีกนี่นา"
คำพูดเจ็บแสบและรอยยิ้มเยาะหยันนั่นทำให้อาคเนย์ต้องวางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะโลหะเสียงดังปัง เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม จนรินดาต้องผถอยหลังไปชนกับโต๊ะเครื่องมือช่างโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ปะปนกับกลิ่นเหงื่อจากการแข่งขันโชยเข้าจมูกเขา แต่คราวนี้มันไม่ใช่เวลามาพิศวงกับความรู้สึกแปลกประหลาด
"ความเสี่ยงกับความโง่มันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ รินดา" อาคเนย์โน้มใบหน้าลงไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของเธอ "ผมออกแบบระบบช่วงล่างนี้ด้วยสมการทางฟิสิกส์ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว ไม่ใช่ใช้ 'ความรู้สึก' งี่เง่าของคุณมาตัดสินในสนาม"
รินดาไม่ยอมแพ้ เธอเงยหน้าขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่ลดละ รอยยิ้มบนเรียวปากยิ่งกว้างขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มหัวเสียจนควบคุมอารมณ์ยากขึ้นทุกที
"ฟิสิกส์เหรอคะ? งั้นฟิสิกส์ของคุณคงไม่เคยสอนสินะว่า หัวใจของนักแข่งมันต้องการความเร็ว ไม่ใช่ตัวเลขบนกระดาษที่น่าเบื่อ!" เธอสวนกลับด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น ไดอะล็อกคมคายพ่นออกมาอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณกลัวว่ารถจะพัง ทำไมไม่ไปนั่งจดสถิติอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ ล่ะคะ จะมาทนยืนเหม็นกลิ่นยางกับผู้หญิงงี่เง่าคนนี้ทำไม"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนมีประกายไฟสパークออกมาชนกัน โต๊ะเครื่องมือช่างรอบด้านเงียบกริบ ช่างเทคนิคคนอื่นๆ ต่างพากันหลบสายตาและถอยร่นออกห่าง เพราะไม่มีใครกล้าเข้ามาแทรกกลางระหว่างสงครามประสาทของสองคนนี้ อาคเนย์กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาลอบมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความโกรธจัด... และความรู้สึกบางอย่างที่เตลิดเปิดเปิงจนควบคุมยาก
เขาเกลียดความรั้นของเธอ เกลียดดวงตาคู่นั้นที่ชอบท้าทายอำนาจของเขา แต่สิ่งที่ทำให้เขาเกลียดที่สุด... คือการที่เขารู้สึกว่าหัวใจตัวเองกำลังเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เธอเข้ามาอยู่ใกล้ในระยะประชิดแบบนี้
"ถ้าคุณยังดื้อดึงไม่ยอมเปลี่ยนค่าเซ็ตอัพตามที่ผมสั่ง พรุ่งนี้คุณก็ไม่ต้องลงสนาม" อาคเนย์ขู่ด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมจ้องมองริมฝีปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ
"คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันนะ อาคเนย์!" รินดาผลอกอกเขาเต็มแรง แม้แรงของเธอจะไม่ทำให้ร่างสูงขยับเขยื้อนได้มากนัก แต่ความถือดีในแววตานั้นกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ "ฉันเป็นนักแข่งหลักของทีมนี้ สัญญาของฉันไม่ได้อยู่ภายใต้ความขี้ขลาดตาขาวของคุณ!"
"ผมไม่ได้ขี้ขลาด... ผมแค่กำลังปกป้องคุณจากความโง่เขลาของตัวคุณเอง!" อาคเนย์เผลอตะคอกกลับเสียงดังลั่นพิทสต็อป ความอัดอั้นตันใจที่เก็บงำมานานระเบิดออกมาในคราวเดียว นิ้วแกร่งยื่นไปบีบปลายคางมนของเธอไว้เบาๆ เพื่อบังคับให้เธอเงยหน้ามารับฟังคำเตือน แต่ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวเนื้อเนียนนุ่ม ความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดกลับมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ
รินดาชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อความใกล้ชิดพุ่งทะยานเกินขีดจำกัด ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้ม ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนเกือบจะสัมผัสกันได้
อาคเนย์นิ่งงันไป เขาลืมคำพูดที่จะเถียงต่อจนหมดสิ้น ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนที่โกรธจนขึ้นสีแดงระเรื่อ ไล่สายตาลงมายังริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงไปหมด ร่างกายของเขาสั่งให้ถอยห่าง แต่ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับสั่งให้โน้มใบหน้าลงไปใกล้อีกนิด... อีกนิดเดียวเท่านั้น
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดจนแทบจะขาดผึ่ง และเคมีที่พุ่งพล่านรุนแรงจนน่ากลัว เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำกวนประสาทก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางประตูทางเข้าพิทสต็อป
"โอ๊ะ... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะ 'การประชุมลับ' ของคู่รักคู่กัดประจำสนามเข้าสินะครับเนี่ย"
เสียงของพายุ ดังขึ้นทำลายความเงียบงันและดึงสติของทั้งสองคนให้ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว รินดารีบสะบัดหน้าหนีพร้อมกับถอยหลังกรูดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ส่วนอาคเนย์รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาดังเดิม พร้อมกับหันไปตวัดสายตาคมกริบมองผู้มาใหม่ด้วยความไม่พอใจสูงสุด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความสัมพันธ์ที่ร้อนระอุนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรเครื่องกล•ตอนที่ 2
แรงปะทะที่ไม่มีเสียง
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรเครื่องกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!