เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรเครื่องกล•ตอนที่ 3

ทฤษฎีความเย็นชา

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
ร่างสูงโปร่งของอาคเนย์ขยับถอยหลังครึ่งก้าว กลิ่นอายความเย็นชาที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาเป็นเกราะกำบังถูกกระชากกระชั้นจนยับยู่ยี่ด้วยสัมผัสไอร้อนจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้มาใหม่ซึ่งยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มเยาะ พายุ—ไอ้ตัวปัญหาที่จ้องจะแทรกแซงทุกย่างก้าวของเขาในโปรเจกต์นี้ ส่งสายตากรุ้มกริ่มสลับระหว่างเขากับหญิงสาวที่เพิ่งผละหนี "ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะการตรวจสภาพเครื่องยนต์... หรือว่ากำลังตรวจเช็คหัวใจกันแน่ครับ คุณอาคเนย์" น้ำเสียงกวนประสาทของพายุลอยละلي่วเข้ามาในพื้นที่ปิดทึบของห้องควบคุม รินดารีบยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากลวกๆ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวทันที เธอยืดตัวตรงเชิดหน้าขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก ก่อนจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เชือดเฉือน "ถ้าตาไม่บอดจนเกินไป ก็น่าจะเห็นนะคะว่าเรากำลังคุยเรื่องสเปกชิ้นส่วนวิศวกรรม... หรือสมองคุณรับข้อมูลได้แค่เรื่องไร้สาระคะ พายุ" "โอho ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมนะรินดา สมแล้วที่เป็นนักขับตัวแม่ แต่ระวังหน่อยเถอะครับ อยู่ใกล้เตาหลอมเหล็กอย่างคุณอาคเนย์ ระวังใจมันจะละลายเสียก่อน" พายุก้าวเท้าเข้ามาด้านใน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนกับกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ เขายกมือขึ้นตบไหล่อาคเนย์เบาๆ เป็นเชิงทักทาย แต่น้ำหนักที่กดลงไปแฝงความท้าทายอย่างชัดเจน "ว่าไงครับวิศวกรมือหนึ่ง ทีมของคุณดูจะต้อนรับคนนอกอย่างรินดาเกินหน้าที่ไปหน่อยหรือเปล่า?" อาคเนย์ปัดไหล่ตัวเองเบาๆ คล้ายรังเกียจฝุ่นละออง รังสีความเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกจากตัวจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงหลายองศา เขายังคงรักษามาดนิ่งสนิท แม้ว่าภายในใจจะหงุดหงิดกับจังหวะนรกของไอ้บ้านี่แค่ไหนก็ตาม "หน้าที่ของผมคือทำให้อุบัติเหตุในสนามเป็นศูนย์ ไม่ใช่มานั่งต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญที่ชอบเดินป้วนเปี้ยนอย่างไร้จุดหมาย" อาคเนย์เอ่ยเสียงเรียบ สายตาคมกวาดมองพายุราวกับมองสิ่งของไร้ค่า "ถ้าคุณมีเวลาว่างมาเดินแซะคนอื่น เอาเวลาไปเช็คช่วงล่างรถแข่งของคุณดีกว่าครับ ก่อนที่ล้อจะหลุดกลางทางโค้งอีกรอบ" พายุกัดกรามกรอด รอยยิ้มกวนประสาทกระตุกวูบ แต่มันก็แค่นี้... ศัตรูตัวฉกาจของเขาไม่มีทางหลุดฟอร์มอะไรง่ายๆ อยู่แล้ว พายุหันไปมองรินดาที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ก่อนจะหันกลับมาเจ้าเล่ห์ใส่อาคเนย์ "งั้นเหรอครับ? แต่เท่าที่ผมเห็นเมื่อกี้... วิศวกรผู้เคร่งครัดเรื่องกฎระเบียบ ดูจะยอมให้คนนอกคนนี้ก้าวล้ำเส้นเซฟโซนที่คุณขีดไว้ซะจนไม่เหลือเค้าเดิมเลยนะ" พายุหัวเราะในลำคอ "บอกไว้ก่อนนะรินดา ทีมของฉันยังขาดนักขับมือดีอีกคน สนใจย้ายค่ายมาซิ่งให้ฉันไหม? รับรองว่าฉันไม่ปล่อยให้เธอต้องมาทนฟังคนปากแข็งแถวนี้บ่นจนหูชาแน่นอน" รินดาหรี่ตามองพายุอย่างรู้ทัน เธอย่อมรู้ว่านี่ไม่ใช่การชวนร่วมทีมด้วยความจริงใจ แต่มันคือเกมจิตวิทยาที่พายุจงใจใช้ปั่นหัวอาคเนย์ต่างหาก และเธอก็ไม่ชอบตกเป็นหมากให้ใครใช้เป็นเครื่องมือเสียด้วย "ขอบคุณสำหรับข้อเสนอค่ะพายุ แต่ฉันชอบความท้าทายที่ยากกว่าการขับรถวนไปวนมาในลู่เดิมๆ และที่สำคัญ..." รินดาชายหางตามามองอาคเนย์ที่ยืนหน้าตึงเป็นรูปปั้นหิน "...ฉันชอบสะ้างปัญหาให้คนบางคนปวดหัวเล่นมากกว่าจะไปเป็นเด็กดีเชื่อฟังใคร" อาคเนย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวนในอก เขาเกลียดความรู้สึกควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ที่สุด และตอนนี้... ทั้งรินดาและพายุกำลังทำให้เขารู้สึกเหมือนยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางๆ ที่พร้อมจะปริแตกได้ทุกเมื่อ "หมดธุระแล้วก็เชิญออกไปครับ พายุ" อาคเนย์ผายมือไปทางประตูด้วยกิริยาสุภาพแต่น้ำเสียงเฉียบขาดชนิดที่ตัดคอคนได้สบายๆ "ห้องนี้มีไว้สำหรับทีมวิศวกรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ใช่สถานที่จัดนิทรรศการสำหรับคนว่างงาน" พายุหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างไม่ยี่ห้อ เขาสบตากับอาคเนย์นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายกำลังประเมินสถานการณ์บางอย่างก่อนจะยอมขยับตัวถอยหลัง "โอเคๆ ผมไม่กวนเวลาสวีท... อ้อ ขอโทษที เวลาทำงานของคุณสองคนแล้วก็ได้ครับ" พายุปรายตามองรินดารอบหนึ่งแล้วเดินยิ้มร่าออกจากห้องไป ทิ้งให้ความเงียบงันที่อัดแน่นด้วยแรงกดดันกลับมาครอบคลุมพื้นที่อีกครั้ง ประตูห้องปิดลงสนิท อาคเนย์ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーンบนหลังมือ เขารู้ดีว่าการมีรินดาอยู่ในทีมคือความเสี่ยงสูงสุดต่อหัวใจและสมาธิของตัวเอง เขาจึงต้องรีบตัดไฟตั้งแต่ต้นลม "ส่วนคุณ..." อาคเนย์หันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว ดวงตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "พรุ่งนี้ ไม่ต้องมาที่นี่อีก" รินดาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะเมื่อครู่เลือนหายไปแทนที่ด้วยความดื้อรั้น เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว แรงกดดันจากส่วนสูงของอาคเนย์ไม่ได้ทำให้เธอย่อท้อแม้แต่น้อย เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ "ทำไมคะ? กลัว?" รินดาเอียงคอถาม น้ำเสียงท้าทายพุ่งตรงเข้ากระแทกใจดำ "กลัวว่าตัวเองจะควบคุมความรู้สึกไม่ได้ หรือกลัวว่าความลับบางอย่างที่คุณพยายามซ่อนไว้มันจะถูกฉันขุดคุ้ยขึ้นมากันแน่คะ คุณอาคเนย์" อาคเนย์ขยับเข้าไปใกล้จนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่ปะปนกันในระยะประชิด เขาโน้มใบหน้าลงต่ำจนปลายจมูกเกือบจะชนกับเธอ สายตาที่เคยเย็นชากลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความกรุ่นโกรธและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร รินดา? ถึงคิดว่ามีสิทธิ์มาสั่งผม มาท้าทายผม และมาก้าวก่ายชีวิตผมแบบนี้" น้ำเสียงของเขาพร่าต่ำและสั่นเครือเล็กน้อยจากความอดทนที่ใกล้ขาดผึ่ง "ฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงรั้นๆ คนหนึ่ง ที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร... โดยเฉพาะผู้ชายปากแข็งที่เอาแต่ผลักไสคนอื่นทั้งๆ ที่แววตาตัวเองฟ้องว่าโหยหาขนาดไหน" รินดากระซิบตอบ ชิดริมฝีปากของเขาจนแทบจะแนบชิด อาคเนย์นิ่งงันไปชั่วขณะ คำพูดนั้นเหมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ เขากำลังจะอ้าปากโต้แย้งเพื่อปกป้องกำแพงสุดท้ายของตัวเอง แต่ทว่า... *ก๊อกๆๆ* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อذنุญาต ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูททางการก้าวเข้ามา พร้อมกับเอกสารแฟ้มใหญ่ในมือ "คุณอาคเนย์ครับ... แย่แล้วครับ! ผลทดสอบสนามล่าสุดของรถแข่งทีมเราเกิดปัญหาใหญ่ เบรกหน้าขวาเกิดภาวะ Overheat แบบไม่ทราบสาเหตุ ทีมช่างแก้ยังไงก็เอาไม่อยู่ครับ!" อาคเนย์ผละออกจากรินดาอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟลวก ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป้าหมายไปยังวิศวกรอาวุโสที่ยืนหอบหายใจอยู่หน้าประตูดังพรวดพราด รินดาถอยหลังกลับไปตั้งหลัก หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะจากเหตุการณ์เมื่อครู่ เธอมองแผ่นหลังกว้างของอาคเนย์ที่ตอนนี้ความเย็นชาและมาดนิ่งสุขุมถูกดึงกลับมาสวมทับไว้อย่างรวดเร็วราวกับหน้ากาก อาคเนย์หันกลับมามองเธอแวบหนึ่ง สายตาคู่นั้นซ่อนประกายความซับซ้อนบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะหันไปสั่งการเสียงเฉียบขาดกับผู้มาใหม่ "นำข้อมูล Telemetry ทั้งหมดไปที่ห้องเซิร์ฟเวอร์เดี๋ยวนี้... ผมจะไปดูด้วยตัวเอง" ว่าแล้วอาคเนย์ก็ก้าวยาวๆ เดินผ่านหน้าเธอไปอย่างไร้เยื่อใย รินดายืนนิ่งอยู่ที่เดิม กำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ตีรวนอยู่ในอก ขณะที่เธอกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องเพื่อตามไปดูสถานการณ์ที่สนาม เสียงทุ้มต่ำของอาคเนย์ก็ดังขึ้นหยุดฝีเท้าของเธอไว้เสียก่อน โดยที่เจ้าตัวไม่ได้หันกลับมามอง "ถ้าไม่อยากโดนไล่ออกจากทีมอย่างเป็นทางการ... ก็ตามผมมาที่ห้องเซิร์ฟเวอร์ซะ คุณนักแข่ง" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงเสียดทานคู่นี้มาโดยตลอดครับ
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรเครื่องกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%