กลิ่นไหม้ของยางมะตอยที่ถูกบดขยี้ด้วยความเร็วสูง คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำมันเครื่องที่เดือดพล่านในพิตต์สอป (Pit Stop) เสียงตะโกนสั่งการของทีมช่างและเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบดังก้องจนแก้วหูแทบแตก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่อาคเนย์กำลังสนใจในวินาทีนี้
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือกันไฟสีดำสนิทกำลังเคาะลงบนหน้าจอแท็บเล็ตในมือเป็นจังหวะกระชั้นชิด ข้อมูลทางเทคนิคของระบบช่วงล่างและอุณหภูมิยางหน้าซ้ายกำลังฟ้องความผิดปกติที่แม้แต่ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะยังเกือบมองข้าม สำหรับเขาแล้ว วิศวกรรมศาสตร์ไม่มีคำว่า ‘เกือบดี’ หรือ ‘เกือบผ่าน’ มันมีแค่สมบูรณ์แบบกับความหายนะ
"อาคเนย์! ทางทีมคู่แข่งส่งรถลงไปเช็กไลน์สนามแล้วนะ นายยังจดอยู่กับกราฟฟิกบ้าบอนั่นอีกนานไหม?"
เสียงทุ้มห้วนที่ตะโกนแทรกเสียงเครื่องยนต์เข้ามา พร้อมกับร่างหนาของพายุที่ก้าวเข้ามาประชิด พายุในชุดนักแข่งสีสันฉูดฉาดฉีกยิ้มเยาะเย้ย แววตาคมกริบแต่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์คู่นั้นกวาดมองหน้าจอในมืออาคเนย์ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ "ระวังเถอะ วิศวกรมือหนึ่งอย่างนายจะเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกตายคาพิตต์ซะก่อนจะได้เห็นรถตัวเองวิ่งเข้าเส้นชัย"
อาคเนย์เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบฉายแววเยียบเย็นจนพายุต้องหุบยิ้มลงครึ่งหนึ่ง เขาไม่ได้สะท้านสะเทือนกับคำยั่วประสาทนั้นแม้แต่น้อย
"ถ้าสมองของคุณมีรอยหยักมากพอที่จะเข้าใจระบบแอโรไดนามิกส์ แทนที่จะเอาเวลามาเดินป้วนเปี้ยนแถวนี้เพื่อหาเรื่องคนอื่น พายุ... คุณคงไม่ขับรถแหกโค้งหลุดสนามไปเมื่อปีที่แล้วจนต้องมาร้องแรกแหกกระเชิงใส่ผมหรอกนะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำโยนหินถามทางที่นิ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกคำ
พายุหน้าตึงขึ้นทันควัน กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน "ปากดีนักนะอาคเนย์ หวังว่ารถคันใหม่ที่นายโมดิฟายให้ 'ใครบางคน' จะวิ่งได้เร็วกว่าปากนายก็แล้วกัน"
พายุสะบัดตัวเดินจากไป แต่อาคเนย์ยังคงนิ่งค้างอยู่ที่เดิม ประโยคเมื่อครู่ของอีกฝ่ายสะกิดบางอย่างในใจที่เขาพยายามกดมันลงไปให้ลึกที่สุด 'ใครบางคน' ที่พายุพูดถึง... หรือว่าจะเป็น...
ยังไม่ทันที่สมองจะประมวลผลเสร็จสิ้น เสียงฮือฮาจากอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามก็ดังกระหึ่มขึ้น กลบเสียงรอบข้างจนหมดสิ้น อาคเนย์ขมวดคิ้วมุ่น เขาหันขวับไปมองยังทางเข้าพิตต์สอปฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งเป็นพื้นที่ของทีมอิสระที่เพิ่งขอเข้าร่วมการแข่งขันระดับประเทศในนาทีสุดท้าย
รถแข่งฟอร์มูล่าคันสีแดงเพลิงลายเปลวไฟสีทองพุ่งทะยานเข้ามาจอดสนิทอย่างแม่นยำ ประตูห้องนักขับเปิดออก พร้อมกับร่างระหงในชุดนักแข่งสีดำแนบเนื้อที่ก้าวลงมาอย่างคล่องแคล่ว หมวกกันน็อคสีดำทึบถูกถอดออกสะบัดเรือนผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มให้สะบัดพลิ้วไปตามแรงลม
รินดา...
ผู้หญิงคนเดียวกับที่เคยฝากรอยแผลเป็นไว้ในความทรงจำอันหยิ่งผยองของเขาเมื่อสามปีก่อน เธอยังคงดื้อรั้น ไม่เกรงกลัวใคร และมีแววตาท้าทายโลกใบนี้ทั้งใบเช่นเดิม รินดากวาดสายตากลมโตคมกริบคู่นั้นมองหาบางสิ่ง ก่อนที่นัยน์ตาคู่นั้นจะปะทะเข้ากับสายตาของอาคเนย์ที่ยืนนิ่งแข็งค้างอยู่ฝั่งตรงข้ามพอดีระยะเผาขน
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน เสียงคำรามของเครื่องยนต์รอบตัวเงียบหายไปในพริบตา
รินดาไม่หลบตา เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ชวนให้อาคเนย์นึกอยากจะเดินเข้าไปเขย่าตัวแรงๆ สักที หล่อนก้าวเท้าฉับๆ ตรงดิ่งเข้ามาหาเขาโดยไม่สนสายตาของทีมงานนับสิบชีวิตที่ยืนอยู่รอบด้าน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งรินดามายืนหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ห่างกันไม่ถึงคืบ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมผสมกับกลิ่นอายความเร็วกระจายเข้าสู่โสตประสาท
"ไม่เจอกันนานนะ... วิศวกรผู้แสนสมบูรณ์แบบ" รินดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานเจือความท้าทาย ดวงตาพินิจพิเคราะห์ใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงขึ้นทีละน้อยของเขา "หวังว่ารถที่นายทำให้ทีมฉันจะไม่พังคามือฉันเหมือนใจนายหรอกนะ อาคเนย์"
อาคเนย์ขบกรามแน่น หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตอนนี้กลับเต้นรัวระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ เขาจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะและบางสิ่งที่ลึกล้ำเกินกว่าจะอธิบาย ปากบางเฉียบขยับเตรียมจะเอ่ยคำพูดเจ็บแสบกลับไปเพื่อรักษาระยะห่างอันปลอดภัยของตัวเอง
ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะได้ขยับเปล่งเสียงใดๆ ออกมา...
"อ้าว รินดา ทางนี้! รถพร้อมตรวจสภาพแล้วนะ!" เสียงตะโกนเรียกจากหัวหน้าทีมของฝ่ายหญิงดังขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับที่รินดาหันไปพยักหน้ารับสั้นๆ แต่ก่อนที่เธอจะผละเดินกลับไป รินดาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้หูของอาคเนย์อีกนิด จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอของเขา และกระซิบด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในGกายของวิศวกรหนุ่มเดือดพล่านถึงขีดสุด
"เตรียมตัวรับมือกับความพังLพินาศได้เลย... เพราะฉันจะเหยียบให้มิด ไมล์ไม่มียั้งแน่"
รินดายืดตัวตรง ยิ้มเยาะให้อีกครั้งแล้วหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้อาคเนย์ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ สติปัญญาและความสุขุมทั้งหมดที่สะสมมานานนับปีพังทลายลงในพริบตาเดียว
เขากำแท็บเล็ตในมือแน่นจนข้อต่อนิ้ว Pขาวซีด ดวงตาคมกริบมองตามแผ่นหลังบางที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้เลยว่า... การกลับมาของเธอบทนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันในสนามความเร็ว แต่มันคือการเปิดฉากสงครามประสาทที่กำลังจะแผดเผาเซฟโซนอันเปราะบางของเขาให้มอดไหม้เป็นจุล
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรเครื่องกล•ตอนที่ 1
เครื่องยนต์ที่ดับสนิท
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรเครื่องกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!