ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ•ตอนที่ 9

ทริปที่ไม่มีแผน

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
“ถ้าคุณคิดจะถอยตอนนี้ ประตูทางออกไม่ได้ล็อคหรอกนะคะรินรดา แต่บอกไว้ก่อนว่า... ก้าวออกไปจากวงแขนฉันแล้ว คุณจะไม่มีวันได้โอกาส ‘ทวงคืน’ สิ่งที่เสียไปกลับมาอีกเลย” คิรากรไม่ได้ขยับตัวออกห่างแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม เขากลับกดน้ำหนักตัวลงมาจนแผ่นหลังของรินรดาแนบสนิทกับผนังเย็นเฉียบ กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเฉพาะตัวที่ปรุงขึ้นพิเศษ—กลิ่นไม้จันทน์หอมเจือจางด้วยกลิ่นหนังแท้และไวน์แดงเก่าเก็บ—อบอวลอยู่รอบกายจนหญิงสาวแทบหายใจไม่ออก รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอพยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังประท้วงรุนแรง เธอเป็นถึงบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นที่ผ่านการคุมเกมมาทุกรูปแบบ จะมาพ่ายแพ้ให้กับความเย้าแหย่ของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นอันตรายที่สุดในแวดวงธุรกิจอย่างคิรากรไม่ได้ “คนที่ควรกลัวไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคุณต่างหากคิน” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย “การลากฉันมาไว้ในทริปที่ไม่มีแผนแบบนี้ คุณมั่นใจได้แค่ไหนว่าคนที่กำลังถูกจับตามอง... จะไม่ใช่คุณเอง” คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนไปถึงทรวงอกของหญิงสาว เขาเอื้อมมือมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกอย่างเชื่องช้า สัมผัสนั้นแผ่วเบาทว่าทรงพลัง ราวกับเขากำลังตีตราจองสิ่งของที่อยู่ในมือ “งั้นเราก็มาลุ้นกันดูไหมล่ะครับ ว่าระหว่างทางที่ไร้แผน... ใครกันที่จะหลงทางก่อนกัน” รถสปอร์ตคันหรูทะยานออกจากตัวเมืองเข้าสู่เส้นทางเลียบชายฝั่งที่เงียบสงัด แสงไฟท้ายรถสีแดงทอดยาวไปบนถนนคอนกรีตเหมือนเส้นเลือดที่เต้นระริก รินรดานั่งนิ่งอยู่เบาะข้างคนขับ สายตามองออกไปนอกหน้าต่างเห็นเพียงเงาของทิวไม้ที่วูบผ่านไป ทริปนี้ไม่มีการวางแผน ไม่มีแม้แต่จุดหมายปลายทางที่ตกลงกันไว้ชัดเจน นอกจากคำพูดของเขาที่ว่า ‘อยากไปที่ที่ไม่มีใครรู้จักเรา’ บรรยากาศภายในรถเงียบงันจนได้ยินเสียงแอร์ที่เป่าผ่านช่องลม คิรากรไม่ได้เปิดเพลง เขามักจะใช้ความเงียบเป็นเครื่องมือในการอ่านใจคน และคืนนี้ เขาก็กำลังจ้องมองรินรดาผ่านกระจกมองหลังอยู่เป็นระยะ “คุณชอบสีอะไร” จู่ๆ เขาก็ถามขึ้น ทำลายความเงียบที่กดทับ “ทำไมต้องอยากรู้” เธอถามกลับโดยไม่หันไปมอง “เพราะจากนี้ไป สิ่งของทุกอย่างที่คุณจะใช้ในที่พัก จะเป็นสีที่คุณชอบ... หรือถ้าคุณไม่อยากเลือก ฉันก็จะเลือกให้เอง และฉันก็มักจะเลือกสิ่งที่ ‘เร้าอารมณ์’ ที่สุดให้คุณเสมอ” คำพูดกำกวมของเขาทำให้รินรดาต้องหันขวับมามอง แต่สิ่งที่เธอพบคือรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความร้ายกาจ เขาไม่ได้ล้อเล่น เขาหมายความตามที่พูดจริงๆ และความจริงข้อนี้เองที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ รีสอร์ตหรูส่วนตัวซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอกบนเขาสูง มันไม่ใช่โรงแรม แต่เป็นวิลล่าไม้สนดีไซน์มินิมอลที่ดูดิบเถื่อนแต่หรูหราเกินคำบรรยายทันทีที่เท้าก้าวแตะพื้นหญ้า กลิ่นดินหลังฝนและลมเย็นเยียบก็ปะทะเข้าที่ใบหน้า คิรากรเดินนำไปที่ประตูใหญ่ก่อนจะหมุนกุญแจเปิดออก ภายในวิลล่ามืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่เผยให้เห็นเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นที่จัดวางไว้อย่างประณีต แสงไฟสลัวจากเชิงเทียนที่จุดไว้รอท่าราวกับมีคนเตรียมการไว้ล่วงหน้าเนรมิตให้ที่นี่กลายเป็นรังรักหรือกับดักกันแน่ ไม่มีใครตอบได้ “นี่คือแผนที่คุณบอกว่าไม่มีหรือเปล่าคะ” รินรดาถามพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ความหรูหราที่ไร้ผู้คนทำให้เธอรู้สึกเปลือยเปล่าอย่างประหลาด “แผนเดียวที่ฉันมี คือการทำให้คุณลืมวิธีหายใจเวลาที่ไม่มีฉันอยู่ใกล้ๆ” คิรากรก้าวเข้ามาประชิดตัวในความมืด กลิ่นไวน์แดงที่เขาเพิ่งรินทิ้งไว้ในแก้วคริสตัลโชยเตะจมูก เขาวางแก้วลงบนโต๊ะก่อนจะรวบเอวบางไว้แน่น มืออีกข้างประคองใบหน้าของเธอให้เงยขึ้นสบตา รินรดารู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าสู่กระแสธารที่เชี่ยวกราก ดวงตาคมกริบของคิรากรสะท้อนภาพเธอที่ดูอ่อนแอและแข็งกร้าวในคราวเดียว เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเฉียดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนริมฝีปากของเธอ “ริน... คุณรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกมาที่นี่” เสียงกระซิบพร่าสั่นประสาท “...” รินรดาพูดไม่ออก สติสัมปชัญญะของเธอถูกความปรารถนาที่เขาสร้างขึ้นกัดกินจนเกือบหมด “เพราะที่นี่ไม่มีใครช่วยคุณได้ แม้แต่เสียงกรีดร้องของคุณ... ก็จะกลายเป็นเพียงแค่ท่วงทำนองที่ขับกล่อมราตรีนี้ให้สมบูรณ์ขึ้นเท่านั้น” เขากดริมฝีปากลงมาอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ไม่ใช่จุมพิตที่อ่อนหวาน แต่เป็นการรุกรานที่ทำให้เธอต้องโอนอ่อนตาม ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เคยยึดถือพังทลายลงในเสี้ยววินาที รินรดาตอบโต้เขาด้วยแรงอารมณ์ที่สะสมมานาน ทว่าในจังหวะที่มือของเธอกำลังจะคว้าชายเสื้อเชิ้ตของเขาให้หลุดพ้นจากร่างกาย เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดมิดในมุมห้อง “ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาขัดจังหวะเสียแล้วนะครับคุณคิรากร” ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าก้าวออกมาจากเงามืด มือข้างหนึ่งถือกระบอกปืนเก็บเสียงจ่อมาที่ทั้งคู่ คิรากรชะงักแต่ไม่ยอมปล่อยรินรดา ในขณะที่รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยของชายที่ถือปืน—เขาคือคนสนิทที่เธอกำลังสืบหาข้อมูลมาตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ความจริงบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ในประวัติบริษัทของคิรากรเริ่มเปิดเผยออกมา และทริปนี้... ดูเหมือนจะเป็นกับดักที่ไม่ได้มีแค่เธอที่ติดอยู่เพียงคนเดียว รินรดาตัวแข็งทื่อเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นของปากกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ขมับของเธอจากด้านหลัง โดยที่คิรากรกลับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างคนเสียสติก่อนจะกระซิบที่ข้างหูเธอว่า “เห็นไหมครับริน... ผมบอกแล้วว่าทริปนี้มันไม่มีแผน แต่มันมี ‘จุดจบ’ ที่ผมเตรียมไว้ให้คุณตั้งนานแล้ว” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันแสนอันตรายในคืนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ชฎาพรายไวน์แดง
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%