“คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมกับใครอยู่ รินรดา?”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ดังขึ้นจากเงามืดหลังบาร์ ‘Velvet Night’ ทำให้รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือแก้วไวน์สั่นไหวจนของเหลวสีทับทิมกระฉอกเปื้อนปลายนิ้วเรียว เธอวางแก้วลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนด้วยความพยายามคุมสติให้มั่นที่สุด ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวออกมาจากมุมมืด
คิรากรในชุดสูทสีเทาเข้มไร้เนกไทดูผ่อนคลาย แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับกดดันจนอากาศรอบตัวเหมือนจะเบาบางลง เขามองคราบไวน์บนนิ้วเธอด้วยสายตาอ่านไม่ออก ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดตาขึ้นมา ซับลงบนนิ้วเรียวของเธออย่างแผ่วเบา ทว่าสัมผัสนั้นกลับร้อนผ่าวราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่าน
“ฉันไม่ได้เล่นเกม” รินรดาตอบเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองรบ “ฉันแค่กำลังพยายามกอบกู้สิ่งที่ควรจะเป็นของฉันคืนมา”
“กอบกู้?” คิรากรเลิกคิ้วข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเยาะหยัน “ด้วยการเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับพวกมาเฟียปล่อยกู้ที่คุณไม่มีปัญญาจ่ายเนี่ยนะ? คุณกำลังรนหาที่ตายรินรดา ความเย่อหยิ่งของคุณมันไม่ได้มีค่าพอที่จะเอามาใช้ค้ำประกันหนี้ก้อนโตขนาดนั้นหรอก”
คำพูดจี้จุดทำให้รินรดานิ่งค้าง เธอกัดริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ข้อมูลเรื่องหนี้สินของบริษัทครอบครัวเธอเป็นสิ่งที่เธอปกปิดไว้อย่างมิดชิดที่สุดในแวดวงเซเลบ แล้วผู้ชายตรงหน้าเธอรู้ได้อย่างไร?
“คุณสืบเรื่องของฉัน...”
“ผมไม่ได้แค่สืบ ผมจับตาดูคุณอยู่ทุกฝีก้าว” คิรากรก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้หอมจากตัวเขาโอบล้อมเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก “ริน... คุณมันดื้อรั้นจนน่าโมโห แผนการที่คุณกำลังทำอยู่เพื่อดึงนิตยสารกลับคืนมา มันมีช่องโหว่ที่พวกนั้นจ้องจะขย้ำคุณอยู่แล้ว และคืนนี้... พวกเขาจะไม่ปล่อยให้คุณเดินออกไปจากที่นี่เฉยๆ”
รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งจุกอยู่ที่ลำคอ เธอรู้ดีว่าคำเตือนของเขาไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่ความภูมิใจในศักดิ์ศรีทำให้เธอไม่ยอมลดตัวลงไปขอความช่วยเหลือ
“ถ้าคุณคิดจะมาเยาะเย้ยฉัน ก็เชิญทำได้ตามสบายค่ะ เพราะถึงฉันจะพัง แต่ฉันก็ไม่มีวันก้มหัวให้คนอย่างคุณ”
คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูหม่นลึกและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเฉียดผ่านใบหูเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้ขนอ่อนที่ต้นคอเธอลุกซู่ “ใครบอกว่าผมจะเยาะเย้ย? ผมบอกแล้วไงว่าคุณเป็นของผม... และของที่มีค่าขนาดนี้ ผมไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายมันก่อนที่ผมจะได้ครอบครอง”
เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนึ่งให้เธอ รินรดามองมันด้วยความระแวง ก่อนจะรับมาเปิดดู ภายในนั้นไม่ใช่เงิน แต่เป็นหลักฐานการฉ้อโกงของหุ้นส่วนที่เธอไว้วางใจที่สุด ซึ่งเป็นจุดอ่อนเดียวที่จะทำให้เธอกู้คืนอำนาจในบริษัทได้โดยไม่ต้องก้มหัวให้ใคร
“นี่มัน...”
“ถือว่าเป็นของขวัญชิ้นแรกจากพันธมิตรที่... ไม่ค่อยน่าไว้วางใจเท่าไหร่” คิรากรกระซิบ “ตอนนี้คนของผมจัดการฝั่งนั้นให้คุณเรียบร้อยแล้ว ในห้องวีไอพีชั้นบน คุณสามารถใช้เอกสารนี้กดดันให้พวกเขาเซ็นสละสิทธิ์หุ้นคืนให้คุณได้ทันทีที่การประชุมเริ่มขึ้น”
รินรดามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความสับสน ความรู้สึกขอบคุณตีรวนกับความหวาดระแวง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคิรากรต้องช่วยเธอ แผนการที่เขาเคยบอกว่า ‘มันจะเริ่มต้นเร็วกว่าที่คิด’ คืออะไรกันแน่?
“ทำไมต้องช่วย?”
คิรากรไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตากับดวงตาที่ลุกโชนด้วยไฟปรารถนาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขุม “เพราะถ้าคุณรอดจากตรงนี้ไปได้ คุณจะเป็นหนี้ชีวิตผม... และผมก็ไม่ได้อยากได้เงินคืนหรอกนะริน สิ่งที่ผมต้องการมันมีค่ามากกว่านั้นเยอะ”
เขากดจุมพิตที่ข้างแก้มเธอเบาๆ ก่อนจะผละออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้เธอยืนตัวแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สที่เริ่มบรรเลงอย่างแผ่วเบา รินรดากำซองเอกสารแน่น ความมุ่งมั่นในใจกลับมาเปี่ยมล้นอีกครั้ง เธอหมุนตัวจะก้าวขึ้นไปยังชั้นวีไอพีตามแผนที่เขาวางไว้ แต่ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบาร์
กลุ่มชายชุดดำร่างยักษ์ 4 คนเดินเข้ามาพร้อมอาวุธที่ซ่อนอยู่ในเสื้อสูท หนึ่งในนั้นคือคนที่เธอจำได้แม่นว่าเป็นลูกน้องของเจ้าหนี้รายใหญ่ที่เธอพยายามหลบหน้ามาตลอด เขาหยุดลงตรงหน้าเธอพร้อมรอยยิ้มแสยะ
“คุณรินรดา... บังเอิญจริงๆ ที่เจอคุณที่นี่” ชายคนนั้นกล่าวพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเบนสายตาไปที่คิรากรที่ยืนพิงบาร์อยู่ด้วยท่าทีนิ่งเฉย “คุณคิน... หวังว่าเราคงไม่ได้มารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณหรอกนะ แต่พอดีเรามีธุระด่วนกับผู้หญิงคนนี้”
รินรดาสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เธอหันไปมองคิรากรที่บัดนี้กลับทำหน้าเฉยเมยราวกับเขาไม่ใช่คนที่เพิ่งหยิบยื่นความช่วยเหลือให้เธอเมื่อครู่
“เชิญจัดการตามสบาย” คิรากรเอ่ยเสียงเรียบพลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ “ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับผมอยู่แล้ว”
คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในใจของรินรดาจนเธอชาไปทั้งตัว ความไว้ใจที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีพังทลายลงในพริบตา นี่คือเกมที่เขาเล่นกับเธอใช่ไหม? เขาช่วยเธอเพื่อที่จะส่งเธอคืนให้พวกมันอย่างโหดเหี้ยมกว่าเดิมหรือ?
กลุ่มชายชุดดำขยับเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น รินรดากำหมัดแน่น เตรียมรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายตรงหน้า ทว่าในวินาทีที่มือหยาบกร้านของหนึ่งในนั้นกำลังจะคว้าแขนเธอไว้ คิรากรก็วางแก้วไวน์ลงบนเคาน์เตอร์ด้วยเสียงที่ดังสนั่น
“เดี๋ยวก่อน” คิรากรเหยียดยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก สายตาที่เขามองไปยังชายชุดดำนั้นเต็มไปด้วยรังสีสังหารที่รุนแรงจนทุกคนในห้องต้องหยุดชะงัก “ผมบอกว่าเธอไม่มีความสำคัญ... แต่ผมยังไม่ได้บอกว่า ผมอนุญาตให้พวกคุณแตะต้อง ‘ของ’ ที่ผมจองไว้ตั้งแต่ต้น”
เขาเดินก้าวเดียวมาขวางหน้าเธอไว้ ร่างสูงใหญ่กลายเป็นกำแพงเหล็กกล้าที่ปกป้องเธอจากคนเหล่านั้น ก่อนจะกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอต้องใจหายวาบ...
“แผนการของผมเปลี่ยนไปแล้วริน... คืนนี้พวกคุณทุกคนจะไม่ได้ออกไปจากที่นี่ในสภาพที่ครบสามสิบสอง ถ้ายังไม่ยอมถอยออกไปจากสายตาผมเดี๋ยวนี้”
รินรดามองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนกั้นกลางระหว่างเธอกับความตาย หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปจนบอกไม่ถูก เธอรู้ตัวแล้วว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าการถูกเจ้าหนี้ไล่ล่า คือการต้องติดอยู่ในบ่วงเสน่หาของปีศาจในคราบนักธุรกิจอย่างเขา... ซึ่งเธอกำลังจะถอนตัวไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินรดาและคิรากรในตอนที่แสนดุเดือดนี้นะคะ ชฎาพรายไวน์แดงรักทุกคนค่ะ
ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ•ตอนที่ 21
พันธมิตรที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!